เปิด 10 ผักสดยอดนิยม พบปนเปื้อนพยาธิสูงกว่าที่คิด หลายคนกินสดแทบทุกวัน
จากข้อมูลที่เผยแพร่โดยเพจ PDRC ศูนย์วิจัยโรคปรสิต สำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีสุรนารี ได้อ้างอิงผลการสำรวจจากสำนักวิชาแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ซึ่งได้ดำเนินการเก็บตัวอย่างผักสดจำนวน 265 ตัวอย่าง เพื่อตรวจหาการปนเปื้อนของพยาธิ
ผลการศึกษาพบว่า มีผักสดหลายชนิดที่คนไทยนิยมรับประทานดิบ หรือปรุงสุกเพียงเล็กน้อย แต่กลับมีการปนเปื้อนของพยาธิในระดับที่สูงกว่าที่หลายคนคาดการณ์ไว้ ซึ่งเป็นประเด็นที่น่าจับตาด้านสุขอนามัยของผู้บริโภค
10 อันดับผักสด ที่พบการปนเปื้อนพยาธิมากที่สุด มีดังนี้:
1. ขึ้นฉ่ายฝรั่ง พบการปนเปื้อน 63.3%
2. สะระแหน่ พบการปนเปื้อน 60%
3. ใบบัวบก พบการปนเปื้อน 57.1%
4. ผักชีไทย พบการปนเปื้อน 44.8%
5. ต้นหอม พบการปนเปื้อน 43.3%
6. ผักชีฝรั่ง พบการปนเปื้อน 36.7%
7. ผักกาดขาวจีน พบการปนเปื้อน 23.3%
8. ผักสลัด พบการปนเปื้อน 20%
9. โหระพา พบการปนเปื้อน 10%
10. ผักบุ้งจีน พบการปนเปื้อน 6.7%
ทำไมผักสดถึงมีพยาธิปนเปื้อน?
สาเหตุหลักของการปนเปื้อนพยาธิในผักสดเกิดจากหลายปัจจัยในกระบวนการผลิตและการจัดการ ได้แก่ การใช้น้ำที่ไม่สะอาดในการเพาะปลูก หรือการใช้ปุ๋ยคอกที่อาจมีไข่พยาธิปะปนอยู่ นอกจากนี้ ขั้นตอนการขนส่งและการวางจำหน่ายที่อาจสัมผัสกับสิ่งสกปรกได้ง่าย ก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญ โดยเฉพาะผักใบที่มีลักษณะซ้อนกันหลายชั้น หรือมีพื้นผิวขรุขระ ซึ่งทำให้สิ่งปนเปื้อนติดค้างได้ง่ายกว่าผักชนิดอื่น ๆ
ยิ่งไปกว่านั้น ผักที่นิยมรับประทานแบบสด ๆ โดยไม่ผ่านความร้อน เช่น สะระแหน่ ผักชี หรือผักสลัด หากไม่ได้ล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธี ก็จะเพิ่มความเสี่ยงในการรับเชื้อเข้าสู่ร่างกายโดยตรง
อันตรายจากการกินพยาธิโดยไม่รู้ตัว
การได้รับไข่พยาธิเข้าสู่ร่างกายอาจนำไปสู่อาการไม่พึงประสงค์ต่าง ๆ ตั้งแต่ปวดท้อง ท้องเสีย คลื่นไส้ อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ไปจนถึงภาวะแทรกซ้อนรุนแรงในบางราย โดยเฉพาะกลุ่มเปราะบาง เช่น เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ
พยาธิบางชนิดสามารถอาศัยอยู่ในลำไส้ได้เป็นเวลานาน ทำให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้น้อยลง ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพในระยะยาวได้
วิธีล้างผักสดให้ปลอดภัย ลดความเสี่ยงพยาธิและสารตกค้าง
เพื่อลดความเสี่ยงจากการปนเปื้อนและบริโภคผักสดได้อย่างปลอดภัย ผู้บริโภคควรปฏิบัติตามแนวทางการล้างผักอย่างถูกวิธีดังนี้:
1. ล้างผ่านน้ำไหลหลายครั้ง: เปิดน้ำสะอาดไหลผ่านใบผัก พร้อมใช้มือถูเบา ๆ เพื่อชะล้างสิ่งสกปรกและไข่พยาธิที่เกาะอยู่
2. แช่น้ำผสมเบกกิ้งโซดา: ใช้เบกกิ้งโซดา 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 1 กะละมัง แช่ผักประมาณ 10-15 นาที แล้วล้างด้วยน้ำสะอาดอีกครั้ง
3. แช่น้ำส้มสายชู: ใช้น้ำส้มสายชูประมาณ 1 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 4 ลิตร ช่วยลดเชื้อโรคและสิ่งปนเปื้อนบางชนิดได้
4. เด็ดใบและแยกชั้นผักก่อนล้าง: โดยเฉพาะผักกาดหรือผักสลัด ควรแยกใบออกทีละชั้นเพื่อล้างทำความสะอาดให้ทั่วถึง
5. หากทำได้ ควรปรุงสุกก่อนรับประทาน: การผ่านความร้อนช่วยลดความเสี่ยงจากพยาธิและเชื้อโรคได้ดีที่สุด
กินผักได้ แต่ต้องล้างให้ถูกวิธี
แม้ผลสำรวจจะพบการปนเปื้อนของพยาธิในผักหลายชนิด แต่ไม่ได้หมายความว่าควรหลีกเลี่ยงการบริโภคผัก เนื่องจากผักยังคงเป็นแหล่งอาหารสำคัญที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างมาก สิ่งสำคัญคือการเลือกซื้อจากแหล่งที่น่าเชื่อถือ และล้างทำความสะอาดอย่างถูกวิธีทุกครั้งก่อนนำมารับประทาน เพื่อลดความเสี่ยงและมั่นใจได้ว่าการบริโภคผักจะเป็นไปอย่างปลอดภัยและส่งเสริมสุขภาพที่ดี
อ่านข่าวเพิ่มเติม