วิญญูชนไม่ยอมรับพฤติกรรม ‘แพทองธาร’ วอนตุลาการฯยึดมั่นในผลประโยชน์ประเทศชาติ
29ส.ค.2568 - ดร.ศุภณัฐ อภิญญาณ หรือ ดร.นิว นักวิจัยภายใต้สถาบันวิจัย MAST Center และ คณะวิศวกรรมชีวการแพทย์ University of Arkansas ประเทศสหรัฐอเมริกา โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก หัวข้อ ความเห็นต่อคดีคลิปเสียงแพทองธาร-ฮุนเซน มีเนื้อหาดังนี้
นับเป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ ภายหลังจากคลิปเสียงระหว่างแพทองธาร-ฮุนเซน ปรากฏสู่สาธารณชน ส่งผลกระทบสร้างความไม่พอใจต่อประชาชนคนไทยทั้งประเทศ เมื่อได้ยินได้ฟังการสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธารและสมเด็จ ฮุน เซน ซึ่งได้กล่าวในทำนองว่าแม่ทัพภาคที่สองเป็นฝั่งตรงข้ามกับตน รวมถึงการพูดในทำนองที่ว่าถ้าสมเด็จ ฮุน เซน อยากได้อะไรก็ให้บอกมาได้เลย เดี๋ยวจะจัดการให้
ด้วยหลักฐานทางพฤติกรรมชิ้นนี้ นำไปสู่ที่มาของการร้องเรียนต่อศาลรัฐธรรมนูญเพื่อให้ทำการวินิจฉัย ความเป็นนายกรัฐมนตรีของนางสาวแพทองธารจะสิ้นสุดลงตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (4) ขาดคุณสมบัติหรือมีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 160 (4) มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และ (5) ไม่มีพฤติกรรมอันเป็นการฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง หรือไม่?
เนื่องจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรีเป็นตำแหน่งผู้นำอันสำคัญของประเทศ เป็นตัวแทนของประชาชนคนไทยทั้งประเทศ ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีจึงเป็นที่คาดหวังของประชาชนทั้งหลาย ในการที่จะปฏิบัติหน้าที่บริหารราชการแผ่นดินเพื่อยังประโยชน์สุขของประเทศชาติและปวงชนชาวไทย โดยอยู่ภายใต้กรอบของความซื่อสัตย์สุจริต สอดคล้องกับมาตรฐานทางจริยธรรมที่วิญญูชนทั้งหลายยอมรับ
หากพิจารณาอย่างตรงไปตรงมา จะทราบได้ว่าพฤติการณ์และเจตนาตามที่สะท้อนจากคลิปเสียงแพทองธาร-ฮุนเซน ก็อาจมองได้ว่าเป็นพฤติกรรมที่ไม่ซื่อสัตย์ต่อประเทศชาติและประชาชนของตนเอง ขัดต่อกรอบมาตรฐานทางจริยธรรมตามสามัญสำนึกของวิญญูชนทั่วไป แล้วนอกจากพฤติการณ์และเจตนาของผู้ถูกร้อง จึงทำให้ต้องคำนึงถึงผลกระทบต่อความรู้สึกของสังคมในวงกว้างอีกด้วย
แม้ว่ามาตรฐานทางจริยธรรมของแต่ละบุคคลจะแตกต่างกัน ดูเหมือนว่าวิญญูชนทั่วไปจะไม่ยอมรับพฤติกรรมของนางสาวแพทองธารแม้แต่น้อย เห็นได้จากกระแสสังคมที่เกิดขึ้นทันทีหลังจากที่ประชาชนได้ยินได้ฟังบทสนทนาดังกล่าว มาตรฐานทางจริยธรรมที่วิญญูชนทั้งหลายยอมรับจึงสำคัญต่อการพิจารณาคดีเป็นอย่างมาก กลายเป็นบรรทัดฐานชั้นต้นในการวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญไปโดยปริยาย
เมื่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่มาพร้อมกับความรับผิดชอบที่ใหญ่ยิ่ง การเป็นนายกรัฐมนตรีซึ่งเป็นตำแหน่งสำคัญที่สุดในการบริหารราชการแผ่นดินของประเทศ จึงไม่สามารถหลีกเลี่ยงหรือปฏิเสธความรับผิดชอบโดยการแถข้างๆ คูๆ ได้ จึงขอแสดงความเห็นด้วยความเคารพต่ออำนาจทางกฎหมายของศาลรัฐธรรมนูญ และขอให้ตุลาการศาลรัฐธรรมนูญทุกท่านยึดมั่นในผลประโยชน์ของประเทศชาติและปวงชนชาวไทย