เสี่ยเฮ้งเนื้อหอม!! จับตากลุ่ม 18 ตัวเปลี่ยนเกม จับตาโหวตนายกฯ คนที่ 32
เสี่ยเฮ้งเนื้อหอม !! จับตากลุ่ม 18 ตัวเปลี่ยนเกม จับตาโหวตนายกฯ คนที่ 32
หลังศาลรัฐธรรมนูญ มีมตีเสียงข้างมาก 6 ต่อ 3 เสียง วินิจฉัยว่าคดีคลิปเสียงสนทนาระหว่าง น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม กับ สมเด็จฯฮุน เซน ประธานวุฒิสภากัมพูชา ขาดคุณสมบัติตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 160 (4) และ (5) เข้าข่ายไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง
กระบวนการต่อไป “วันมูหะมัดนอร์ มะทา” ประธานสภาผู้แทนราษฎร จะต้องนัดประชุมสภา เพื่อโหวตเลือกนายกฯคนที่ 32 ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 159 ตามบัญชีรายชื่อแคนดิเดตนายกฯของแต่ละพรรค ที่มี ส.ส.ไม่น้อยกว่า 25 เสียง เสนอไว้ ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 88
โดยนายกรัฐมนตรีคนที่ 32 จะต้องได้รับเสียงสนุนจาก ส.ส.เท่าที่มีอยู่ในสภา คือ จำนวนไม่น้อยกว่า 246 เสียง จาก ส.ส.ที่ปฏิบัติหน้าที่ได้ 492 เสียง
แคนดิเดตนายกฯในขั้วพรรคร่วมรัฐบาล ที่เหลืออยู่ คือ“ชัยเกษม นิติสิริ” จากพรรคเพื่อไทย “พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา” องคมนตรี และ“พีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค” จากพรรครวมไทยสร้างชาติ และ“จุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์” จากพรรคประชาธิปัตย์
ขั้วพรรคร่วมฝ่ายค้าน ได้แก่ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย
เมื่อเช็กเสียงของ ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาลกับพรรคเพื่อไทย (พท.) ที่จะเสนอชื่อ “ชัยเกษม” เป็นนายกฯ จะต้องผนึกเสียง ส.ส.ของพรรคร่วมรัฐบาล 11 พรรค 253 เสียง ไม่ให้แตกแถว
ประกอบด้วย พรรคเพื่อไทย 140 เสียง พรรครวมไทยสร้างชาติ 36 เสียง พรรคกล้าธรรม 25 เสียง พรรคประชาธิปัตย์ 25 เสียง พรรคชาติไทยพัฒนา 10 เสียง พรรคประชาชาติ 9 เสียง พรรคชาติพัฒนา 3 เสียง พรรคไทรวมพลัง 2 เสียง พรรคเสรีรวมไทย 1 เสียง พรรคประชาธิปไตยใหม่ 1 เสียง พรรคไทยก้าวหน้า 1 เสียง
ส่วนผู้ท้าชิงจากขั้วพรรคร่วมฝ่ายค้าน อย่างพรรคภูมิใจไทย (ภท.) ที่จะเสนอชื่อ “อนุทิน ชาญวีรกูล” หัวหน้าพรรค ภท. ขึ้นชิงเก้าอี้นายกฯ ต้องผนึกเสียงของพรรคร่วมฝ่ายค้านที่มีอยู่ 239 เสียง
ประกอบด้วย พรรคประชาชน 143 เสียง พรรคภูมิใจไทย 69 เสียง พรรคพลังประชารัฐ 20 เสียง พรรคไทยสร้างไทย 6 เสียง พรรคเป็นธรรม 1 เสียง ไม่ให้แตกแถว
พร้อมกับต้องดึงเสียง ส.ส.จากขั้วรัฐบาล มาสนับสนุนไม่น้อยกว่า 7 เสียง เพื่อให้ได้เสียงไม่น้อยกว่า 246 เสียง
โดยต้องรับเงื่อนไขของพรรค ปชน. 3 ข้อ แลกกับการโหวตเลือกนายฯ ได้แก่ 1.นายกฯคนใหม่ต้องยุบสภา ภายใน 4 เดือน นับแต่แถลงนโยบาย เพื่อเลือกตั้งใหม่
2.ครม.ชุดใหม่ ต้องจัดออกเสียงประชามติ ในการออกเสียง รธน. นำไปสู่การจัดทำ รธน.ฉบับใหม่โดยเร็ว ต้องไม่เกินไปกว่าวันลงคะแนนเสียงเลือกตั้ง ส.ส.
3.พรรคประชาชน ยืนยันไม่ร่วมรัฐบาล และทำหน้าที่ฝ่ายค้านต่อไป ไม่มีบุคคลใดจากพรรคไปดำรงตำแหน่งรัฐมนตรี
ซึ่งตัวแปรที่จะชี้ขาดตำแหน่งนายกฯคนที่ 32 ในขณะนี้ จึงอยู่ที่“กลุ่ม 18” ของ “สุชาติ ชมกลิ่น” รองหัวหน้าพรรค รทสช. ที่มีภาพปรากฏสนับสนุน “อนุทิน ชาญวีรกูล” เป็นนายกฯ ด้วยเสียงของพรรคร่วมรัฐบาล 257 เสียง (239+18 เสียง)
ขณะที่ขั้วพรรคร่วมรัฐบาล อย่างพรรค พท. หากจะดัน“ชัยเกษม นิติสิริ” ขึ้นเป็นนายกฯ จะต้องออกแรงดึง“กลุ่ม 18” ของ “สุชาติ ชมกลิ่น” ให้กลับมาสนับสนุน เพื่อรักษาสภาพพรรคร่วมรัฐบาล 253 เสียง ไว้เช่นเดิม
นอกจากนี้ ยังต้องตรึง ส.ส.ของพรรค พท. ไม่ให้ถูกเจาะไปร่วมกับพรรค ภท.
ร่วมทั้งอาจต้องเปิดดีล ยอมให้เก้าอี้รัฐมนตรีกระทรวงเกรดเอ ที่พรรค พท. ดูแลอยู่ อาทิ กระทรวงการคลัง กระทรวงมหาดไทย กระทรวงคมนาคม กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ให้กับพรรคร่วมรัฐบาลเพิ่มเติม เพื่อแลกกับเก้าอี้ “นายกฯคนที่ 32” ของพรรค พท.
เกมชิงเก้าอี้ นายกฯคนที่ 32 จึงมีความเข้มข้น เดิมพันสูงทางการเมือง ของทั้งขั้ว “สีแดง และ “สีน้ำเงิน”
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เสี่ยเฮ้งเนื้อหอม!! จับตากลุ่ม 18 ตัวเปลี่ยนเกม จับตาโหวตนายกฯ คนที่ 32
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th