ปูตินจะหารือกับประธานาธิบดีอิหร่าน กรณียุโรปประกาศใช้มาตรการคว่ำบาตรเตหะราน
ประธานาธิบดีรัสเซียจะหารือเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของเตหะรานกับประธานาธิบดีอิหร่านที่ประเทศจีน ซึ่งเป็นการประชุมที่จะเกิดขึ้นในขณะที่อิหร่านกำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหม่จากชาติตะวันตก
แฟ้มภาพ ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซีย จับมือกับประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน (ขวา) ระหว่างการพบปะกันที่กรุงมอสโก (Photo by Evgenia Novozhenina / POOL / AFP)
เอเอฟพีรายงาน เมื่อวันศุกร์ที่ 29 สิงหาคม 2568 กล่าวว่า ประธานาธิบดีวลาดิมีร์ ปูติน ของรัสเซียจะใช้โอกาสในการเยือนจีนเพื่อหารือกับประธานาธิบดีมาซูด ปีเซชเคียน ของอิหร่าน ในประเด็นโครงการนิวเคลียร์ของรัฐบาลเตหะรานที่กำลังเผชิญกับแรงกดดันครั้งใหม่จากชาติตะวันตก
อังกฤษ, ฝรั่งเศส และเยอรมนี ได้เคลื่อนไหวเพื่อกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอิหร่านอีกครั้ง โดยระบุว่าอิหร่านกำลังล้มเหลวในการปฏิบัติตามข้อตกลงนิวเคลียร์ปี 2015
ล่าสุด รัฐบาลมอสโกได้ให้การสนับสนุนพันธมิตรสำคัญในตะวันออกกลางแห่งนี้ พร้อมเตือนว่าการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรอีกครั้งอาจมีความเสี่ยงที่จะเกิดผลลัพธ์ที่ไม่อาจแก้ไขได้
กระทรวงการต่างประเทศรัสเซียระบุในแถลงการณ์ว่า "เราขอเรียกร้องอย่างยิ่งให้พวกเขาพิจารณาและทบทวนการตัดสินใจที่ผิดพลาดอีกครั้ง ก่อนที่จะนำไปสู่ผลลัพธ์ที่ไม่อาจแก้ไขได้และโศกนาฏกรรมครั้งยิ่งใหญ่"
รัสเซียกล่าวหาว่าทั้งสามประเทศจากยุโรปกำลังบ่อนทำลายความพยายามทางการทูตเพื่อหาทางออกอย่างสันติต่อความขัดแย้งเกี่ยวกับโครงการนิวเคลียร์ของอิหร่าน
ปูตินจะหารือประเด็นดังกล่าวกับปีเซชเคียนนอกรอบการประชุมสุดยอดองค์การความร่วมมือเซี่ยงไฮ้ (SCO) ณ เมืองเทียนจินของจีนในวันจันทร์
ทั้งนี้ รัสเซียซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ เป็นภาคีในแผนปฏิบัติการร่วมฉบับสมบูรณ์ปี 2015 หรือ JCPOA ซึ่งให้การผ่อนปรนการคว่ำบาตรแก่อิหร่านเพื่อแลกกับการลดหย่อนโครงการนิวเคลียร์
ขณะที่ทั้งสามประเทศยุโรป หรือที่รู้จักกันในชื่อ E3 ได้แจ้งต่อคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติเมื่อวันพฤหัสบดีว่า พวกเขาเชื่อว่าอิหร่านไม่ปฏิบัติตามพันธกรณีอย่างมีนัยสำคัญภายใต้ข้อตกลงนี้
รัฐมนตรีต่างประเทศของสามชาติได้อ้างถึงกระบวนการที่เรียกว่า "กลไก snapback'" ซึ่งเป็นการเริ่มต้นกำหนดเส้นตาย 30 วันสำหรับการกลับมาใช้มาตรการคว่ำบาตรที่ถูกระงับภายใต้ข้อตกลงปี 2015
ขณะที่อิหร่านเองก็เตือนว่าจะตอบสนองอย่างเหมาะสมต่อความเคลื่อนไหวดังกล่าว ซึ่งเสี่ยงต่อการปิดกั้นความพยายามทางการทูตที่ยั่งยืนที่สุดเพื่อการแก้ไขวิกฤตนิวเคลียร์ของอิหร่านอย่างสันติ
รัฐบาลเตหะรานและมอสโกได้เสริมสร้างความสัมพันธ์ทางการเมือง, การทหาร และเศรษฐกิจในช่วงทศวรรษที่ผ่านมาที่รัสเซียเริ่มถอยห่างจากตะวันตก นอกจากนี้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังใกล้ชิดเพิ่มขึ้นหลังจากรัสเซียเปิดฉากโจมตียูเครน.