"ชัชชาติ" มอง "ระบอบอากง" เนื้อหาอ่อน หลังถูกแฉ ปัดซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต
">
"ชัชชาติ" มอง "ระบอบอากง" เนื้อหาอ่อน หลังถูกแฉ ปัดซื้อขายตำแหน่ง ผอ.เขต
วันที่ 6 มิถุนายน 2569 ที่ชุมชนเคหะชุมชนธนบุรี 1 ส่วนที่ 1 นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้สมัครผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ให้สัมภาษณ์ภายหลังนายคริส โปตระนันท์ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคเศรษฐกิจ ออกมาเปิดเผยถึงเรื่องระบอบอากง โดยยืนยันว่าไม่มีอะไร และจากที่ฟังในข้อสรุปก็ไม่มีเนื้อหาสาระที่เป็นรูปธรรม ซึ่งอากงที่ถูกกล่าวถึงอาจจะหมายถึงนายต่อศักดิ์ โชติมงคล อดีตประธานที่ปรึกษาผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ที่เข้ามาช่วยงานในฐานะหนึ่งในทีมที่ปรึกษา โดยการตัดสินใจทุกอย่างขึ้นอยู่กับทีม ไม่มีระบบอากงหรือแม้กระทั่งการประชุมที่ต้องยึดมือถือตามที่ถูกกล่าวอ้าง
หากจะมีอากงก็คือ “อากง AI” เพราะในการประชุมต้องใช้ AI ในการตอบคำถาม ซึ่งทุกคนต้องมีมือถือจึงถือว่าเป็นอากงรุ่นใหม่ที่ทันสมัย และเป็นเรื่องตลกมากหากจะต้องมีการเก็บมือถือกัน อีกทั้งนายต่อศักดิ์เองก็เป็นคนที่ใช้คอมพิวเตอร์ได้อย่างทันสมัยและอาจใช้ AI มากกว่าตนเสียอีก ส่วนกรณีเรื่องเงินสินบนจำนวน 4 กิโลกรัม (4ล้าน) นั้น ตนขอยืนยันว่าไม่มีการโอนให้ใครอย่างแน่นอน
สำหรับประเด็นที่มีการระบุว่าเป็นระบอบอากงและมีการซื้อขายตำแหน่งผู้อำนวยการเขตจำนวน 16 คน นายชัชชาติระบุว่าเรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่หากเกิดขึ้นจริงก็จะต้องมีการรายงานเข้ามาแล้ว นอกจากนี้ตนได้สอบถามไปยังนายจักกพันธุ์ ผิวงาม อดีตรองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ซึ่งได้รับการยืนยันว่าไม่มีเรื่องดังกล่าว และขอย้ำว่าเรื่องการซื้อขายตำแหน่งเป็นเรื่องที่ยอมไม่ได้และเป็นจุดเริ่มต้นของหายนะ ใครจะทำอะไรมาตนไม่ทราบแต่ทีมงานของเราไม่ทำ
เนื่องจากเมื่อนำคนที่ทุจริตมาอยู่ในตำแหน่งบริหารแล้ว สุดท้ายเขาจะเป็นเจ้านายเราเพราะเขาจ่ายเงินให้เรา โดยนายชัชชาติกล่าวว่า “เรื่องทุจริตหากมีจริง ผมคิดว่าผมคงตายไปแล้ว เพราะมีทุกคนจ้อง เรามีสก. จากทุกพรรคการเมืองที่คอยตรวจสอบอยู่ เรามาด้วยตัวคนเดียวไม่มีสก.ในมือ ซึ่งถือเป็นระบบ Check and balance ที่สมบูรณ์ ผู้ว่าฯไม่มีสก.จะอยู่ได้หรือไม่ อยู่ได้เลยถ้าเรายืนตรงๆ ยืนด้วยความสุจริตทำงานเพื่อประชาชน”
นายชัชชาติกล่าวย้ำว่า การโยกย้ายผู้อำนวยการเขตเป็นไปตามระบบความรู้ความสามารถและเป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด โดยเชื่อว่าไม่เกี่ยวข้องกับการซื้อขายตำแหน่ง ส่วนประเด็นเกณฑ์การคัดเลือกที่ถูกตั้งคำถามว่าเหตุใดผู้ที่มีอาวุโสถึงไม่ได้รับตำแหน่งนั้น นายชัชชาติชี้แจงว่าความอาวุโสเป็นเพียงหนึ่งในเกณฑ์พิจารณาเท่านั้น ไม่ใช่ว่าคนที่มีอาวุโสเยอะจะได้ตำแหน่งเสมอไป ไม่เช่นนั้นแล้วคนจะไม่ให้ความสำคัญกับเรื่องความสามารถหรือองค์ประกอบอื่น
ด้านนางสาวทวิดา กมลเวชช อดีตรองผู้ว่าฯกทม. กล่าวเสริมถึงหลักเกณฑ์การคัดสรรจากคะแนนเต็ม 100 คะแนน ว่าประกอบด้วย เล่มผลงานจำนวน 30 คะแนน ส่วนอีก 50 คะแนนจะมีเรื่องประสบการณ์เป็นหนึ่งในสี่ของส่วนนี้ นอกจากนั้นเป็นคะแนนการปฏิบัติตนตามระเบียบราชการ 10 คะแนน และด้านจริยธรรมอีก 10 คะแนนสุดท้าย ซึ่งมีการแบ่งส่วนเกณฑ์การพิจารณาอย่างชัดเจน โดยประสบการณ์เป็นเพียงส่วนหนึ่งแต่ไม่ใช่ทั้งหมดในการตัดสิน