เอฟเฟกต์ คดีนายกฯ เขย่า โผทหาร สูตร‘ตท.24-26’รบ‘กัมพูชา'
กระดานการเมืองไทยจะเข้าโหมดเปลี่ยนแปลง มี“นายกรัฐมนตรี”คนใหม่ หรือยังคงเป็น“แพทองธาร ชินวัตร”คนเดิม ขึ้นอยู่กับคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณีคดีคลิปเสียงสนทนา “ฮุน เซน” 29 ส.ค.เวลา 15.00 น.
แน่นอนว่า หากคำวินิจฉัยออกมาเป็นคุณ การเมืองก็กลับเข้าสู่สภาวะปกติ โดยมีนายกฯแพทองธาร ทำหน้าที่ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาวิกฤติประเทศต่อไป
แต่หากออกมาเป็นลบ “แพทองธาร” ไม่รอด ก็ต้องเข้าสู่กระบวนการสภาฯ ในการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี คนที่ 32 ของประเทศไทย และเป็นคนที่ 3 ในรอบ 2 ปี หลังการเลือกตั้ง
ปัจจัยนี้ส่งผลต่อ “ตั๋วการเมือง” เรื่องจัดวางบุคคล ในการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดย“ผบ.เหล่าทัพ” เกษียณเกือบยกแผง ทั้ง ปลัดกลาโหม ผบ.ทหารสูงสุด ผบ.ทหารเรือ และผบ.ทหารอากาศ รวมถึงปรับเปลี่ยนตัวแม่ทัพ และตำแหน่งสำคัญอื่นๆ กองทัพจะมีอำนาจต่อรองมากน้อยเพียงใด คดีของ “แพทองธาร” รอด-ไม่รอด จะเป็นตัวชี้วัด
การจัดทำโผทหารรอบนี้“ผบ.เหล่าทัพ”เปลี่ยนกลยุทธ์ จากเดิมที่ต้องรวบรวมส่งบัญชีรายชื่อให้กองทัพไทย และสำนักงานปลัดกระทรวงกลาโหม แต่ให้ส่งตรงไปยัง“กรมเสมียนตรา”กระทรวงกลาโหม ในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมา เพื่อป้องกันโผหลุดเกิดการวิ่งเต้น ซึ่งจะทำให้เกิดแรงกระเพื่อมภายในเหล่าทัพ
อีกทั้งยังเป็นช่วงสถานการณ์ประเทศอยู่ในสภาวะไม่มั่นคง จากผลพวงการสู้รบชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งยังไม่ชัดว่า จะมีระลอกสองหรือไม่ รวมถึงปัจจัยทางการเมือง
ก่อนหน้านี้ พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม ในฐานะรักษาราชการแทน รมว.กลาโหม ได้เรียก ผบ.เหล่าทัพ เป็นรายบุคคลเข้าหารือเรื่องการปรับย้ายของแต่ละเหล่าทัพ
และนัดหมาย ผบ.เหล่าทัพ ประชุมสภากลาโหม วันที่ 29 ส.ค.เวลา 14.00 น.เพื่อหารือเรื่องการจัดทำบัญชีรายชื่อแต่งตั้งโยกย้ายทหารในโค้งสุดท้าย ควบคู่ไปกับการเกาะติดผลการวินิจฉัยคดีนายกฯของศาลรัฐธรรมนูญ
อย่างไรก็ตาม มีการคาดว่า เบื้องต้นโผรายชื่อตำแหน่งหลักๆ มีดังนี้
ตำแหน่งปลัดกลาโหม คาดว่า พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ เสนอเพื่อนร่วมรุ่นเตรียมทหาร(ตท.24) พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ รองปลัดกระทรวงกลาโหม อาวุโสสูงสุด
ส่วน ผบ.ทหารสูงสุด คนใหม่ คาดว่า พล.อ.ทรงวิทย์ หนุนภักดี เสนอชื่อ พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ (ตท.24) ซึ่งมีอายุราชการ 2 ปี โดยจะเกษียณปี 2570
ฟากกองทัพเรือ คาดว่า พล.ร.อ.จิรพล ว่องวิทย์ ผบ.ทร. เสนอชื่อ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เสนาธิการทหารเรือ (ตท.24)
เป็น ผบ.ทร.คนต่อไป
สำหรับกองทัพอากาศ เชื่อกันว่า พล.อ.พันธ์ภักดี พัฒนกุล เสนอชื่อ พล.อ.อ.เสกสรร คันธา ผู้ช่วย ผบ.ทอ. เพื่อนร่วมรุ่น (ตท.26) พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ เป็น ผบ.ทอ.
ซึ่งปฏิเสธไม่ได้ว่า 5 วันการสู้รบไทย-กัมพูชา กองทัพอากาศ มีบทบาทสำคัญในการสนับสนุนกำลังทางอากาศ ตามแผนปฏิบัติการยุทธบดินทร์
ขณะที่โผทหารในส่วนของกองทัพบก รอบนี้ พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ผบ.ทบ.แข็งโป๊ก ไม่ยอมให้ถูกล้วงลูก หรือปล่อยรายชื่อตำแหน่งสำคัญเล็ดลอดออกไป เพื่อหวังคุมอำนาจในกองทัพเบ็ดเสร็จ รองรับสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา
เพราะการสู้รบที่ผ่านมา กองทัพบกได้ระดมกำลังทั้งในส่วนของกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 3 มาเสริมกำลังในพื้นที่ของกองกำลังสุรนารี กองทัพภาคที่ 2 ผนึกกำลังกองกำลังทางอากาศ ของกองทัพอากาศ จนสามารถยึดคืนพื้นที่ร่วม 11 จุด
ดังนั้น ในส่วนของกองทัพบก คาดว่า พล.อ.พนา จะดึงเพื่อนร่วมรุ่นหลายคนเข้ามาอยู่ในตำแหน่งสำคัญ อาทิ พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ (ผบ.นสศ.) มาเป็นผู้ช่วย ผบ.ทบ. และพล.ท.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ รองเสนาธิการทหารบก เพื่อนคู่คิด มิตรคู่ใจ มาเป็นเสนาธิการทหารบก
ส่วนในระดับ“แม่ทัพภาค” มี พล.ต.วีระยุทธ รักษ์ศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขยับขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2 แทน พล.ท.บุญสิน พาดกลาง ที่จะเกษียณราชการ 30 ก.ย.2568 นี้
กองทัพภาค 3 พล.ต.วรเทพ บุญญะ รองแม่ทัพภาคที่ 3 ขึ้นเป็น แม่ทัพภาคที่ 3 คนใหม่
สำหรับหน่วยบัญชาการสงครามพิเศษ(นศส.) พล.ต.อดุลย์ จันทร์มา รองผบ.นศส. จะขยับขึ้นเป็น ผบ.นศส.
ขณะที่ กระแสข่าวเปลี่ยนตัว “แม่ทัพภาคที่ 4” มีกระแสข่าว พล.อ.พนา หวังผลักดันเพื่อนร่วมรุ่น พล.ท.อนุสรณ์ โออุไร แม่ทัพน้อยที่4 ขึ้น เป็นแม่ทัพภาคที่ 4 แต่ต้องดูพลังฝ่ายการเมืองด้วยเช่นกัน
ดีเดย์ 29 ส.ค.นี้ นอกจากเป็นวันชี้ชะตาการเมืองไทย และการจัดทำบัญชีปรับย้ายทหารแล้ว ยังเป็นวันคล้ายวันเปิด “กองบัญชาการกองทัพบก” ครบรอบปีที่ 39
ในช่วงเช้า พล.อ.พนา จะเป็นประธานในพิธีบำเพ็ญกุศล ประกอบด้วย การถวายราชสักการะพระบรมราชานุสาวรีย์ รัชกาลที่ 5 พิธีตักบาตร และพิธีเจริญพระพุทธมนต์ภายในหอประชุมกิตติขจร
โดยมีคณะผู้บังคับบัญชา และกำลังพลเข้าร่วมพิธี
โดยหลังจากเสร็จพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ผู้บัญชาการทหารบก และผู้บังคับบัญชาชั้นสูง จะมอบเกียรติบัตรให้แก่กำลังพลดีเด่นของหน่วยในกองบัญชาการกองทัพบก ประจำปี 2568 ตั้งแต่ระดับนายทหารชั้นสัญญาบัตร นายทหารชั้นประทวน รวมทั้งลูกจ้างประจำ และพนักงานราชการ
สำหรับกองบัญชาการกองทัพบกแห่งนี้ ได้ก่อตั้งขึ้นในปี 2529 เป็นศูนย์กลางการบังคับบัญชาของกองทัพบกมาหลายยุคหลายสมัย ทั้งในอดีตยังเคยเป็นที่ตั้งของโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า ที่ผลิตนายทหารสัญญาบัตร เพื่อเป็นผู้นำ และเป็นกำลังหลักของกองทัพบกและปัจจุบันยังเป็นที่ตั้งของสำนักงานผู้บังคับบัญชาชั้นสูง และกรมฝ่ายเสนาธิการต่างๆ อีกด้วย
เวลา 13.00น. พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก จะใช้โอกาสวันคล้ายวันเปิดกองบัญชาการกองทัพบกครบรอบปีที่ 39 สรุปสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ครบรอบ 1 เดือนหลังการสู้รบ และทิศทางแก้ไขปัญหาต่อจากนี้ รวมถึงการเปลี่ยนตัวแม่ทัพภาคที่ 2
ดังนั้น 29 ส.ค.จึงไม่เพียงแต่ “นายกฯแพทอง ชินวัตร” จะลุ้นคดีคลิปเสียงฮุน เซน ที่อาจส่งผลต่อทิศทางการเมืองแล้ว ยังผู้โยงเรื่องโผทหารและสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา แทบแยกจากกันไม่ออก