กรมศุลกากรเปิดปฏิบัติการล่าขบวนการลักลอบค้าโคเคน ชาวเวียดนาม
กรมศุลกากรร่วม AITF เปิดปฏิบัติการล่าขบวนการลักลอบค้าโคเคน พบพัสดุเร่งด่วนขาเข้าระหว่างประเทศ ภายในเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคเคน (Cocaine) น้ำหนัก 3 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท จึงขยายผลต่อ โดยนำส่งพัสดุไปยังที่อยู่ปลายทาง พบชาวไทยและชาวเวียดนามเป็นผู้รับ
นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 21 สิงหาคม 2568 กรมศุลกากร โดยกองสืบสวนและปราบปราม และสำนักงานศุลกากรตรวจสินค้าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมกับหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยานนานาชาติ (Airport Interdiction Task Force : AITF) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ฝ่ายข่าว ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพบก และการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) ร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลการข่าว พบพัสดุเร่งด่วนขาเข้าระหว่างประเทศ ต้นทางประเทศสหรัฐอเมริกา สำแดงชนิดสินค้าเป็น “CIRCUIT WEL FIXTURE TOOLING PLATE” จำนวน 1 ชิ้น น้ำหนัก 21.800 กิโลกรัม ซึ่งมีความเสี่ยงในการลักลอบนำยาเสพติดให้โทษเข้ามาในราชอาณาจักร ผลการตรวจสอบ พบวัตถุต้องสงสัยซ่อนอยู่ในแม่พิมพ์โลหะ จึงนำตัวอย่าง มาตรวจสอบเบื้องต้นด้วยน้ำยาเคมี ONCB 052 Cobalt Thiocyanate Reagent พบว่าทำปฏิกิริยากับน้ำยาทดสอบจากใสไม่มีสี เปลี่ยนเป็นสีฟ้า จึงสันนิษฐานว่าเป็นยาเสพติดให้โทษประเภท 2 โคเคนน้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้มประมาณ 3,000 กรัม มูลค่าประมาณ 10 ล้านบาท
ต่อมาวันที่ 25 สิงหาคม 2568 กรมศุลกากรและหน่วยร่วม AITF ได้ร่วมกันวางแผน ติดตาม เพื่อขยายผลจับกุมผู้กระทำความผิด โดยชุดปฏิบัติการได้วางกำลัง รวมทั้งอำพรางเพื่อดำเนินการส่งพัสดุไปยังที่อยู่ปลายทางย่านราชปรารภ
วันที่ 26 สิงหาคม 2568 ชุดปฏิบัติการจับกุมผู้ต้องหาชายชาวไทย ซึ่งเป็นผู้มาแสดงตัวรับพัสดุตามที่อยู่หน้ากล่อง และขยายผลต่อเนื่อง นำไปสู่การจับกุมผู้ร่วมขบวนการอีก 1 ราย เป็นชายชาวเวียดนาม ซึ่งผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย มีประวัติการลักลอบส่งออกพัสดุที่ซุกซ่อนยาเสพติดไปยังต่างประเทศหลายครั้ง โดยเฉพาะชายชาวเวียดนาม ตรวจสอบแล้วพบว่าพำนักอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และมีความเชื่อมโยงกับกลุ่มเครือข่ายชาวเวียดนามที่ลักลอบค้ายาเสพติดในประเทศไทย ชุดปฏิบัติการจึงทำการจับกุมและนำตัวส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินคดีต่อไป โดยเป็นความผิดฐาน “ร่วมกันนำเข้าซึ่งยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 โคเคน มาในราชอาณาจักรและร่วมกันครอบครองยาเสพติดให้โทษในประเภท 2 อันเป็นการกระทำเพื่อการค้าและก่อให้เกิดการแพร่กระจายในกลุ่มประชาชน” เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายยาเสพติด และเป็นความผิดตามมาตรา 244 มาตรา 252 ประกอบมาตรา 166 และมาตรา 167 แห่งพระราชบัญญัติศุลกากร พ.ศ. 2560” และกระทำความผิดฐาน “เป็นคนต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต” ตามพระราชบัญญัติคนเข้าเมือง พ.ศ. 2522 สำหรับปีงบประมาณ พ.ศ. 2568 (ระหว่างงวันที่ 1 ตุลาคม 2567 - 27 สิงหาคม 2568) กรมศุลกากรจับกุมยาเสพติดรวมทั่วประเทศ ทั้งหมด 204 คดี มูลค่า 1,274.45 ล้านบาท
การจับกุมในครั้งนี้เป็นผลจากความร่วมมืออย่างใกล้ชิดระหว่างกรมศุลกากรและหน่วยงานด้านการข่าวที่เกี่ยวข้อง กรมศุลกากรจะยังคงดำเนินการเชิงรุก เพื่อป้องกันและปราบปรามการลักลอบนำเข้าและส่งออกยาเสพติด รวมถึงสินค้าผิดกฎหมายทุกรูปแบบ เพื่อความปลอดภัยของสังคมและความมั่นคงของประเทศ
…
#ปราบปรามยาเสพติด
#กรมศุลกากร