โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ธนาคารโลกให้ทุน 2.4 ล้านดอลลาร์ ดันไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ

อีจัน

อัพเดต 18 ตุลาคม 2569 เวลา 1.07 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • อีจัน

วันที่ 17 ตุลาคม 2569 นายเอกนิติ นิติทัณฑประภาศ รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง และ นายอาเจย์ บังกา ประธานกลุ่มธนาคารโลก ลงนามความร่วมมือขับเคลื่อนประเทศไทยสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำ เชื่อมโยงนโยบายด้านสภาพภูมิอากาศสู่การลงทุนอย่างเป็นรูปธรรมผ่านงาน LOW CARBON CITIES AND ENERGY SECURITY-BUILDING SYSTEM AT SCALE มีการลงนามความมือจำนวน 3 ฉบับ คือ Policy and Transition (Just Transition to Thailand’s Low-Carbon Economy) ระหว่าง กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม และธนาคารกรุงไทย / Corporate Demand & Market Creation (Low Carbon Cities (LCC) and Carbon Market Development) ระหว่าง ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย แกร็บ ประเทศไทย ACEIS Electric and Power และ Driver AI / Industrial Scale-Up (I-SPARK – Low-Carbon Industrial Investment) ระหว่าง กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) และธนาคารกรุงไทย

โดย MOU ทั้งสามฉบับ ครอบคลุมประเด็นด้านการเปลี่ยนผ่านสู่เศรษฐกิจคาร์บอนต่ำอย่างเป็นธรรม / การพัฒนาตลาดคาร์บอน / และการขยายผลลงทุนอุตสาหกรรมคาร์บอนต่ำ

นายเอกนิติ เปิดเผยว่า จากวิกฤตการณ์ด้านพลังงานที่เกิดขึ้น จำเป็นต้องเร่งสร้างเสถียรภาพให้กับเศรษฐกิจควบคู่ไปกับการเปลี่ยนผ่านทางเศรษฐกิจเพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับอนาคต โดยเฉพาะการลงทุนด้านเทคโนโลยีพลังงานและอุตสาหกรรมขั้นสูง ควบคู่กับผลักดันให้อุตสาหกรรมดังกล่าวลดการปล่อยคาร์บอนเป็นศูนย์ภายในปี 2050 เพื่อสร้างความยั่งยืนให้แก่ประเทศ โดยทางธนาคารโลกให้การสนับสนุน มอบทุนให้เปล่าเพื่อการพัฒนาของประเทศในเป้าหมายที่วางไว้จำนวน 2.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ หวังหากการขับเคลื่อนเริ่มเดินหน้า จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศไทย และสามารถสร้างงานที่มีคุณภาพให้แก่ประชาชนจากความร่วมมือระหว่างภาครัฐ และภาคเอกชน

นอกจากนี้ นายเอกนิติฯ ยังย้ำว่าประเทศไทย รัฐบาลจะเดินหน้าทำงาน ดึงดูดการลงทุนในวงกว้าง และเป็นศูนย์กลางการลงทุน และตลาดคาร์บอนที่มีความน่าเชื่อถือสูงในอาเซียนในระยะยาว อีกทั้งยังหวังว่าจะได้ทำงานร่วมกับธนาคารโลกอย่างใกล้ชิด และได้รับการค้ำประกันที่เหมาะสมเพื่อช่วยพัฒนาโครงการ และดึงดูดเงินทุนจากภาคเอกชนให้เข้ามามากขึ้น และจะนำบทเรียนจากการประชุมด้านพลังงานในงาน IMF 2026 ไปช่วยให้อุตสาหกรรมของไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันที่สูงขึ้นในอนาคต

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...