ศึกปทุมวัน “ระเบิดเต่า” เขย่าโผ “ตำรวจอุปถัมภ์”
ประชุม ก.ตร. เดือด! “ภูมิธรรม” ปิดประชุมกลางคัน ปมโผแต่งตั้งบิ๊กตำรวจไร้ข้อยุติ เลื่อนไป 31 ส.ค.
การประชุม ก.ตร. เมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ที่ผ่านมา โดยมีนายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการนายกรัฐมนตรี นั่งหัวโต๊ะ เป็นประธานการประชุม กลายเป็นสมรภูมิระอุ เมื่อ "ระเบิดเต่า" ลูกใหญ่ถูกจุดกลางวงประชุม คณะกรรมการกลั่นกรองรายชื่อแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ "บิ๊ก" ประจำปี 2568 ซึ่งการประชุมที่ควรจะจบลงอย่างสงบ กลับลุกเป็นไฟ เมื่อโผรายชื่อระดับ "ผู้บัญชาการ" และ "รอง ผบ.ตร." ยังหาข้อยุติไม่ได้ และจบลงด้วยเหตุการณ์ไม่คาดฝัน เมื่อ นายภูมิธรรม สั่งปิดประชุมกลางคัน และเดินออกจากห้อง พร้อมประกาศเลื่อนวาระสำคัญนี้ออกไปเป็นวันที่ 31 สิงหาคม พร้อมยอมรับว่า มีเรื่องร้องเรียนของบิ๊กตำรวจ หลายคน ท่ามกลางคำถามจากสาธารณชนว่า เกิดอะไรขึ้นในระบบการแต่งตั้งตำรวจไทย
หากมองย้อนไปในห้วงสัปดาห์นี้ จะพบความเคลื่อนไหวของ บิ๊กตำรวจคนดัง อย่าง บิ๊กเต่า พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ที่เดินหน้ายื่นเรื่องเรียกร้อง กรณีการแต่งตั้งโผนายพลตำรวจ "รอง ผบ.ตร.-ผบก." ทั่วประเทศ ปี 2569 การยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมเกี่ยวกับการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการตำรวจที่อาจจะไม่ได้รับความเป็นธรรม ปีนี้มีตำแหน่งว่าง คือ รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ 2 ตำแหน่ง, ผู้ช่วย ผบ.ตร. 7 ตำแหน่ง, ผู้บัญชาการ 16 ตำแหน่ง, รอง ผู้บัญชาการ 40 ตำแหน่ง และ ผู้บังคับการ 71 ตำแหน่ง ขณะเดียวกันมีกระแสการจับตา 2 นายแพทย์ที่เกี่ยวกับคดีชั้น 14 ด้วย
ในเรื่องนี้ พล.ต.ต.สุพิศาล ภักดีนฤนาถ อดีตผู้บังคับการกองปราบปราม วิเคราะห์โผการแต่งตั้งตำรวจว่า การร้องเรียนของบิ๊กเต่า เกี่ยวกับการแต่งตั้งตำรวจ ที่เกี่ยวโยงกับการได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้บัญชาการ ตามหลักการคัดเลือกต้องมีความอาวุโส 50 เปอร์เซ็นต์ โดยผู้ที่มีความอาวุโสลำดับ 1 - 8 จะได้รับคัดเลือกเป็นผู้บัญชาการอันดับแรกตามสายงาน ความอาวุโสของบิ๊กเต่า อยู่ลำดับที่ 94 ถ้าคนที่อยู่ลำดับหลังจากบิ๊กเต่าแล้วได้รับการแต่งตั้ง คณะกรรมการพิจารณาต้องมีคำอธิบายในเรื่องนี้
เกณฑ์พิจารณาอีก 50 เปอร์เซ็นต์ เป็นเรื่องความรู้ความสามารถ ซึ่งเป็นอำนาจในการพิจารณาของบอร์ดการคัดเลือก แต่กรณี บิ๊กเต่า ที่ไม่สามารถเข้าไปสู่เส้นไลน์ของกลุ่มอำนาจในสายงานนั้นได้ แม้ทำงานดีมีความเชี่ยวชาญ และมีแนวโน้มว่าจะถูกทิ้งไว้ตำแหน่งเดิมเพื่อปิดในตำแหน่งอาวุโส
ถ้าวิเคราะห์ถึงขุมกำลังที่มีอิทธิพลในการแต่งตั้งข้าราชการตำรวจ แบ่งได้ดังนี้
1.กลุ่มที่อยู่ใน ก.ตร. ถือว่ามีพลัง โดยกลุ่มนี้จะแบ่งกันเป็น 2 กลุ่ม มีกลุ่มที่ตงฉิน ส่วนอีกกลุ่มมีผู้ใหญ่ที่อยู่เบื้องหลัง
2.กลุ่มรับใช้การเมือง เป็นกลุ่มที่เกาะกันอยู่เป็นประจำ โดยตอนนี้มีกลุ่มที่ซ้อนอยู่ ทั้งที่มาจากหลายกลุ่มในฝั่งพรรคการเมืองรัฐบาล
3.กลุ่มอำนาจเดิม ที่ยังดำรงอยู่ เช่น กลุ่มตั๋วช้าง แต่ยังไม่ถึงเวลาใช้ เพราะหัวขบวนขึ้นไประดับบนแล้ว ซึ่งตอนนี้ต้องรอเวลาให้กลุ่มอื่นที่มีพลังอำนาจมากกว่า ได้รับการผลักดันไปก่อน ซึ่งกลุ่มนี้ก็เหมือนเดินซอยเท้าเพื่อกินตำแหน่งอาวุโสไปเรื่อยๆ เพราะถือว่าขึ้นตำแหน่งมาเร็ว หลังจากนี้ต้องรอให้ได้
ถ้าให้ประเมินตำรวจที่ไม่ได้อยู่ในไลน์ของขุมอำนาจ อย่าง พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ที่ทำงานด้านสืบสวนเก่ง แต่ไม่ได้รับการผลักดันเช่นเดียวกัน เพราะไม่ได้อยู่ในไลน์อำนาจ ขณะเดียวกันตำรวจที่เคยอยู่ในไลน์อำนาจ มีโอกาสถูกเขี่ยออกมาได้
อย่างไรก็ตาม ต้องจับตา การประชุม ก.ตร. ที่จะมีขึ้นอีกครั้งในวันที่ 31 สิงหาคม นี้ ว่า การแต่งตั้งจะลงตัว สุขสมหวังกันทุกฝ่าย หรือ จะมีใครที่อกหัก ไม่ได้ไปต่อ รวมถึงเรื่องร้องเรียนที่จะตามมา หลังจากการแต่งตั้งตำรวจในปีนี้ ผ่านพ้นไปแล้ว
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews