อุ๊งอิ๊ง เปิดใจทันที หลังศาลรัฐธรรมนูญชี้ขาด พ้นตำแหน่ง "นายกฯ"
วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญมีนัดอ่านคำวินิจฉัยชี้ชะตา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีและรมว.วัฒนธรรม คนที่ 31 ของไทย กรณีคลิปเสียงสนทนากับสมเด็จ ฮุนเซน อดีตนายกรัฐมนตรีกัมพูชา หลังจากที่ก่อนหน้านี้มีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ 1 กรกฎาคมที่ผ่านมา
เวลา 15.00 น. คณะตุลาการศาลรัฐธรรมนูญออกนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย มีมติ 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยให้น.ส.แพทองธารพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ด้วยเหตุ "ขาดคุณสมบัติและผิดจริยธรรมร้ายแรง" แม้ไม่พบการทุจริต แต่ศาลชี้ว่าต้องรักษาความซื่อสัตย์สุจริตให้เป็นที่ประจักษ์ ส่งผลให้คณะรัฐมนตรีสิ้นสุดลงทั้งคณะ
หลังฟังคำตัดสิน น.ส.แพทองธารแถลงเปิดใจว่า น้อมรับคำวินิจฉัย แม้ยืนยันว่าเจตนาบริสุทธิ์และทำงานเพื่อประโยชน์ของประชาชนเสมอมา ไม่เคยขอผลประโยชน์ใด ๆ ให้ตนเอง พร้อมขอบคุณคนไทยที่มอบโอกาสทำงานกว่า 1 ปี และย้ำว่าความรักชาติ ศาสนา และประชาชนคือหัวใจสำคัญของตน
โดยหลังคำตัดสินของศาล นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ได้เปิดใจต่อสื่อหลังพ้นตำแหน่งนายกรัฐมนตรี ว่า
"ดิฉันขอน้อมรับคำวินิจฉัยศาลรัฐธรรมนูญ ในฐานะคนไทย ขอยืนยันว่ามีความบริสุทธิ์ใจ มีความตั้งใจแท้จริง ทำเพื่อประเทศชาติตลอดมา ไม่ว่าบทสนทนา หรือคลิปเสียงจะเป็นอย่างไร ดิฉันไม่ได้ขอสิ่งใดที่เป็นประโยชน์ต่อตัวเองเลย สิ่งที่มุ่งมั่นมาตลอดคือชีวิตประชาชน ทหาร และพลเรือน ดิฉันตั้งใจด้วยจิตใจจริงว่า จะรักษาชีวิตพวกเขาให้ได้"
"ขอยืนยันอีกครั้ง ดิฉันตั้งใจสื่อสารอย่างแท้จริง คำตัดสินของศาลครั้งนี้ ถือเป็นอีกเหตุการณ์ที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองอย่างฉับพลัน ทุกคนจึงต้องร่วมกันสร้างเสถียรภาพทางการเมืองของเรา ให้กลับมาเข้มแข็ง เพื่อไม่ให้เกิดจุดเปลี่ยนแบบนี้ซ้ำอีก"
"ในฐานะคนไทยคนหนึ่ง ดิฉันขอขอบคุณพี่น้องประชาชนที่ให้โอกาสทำงานเพื่อประเทศเกือบหนึ่งปีเต็ม ได้นำประสบการณ์มาพัฒนาชาติบ้านเมือง รัฐบาลต่อจากนี้ขอโอกาสกลับมารับใช้ประชาชนต่อไป เพราะการที่ประชาชนสามารถลืมตาอ้าปาก กินดีอยู่ดีได้ นั่นคือรากฐานของประเทศที่มั่นคงแข็งแรง"
"ดิฉันในฐานะคนไทย มีความรักชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และประเทศชาติอย่างสุดหัวใจ ขอขอบคุณที่มอบโอกาส ขอบคุณคณะรัฐมนตรีที่ทำงานร่วมกัน และขอบคุณทุกคนที่ทำให้ดิฉันได้เรียนรู้ทั้งข้อดีและข้อบกพร่อง เพื่อนำไปเป็นบทเรียนในวันข้างหน้า"