“อนุทิน”ปิดดีลตั้งรัฐบาลเสียงสนับสนุน 279 เสียง ธรรมนัส จอง มท.1
หลัง แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี กรณีคดีคลิปเสียง และครม.ต้องสิ้นสุดไป พร้อมกับนายกฯ พรรคเพื่อไทย และพรรคภูมิใจไทย กลายเป็นคู่แข่ง และเคลื่อนไหวในการรวบรวมเสียง สส.จากพรรคการเมืองต่างๆ ในการจัดตั้งรัฐบาลทันที
พรรคเพื่อไทย นัดพรรคร่วมรัฐบาลเดิม แถลงยืนยันจับมือเป็นรัฐบาลต่อ ขณะที่พรรคภูมิใจไทย เปิดเกมเร็ว โดยอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย เดินสายเปิดดีลกับพรรคการเมืองต่างๆ เพื่อขอเสียงสนับสนุน พรรคภูมิใจไทย เป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล และโหวตให้แคนดิเดตนายกฯ ของพรรค คือ นายอนุทิน เป็นนายกฯ
ล่าสุด พรรคภูมิใจไทย ที่มี 69 เสียง ได้เปิดดีลทั้งพรรคการเมือง และกลุ่มการเมือง ดังนี้ พรรคประชาชน 142 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 18 เสียง พรรคกล้าธรรม 26 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ กลุ่ม 18 เสียงที่นำโดยนายสุชาติ ชมกลิ่น พรรคไทยสร้างไทย 2 เสียง รวมทั้งพรรค 1 เสียง นำโดยพรรคประชาธิปไตยใหม่ ได้รวบรวม 4 เสียงประกาศจุดยืนพร้อมสนับสนุน
เบื้องต้นทำให้ขั้วของพรรคภูมิใจไทย มีเสียงสนับสนุน 279 เสียง ขณะที่สภาผู้แทนราษฎร มี 492 เสียง ทำให้ขั้วเพื่อไทย อาจเหลือเสียงสนับสนุนน้อยกว่า คือ 213 เสียง
มีรายงานข่าวว่า ในการเปิดดีลของพรรคภูมิใจไทย ได้มีข้อเสนอจากแกนนำต่างๆ พรรคต่างๆ ว่าด้วยตำแหน่งรัฐมนตรี เพื่อแลกกับการสนับสนุน อาทิ พรรคกล้าธรรม ที่ร.อ.ธรรมนัส พรมเผ่า ประธานที่ปรึกษาพรรค ต้องการตำแหน่ง รมว.มหาดไทย โดยพร้อมจะนั่งเก้าอี้นี้เอง
พรรคพลังประชารัฐ เสนอให้ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรค นั่ง รมว.กลาโหม และ นายสุชาติ ชมกลิ่น พรรครวมไทยสร้างชาติ ขอนั่ง รมว.แรงงาน
ขณะที่พรรคภูมิใจไทย ในเบื้องต้น ได้ล็อกตำแหน่ง รมว.คมนาคม ไว้สำหรับ นายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค เป็นต้น
ทั้งนี้ พรรคภูมิใจไทย ได้ออกแถลงการณ์ ตอบรับข้อเสนอและเงื่อนไขพรรคประชาชน จัดตั้งรัฐบาลใหม่ ลงวันที่ 29 สิงหาคม 2568 โดยเนื้อหาระบุว่า
พรรคภูมิใจไทย โดยมติคณะกรรมการบริหารพรรค ร่วมกับสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร มอบหมายให้ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค และนายไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรค รับข้อเสนอของพรรคประชาชน และดำเนินการรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มีพรรคประชาชน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรมากที่สุดของสภาผู้แทนราษฎร เป็นผู้สนับสนุนหลัก
โดยความชอบธรรมและประเพณีปฏิบัติทางการเมือง พรรคประชาชนในฐานะพรรคการเมืองที่มีสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นอันดับ 1 มีสิทธิที่จะรวบรวมเสียงสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเพื่อจัดตั้งรัฐบาลเป็นลำดับแรก แต่เนื่องจากข้อจำกัดของกฎหมาย ทำให้พรรคประชาชนไม่สามารถเสนอบุคคลซึ่งเป็นสมาชิกพรรคประชาชนให้สภาผู้แทนราษฎรพิจารณาลงมติเป็นนายกรัฐมนตรีได้
พรรคประชาชน จึงเสนอแนวทางการสนับสนุนการจัดตั้งรัฐบาล ตามที่ได้ประกาศให้ทราบทั่วกันแล้ว ซึ่งพรรคภูมิใจไทยได้หารือกับพรรคการเมืองบางพรรคและสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจำนวนหนึ่ง เห็นตรงกันว่าสามารถรับข้อเสนอของพรรคประชาชน เพื่อนำไปสู่การจัดตั้งรัฐบาลแก้ปัญหาเฉพาะหน้าของประเทศและประชาชน จากนั้นจะยุบสภาผู้แทนราษฎร จัดให้มีการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรเป็นการทั่วไป คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองตามกำหนดเวลาที่พรรคประชาชนเสนอ
หลังจากพรรคภูมิใจไทย รับข้อเสนอของพรรคประชาชนในวันนี้แล้ว จะเชิญพรรคการเมืองต่างๆ มาหารือขอรับการสนับสนุนจัดตั้งรัฐบาล เพื่อบริหารประเทศในสถานการณ์ที่มีปัญหาภัยความมั่นคง ภัยเศรษฐกิจ ภัยธรรมชาติ และภัยสังคม ซึ่งส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิตและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน ให้พ้นจากระยะวิกฤต แล้วจะคืนอำนาจให้ประชาชนได้ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งเป็นกระบวนการตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขต่อไป
พรรคภูมิใจไทย ขอเรียนว่านโยบายและภารกิจหลักของรัฐบาลใหม่ ที่จะจัดตั้งขึ้นโดยการสนับสนุนของพรรคประชาชนมี 3 ประการ ซึ่งเป็นสาระสำคัญที่จะได้นำไปหารือกับพรรคการเมืองอื่นๆ เพื่อพิจารณาร่วมจัดตั้งรัฐบาล ได้แก่
1. การแก้ปัญหาความมั่นคง กรณีพิพาทไทย-กัมพูชา
2. การจัดทำประชามติการแก้ไขรัฐธรรมนูญ เพื่อให้มีการจัดทำรัฐธรรมนูญใหม่ โดยสภาร่างรัฐธรรมนูญโดยเร็ว และ
3. การยุบสภาผู้แทนราษฎร คืนอำนาจให้ประชาชนตัดสินใจทางการเมืองภายในเวลา 4 เดือน นับจากรัฐบาลแถลงนโยบายต่อรัฐสภาเสร็จสิ้น
พรรคภูมิใจไทย ขอขอบคุณพรรคประชาชนที่ได้นำเสนอแนวทางจัดตั้งรัฐบาล เพื่อให้การเมืองไทยดำเนินไปตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข ได้อย่างราบรื่น และขอใช้โอกาสนี้เชิญชวนพรรคการเมืองทุกพรรค และสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทุกท่าน ร่วมกันจัดตั้งรัฐบาลใหม่ เพื่อแก้วิกฤติของประเทศ แก้ปัญหาของประชาชน และคืนอำนาจให้ประชาชนในฐานะเจ้าของอำนาจอธิปไตยได้ตัดสินใจทางการเมือง อีกครั้งหนึ่ง