ป.ป.ช. ฟัน ‘อดีตนายกเทศมนตรี-พวก’ บังคับข่มขู่ให้รับงาน CCTV ทั้งที่ไม่เสร็จ
เมื่อวันที่ 29 ส.ค. 68 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ ห้องประชุมชั้น 2 อาคารสำนักงาน ป.ป.ช.ประจำจังหวัดตรัง เลขที่ 157 หมู่ 1 ต.นาตาล่วง อ.เมือง จ.ตรัง นายบัณฑิต คณะสุวรรณ์ ผอ.สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง พร้อมด้วย นายยุทธนา วิมลเมือง หัวหน้ากลุ่มงานป้องกันการทุจริต และเจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง ได้ร่วมกันแถลงระบุว่า ตามที่สำนักงานประจำจังหวัดตรัง ได้รับเรื่องร้องเรียนกล่าวหา นายธนกฤต ภูมิมาตร เมื่อครั้งนายกเทศมนตรีตำบลโคกหล่อ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง กับพวก มีการดำเนินการก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง โครงการซ่อมแซมระบบกล้องโทรทัศน์วงจรปิด (CCTV) บังคับข่มขู่ให้ตรวจรับงานจ้าง ทั้งที่ ผู้รับจ้างยังดำเนินการไม่แล้วเสร็จ และกลั่นแกล้งแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรงแก่คณะกรรมการตรวจรับพัสดุ
จากการไต่สวนข้อเท็จจริงปรากฏว่า หลังจากมีการจัดทำใบสั่งจ้างแล้ว ผู้รับจ้างได้เข้าดำเนินการซ่อมแซมระบบกล้อง CCTV และรีบส่งมอบงานเพื่อเบิกจ่าย แต่กรรมการตรวจรับงานส่วนหนึ่งไม่ลงนาม เนื่องจากตรวจสอบแล้วพบว่างานยังไม่แล้วเสร็จ กล้องบางตัวยังใช้การไม่ได้ ต่อมา นายกเทศมนตรีและปลัดเทศบาล ได้เรียกกรรมการตรวจรับมาพบ และพูดข่มขู่ว่าหากไม่ตรวจรับจะถูกลงโทษทางวินัย ทั้งที่เมื่อไปตรวจสอบหน้างานก็ยังพบว่างานซ่อมแซมไม่แล้วเสร็จเช่นเดิม แม้กระทั่งภายหลังยังมีการเรียกไปพบและกดดันให้ลงชื่อในเอกสาร พร้อมข่มขู่ว่าหากไม่ยอมทำตามจะถูกดำเนินการทางวินัยร้ายแรง ซึ่งกรรมการตรวจรับบางรายได้บันทึกเสียงคำพูดไว้เป็นหลักฐาน และภายหลังยังมีคำสั่งแต่งตั้งคณะกรรมการสอบสวนวินัยต่อกรรมการตรวจรับที่ไม่ยอมลงนามดังกล่าว
คณะกรรมการ ป.ป.ช. พิจารณาแล้วมีมติเป็นเอกฉันท์ว่า ข้อกล่าวหาการอนุญาตให้ผู้รับจ้างดำเนินการก่อนการจัดซื้อจัดจ้าง ไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
ข้อกล่าวหาการบังคับข่มขู่กรรมการตรวจรับงานจ้างมีมูล โดยเห็นว่า นายธนกฤต ได้มีการเร่งรัด บังคับ ข่มขู่ ทั้งยังเป็นผู้อนุมัติสั่งให้มีการเบิกจ่ายเงิน และลงลายมือชื่อเบิกจ่ายเงิน ในฎีกาเบิกเงินและลงลายชื่อในเช็คจนทำให้เทศบาลตำบลโคกหล่อ เบิกจ่ายเงินให้กับ บริษัท เวิลด์วิชั่น เน็ทเวิร์ค จำกัด ผู้รับจ้าง ทั้งที่ ผู้รับจ้างยังทำงานไม่แล้วเสร็จ โดยที่ นายธนกฤต ก็รับทราบมาโดยตลอดว่าผู้รับจ้างยังทำงานไม่แล้วเสร็จ มีมูลความผิดทางอาญาตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151, 157, 162 และตาม พ.ร.บ.ป.ป.ช. มาตรา 172, พ.ร.บ.จัดซื้อจัดจ้างฯ มาตรา 120
การกระทำของ นายฤกษ์นริศ ศรีใหม่ ปลัดเทศบาล และนายสมศักดิ์ หนูรักษ์ นายช่างไฟฟ้าชำนาญงาน ผู้ถูกกล่าวหาที่ 2 และผู้ถูกกล่าวหาที่ 4 มีการรับรองเป็นหลักฐาน ซึ่งข้อเท็จจริงอันเอกสารนั้น มุ่งพิสูจน์ความจริงอันเป็นความเท็จ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 ประกอบมาตรา 86 มาตรา 157 และมาตรา 162 (1) (4) และมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ราชการโดยมิชอบ
การกระทำของ นายกฤษฎา คงสง ผอ.กองคลังฯ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 3 จากการไต่สวนเบื้องต้น ไม่ปรากฏข้อเท็จจริง และพยานหลักฐานที่จะฟังได้ว่า ได้กระทำความผิดตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป
การกระทำของ บริษัท เวิลด์วิชั่น เน็ทเวิร์ค จำกัด ผู้ถูกกล่าวหาที่ 5 และ น.ส.ชยิสรา ทีอุทิศ กรรมการบริษัทฯ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 6 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็นผู้สนับสนุนเจ้าพนักงาน มีหน้าที่ ซื้อ ทำจัดการ หรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในตำแหน่งโดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่รัฐ
กรณีกลั่นแกล้งคณะกรรมการตรวจรับพัสดุ โดยแต่งตั้งคณะกรรมการดำเนินการทางวินัยอย่างร้ายแรง ที่ประชุมมีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 7 เสียง เห็นชอบตามความเห็นของคณะผู้ไต่สวนเบื้องต้นว่า การกระทำของ นายธนกฤต ผู้ถูกกล่าวหาที่ 1 มีมูลความผิดทางอาญา ฐานเป็น เจ้าพนักงานปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบ เพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใดหรือปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157
การกระทำของ นายคณพศ ศรีประภา ผอ.กองสาธารณสุขและสิ่งแวดล้อม ผู้ถูกกล่าวหาที่ 7 นายภิญโญ หอธรรม นักวิชาการศึกษา ผู้ถูกกล่าวหาที่ 8 และ นายวิสุทธิ์ อ่วมคง นิติกรชำนาญการ ผู้ถูกกล่าวหาที่ 9 จากการไต่สวนเบื้องต้น ข้อเท็จจริงยังฟังไม่ได้ว่า ได้กระทำความผิดทางอาญาตามที่กล่าวหา ข้อกล่าวหาทางอาญาไม่มีมูล ให้ข้อกล่าวหาตกไป แต่การกระทำของผู้ถูกกล่าวหาทั้งสาม มีมูลความผิดทางวินัยอย่างไม่ร้ายแรง ฐานไม่ปฏิบัติหน้าที่ราชการให้เป็นไปตามกฎหมาย กฎ ระเบียบของทางราชการ
สำนักงาน ป.ป.ช. ประจำจังหวัดตรัง ได้ส่งรายงานสำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน สำเนาอิเล็กทรอนิกส์ และคำวินิจฉัยไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาลซึ่งมีเขตอำนาจพิจารณาพิพากษาคดีกับ นายธนกฤต นายฤกษ์นริศ นายสมศักดิ์ บริษัท เวิลด์วิชั่น เน็ทเวิร์ค จำกัด และ น.ส.ชยิสรา และส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัยไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัยกับ นายธนกฤต นายฤกษ์นริศ นายสมศักดิ์ นายคณพศ นายภิญโญ และนายวิสุทธิ์ ตามฐานความผิดดังกล่าว ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 91 (1) และ (2) และมาตรา 98 วรรคหนึ่ง ประกอบมาตรา 98 วรรคสี่ และมาตรา 98 แล้วแต่กรณี ต่อไป และให้แจ้งผลการพิจารณาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ให้สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้งทราบ
ทั้งนี้ ให้แจ้งเทศบาลตำบลโคกหล่อ อ.เมืองตรัง จ.ตรัง ดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ เพื่อให้มีการชดใช้ค่าเสียหายต่อไป ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 82 วรรคสอง และให้แจ้งข้อเท็จจริงที่เกี่ยวกับการกระทำของ บริษัท เวิลด์วิชั่น เน็ทเวิร์ค จำกัด ไปยังกรมบัญชีกลาง เพื่อดำเนินการตามหน้าที่และอำนาจ ให้เป็นผู้มีลักษณะเป็นผู้ทิ้งงาน ตามกฎหมายที่เกี่ยวข้องต่อไปด้วย
อย่างไรก็ตาม การไต่สวนคดีอาญาของคณะกรรมการ ป.ป.ช. ยังไม่ถือเป็นที่สุด ผู้ถูกกล่าวหายังเป็นผู้บริสุทธิ์จนกว่าจะมีคำพิพากษาของศาลอันถึงที่สุด
ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า สำหรับ นายธนกฤต หรือนายกจบ ดำรงตำแหน่งนายกเทศมนตรีตำบลโคกหล่อ มาหลายสมัย ก่อนที่จะยุติบทบาทลง โดยส่งไม้ต่อให้กับ ว่าที่ร้อยตรีณัฐพงษ์ ภูมิมาตร หรือนายกอาร์ม บุตรชาย ลงชิงสมัครรับเลือกตั้ง จนได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อครั้งที่ผ่านมาเป็นครั้งแรก โดยนั่งเก้าอี้นายกต่อจาก นายธนกฤต หรือนายกจบ ผู้เป็นบิดา