สัญญานเขมรก่อศึกรอบ 2 บ้านหนองจาน ระวังโมเดล “ตาเมือนธม” ?
ไม่แต่การออกมายอมรับของกองทัพไทย โดย โฆษกกองทัพบก “พลตรีวินธัย สุวารี” ว่า มีความกังวลเหตุการณ์บ้านหนองจาน จ.สระแก้ว ที่อยู่ในความรับผิดชอบของ “กองทัพภาคที่ 1” จะขยายลุกลาม อันเป็นสาเหตุหนึ่งที่วันนี้(29ส.ค.) ต้องมีการประกาศกฎอัยการศึกในพื้นที่ชายแดนสระแก้ว โดยกองกำลังบูรพา ออกมาตรการรักษาความปลอดภัย หลังมวลชนคนไทยปักหลัก รอ ชาวเขมร ในพื้นที่
โดยมีการกำหนด พื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ให้ ถนนศรีเพ็ญ เป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย ห้ามนำอาวุธ เข้ามาในพื้นที่ห้ามปิดกั้นเส้นทาง
- ห้ามถ่ายภาพ-บันทึกข้อมูลฐานปฏิบัติการทางทหาร
-ห้ามก่อเหตุทะเลาะวิวาท -ดื่มสุรา
-ห้ามนำเครื่องขยายเสียงเข้ามา
และยังเตือนหาก “ม็อบเขมร”มีการบุกรื้อลวดหนาม มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินราชการ
โดย “พล.ต.วินธัย”ระบุการประกาศกฎอัยการศึกเป็นมาตรการควบคุมพื้นที่ และรักษาความปลอดภัย เนื่องจากในพื้นที่มีแนวโน้มการเกิดเหตุจลาจล อาจจะมีความไม่เรียบร้อย ถือเป็นมาตรการดูแลการเข้าออกในพื้นที่ ต้องระมัดระวังมากขึ้น โดยเฉพาะบุคคลที่เป็นประชาชน ไม่ว่าจะเป็นฝ่ายกัมพูชาหรือฝ่ายไทย อีกทั้งยังมีความเป็นไปได้ที่จะเกิดการเผชิญหน้าของประชาชนสองประเทศ ซึ่งไม่มีใครอยากให้มีการเผชิญหน้า ในลักษณะนั้น ซึ่งอาจจะพัฒนาไปยังจุดอื่น
จึงค่อนข้างมีความน่ากังวล ในขณะเดียวกันยืนยันว่ามวลชนฝ่ายไทย เช่น อินฟลูฯ ขอความร่วมมือได้ และปัจจุบันน่าจะมีการพูดคุยกันอยู่แล้ว ซึ่งฝั่งไทย ไม่ได้มีความน่ากังวลอะไร ทุกคนอยู่ในกรอบ และยังสามารถเข้าออกในพื้นที่ได้ เพียงแต่ให้มีการประสานงานอย่างใกล้ชิดกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทย
อย่างไรก็ตามในประเด็น “ข้อกังวล”ของกองทัพ ที่ไม่แต่เตรียมรับกับสถานการณ์ “ม็อบชนม็อบ”แล้ว ยังน่าสนใจ ถึง “สัญญาน”ที่มีลักษณะ สอดคล้องต่อสถานการณ์ศึก ที่เคยเกิดขึ้นในลักษณะเดียวกัน ที่ปราสาทตาเมือนธม ก่อนจะมาเป็นเหตุการณ์ “เสียงปืนนัดแรก”ที่ปราสาทตาเมือนธม 24ก.ค.68 ที่ขยายลุกลามเป็นสถานการณ์สู้รบ ของกองทัพเขมรและไทย
กระทั่งไปสู่เหตุการณ์ เขมรใช้ปืนใหญ่ยิงถล่มประชาชนคนไทยทั้งโรงเรียน โรงพยาบาล ชุมชน ตามแนวชายแดน จนฝ่ายไทยมีการใช้ กริฟเพ่น ไป “หย่อนไข่”ตอบโต้ กระทั่งมาสู่การเจรจา “หยุดยิง” ที่มาเลยเซีย28ก.ค. โดยก่อนหน้า “ปืนลั่น”ก็เกิดเหตุ “ทหารไทย”เหยียบกับระเบิด 2 ครั้ง และหลังจากนั้นก็มีเหตุการณ์ก่อม็อบของเขมร และ ม็อบของฝ่ายไทย กระทั่งมีการนัดชุมนุมใหญ่ กระทั่ง เกิดการเปิดฉากยิงของฝ่ายเขมรก่อน
ไม่แต่เท่านั้นนอกจากความสุ่มเสี่ยงม็อบชนม็อบที่มีโมเดลคล้าย กรณีปราสาทตาเมือนธม ที่เป็น “สัญญานศึก”รอบแรก ยังปรากฏร่องรอยในพื้นที่ของกองทัพภาคที่ 2 ของ “พล.ท.บุญสิน พาดกลาง” แม่ทัพภาค2 หลังการเจรจาRBC(27ส.ค.)ที่ฝ่ายเขมรไม่ยอมรับเรื่องการกำจัด “ทุ่นระเบิด” โดยในวันเดียว ได้เกิดเหตุการณ์ทหารไทยเหยียบกับระเบิดใหม่ขาดขาดรายที่6
อันถือเป็นการละเมิดข้อตกลง “หยุดยิง” จากฝ่ายเขมร ที่ประเด็นนี้ ทั้ง “แม่ทัพกุ้ง” ออกมาประกาศกร้าวอนุมัติให้กำลังพลยิงทหารเขมรได้ทันที หากเห็นเข้ามาวางทุ่นระเบิดอีก ซึ่ง“พล.ต.วินธัย”โฆษกทบ. ระบุว่า ทหารไทยพร้อมยิงเพื่อป้องกันตนเอง หากทหารกัมพูชา ล้ำแดน-ลอบวางทุ่นระเบิด ยัน ไม่ใช่การละเมิด ข้อตกลงที่ไทยยังเคารพการหยุดยิง แต่ไม่ปิดโอกาสการป้องกันตัว ทหารไทย มีสิทธิ์ ป้องกันตนเอง และยอมรับว่า มีโอกาสที่จะเกิดความบานปลาย นำไปสู่เหตุการณ์ปะทะกันหากเขมรยิงสวนกลับมา
จาก “สัญญานศึก”ที่คล้ายกันกับเหตุการณ์ “ตาเมือนธม”ดังกล่าว แม้อยู่ระหว่างการเจรจาระดับทวิภาคี ในระดับ RBC และยังมีนัดระดับ GBC ต่อไปแต่ก็ยังไม่มีวี่แววที่ฝ่ายเขมรจะไม่หยุดป่วน ทั้งในพื้นที่กองทัพภาคที่2 ที่มีประเด็นช่องอานม้า และ กองทัพภาคที่1 ประเด็น บ้านหนองจาน ทำให้หลายฝ่ายจับตาความเคลื่อนไหวของฝ่ายเขมร ที่ยังคงมีการเคลื่อนกองกำลังตามแนวชายแดน ว่า
หากเกิดสถานการณ์ตอบโต้กันขึ้นกรณี ทุ่นระเบิด ที่ไทยยิงสวน ย่อมมีโอกาสบานปลายไปสู่การเปิดศึกรอบ2 ที่เกิดการยิงอาวุธหนักใส่กันได้ระหว่างไทยเขมร อย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว.
ติดตามเนื้อหาดีๆแบบนี้ได้ที่
Facebook: https://www.facebook.com/innnews.co.th
Twitter : https://twitter.com/innnews
Youtube : https://www.youtube.com/c/INNNEWS_INN
TikTok : https://www.tiktok.com/@inn_news
LINE Official Account : @innnews