แชมเปี้ยนส์ลีก (กลับ) มาแล้ว !
ไม่รู้คุณผู้อ่านรู้สึกเหมือนผมมั๊ยว่า มันไม่ได้ตื่นเต้นเหมือนฟอร์แมตเดิมที่เป็น group stage ว่าจะอยู่ร่วมสายกับใคร
ด้วยจำนวนแมตช์ที่เยอะขึ้น และด้วยรูปแบบที่ว่าวัดดวงเอาว่าจะได้เล่นกับทีมนี้เหย้าหรือเยือน มันไม่ค่อยฟินเท่าไหร่ เหมือนๆว่าไม่ได้วัดพลังกันเต็มที่ในระบบเหย้า-เยือน แต่การเจอกันของทีมใหญ่ พอวนมาปะหน้ากันซ้ำๆ ก็ชักคลายความระทึกลงไป
แต่บ่นไปงั้นล่ะครับ ไม่ว่าระบบไหนผมก็ดูอยู่ดี และก็เชื่อว่าถ้าอนาคตรูปแบบลีกเฟสได้รับความนิยมน้อยลง ฟีดแบกไม่ดีเดี๋ยว ยูฟ่า ก็เปลี่ยน ก็เปลี่ยนมากี่รอบแล้ว ใช่มั๊ย ?!
มาว่ากันถึงตัวแทนจาก ลา ลีกา กัน ปีนี้มี 5 ทีมส่งเข้าประกวดตามโควต้าพิเศษที่ได้รับมาเมื่อซีซั่นก่อน บาร์ซ่า แชมป์,เรอัล มาดริด รองแชมป์ แอต.มาดริด อันดับ 3 , แอธ.บิลเบา อันดับ 4 และ บียาร์เรอัล อันดับ 5
ว่ากันตามศักยภาพบิ๊ก 3 ควรไปได้ไกลกว่าชาวบ้าน อย่างน้อยๆต้องรอบ 16 ไม่ควรร่วงแค่ลีกเฟส ส่วน แอธเลติก กับ เรือดำน้ำ กับการเข้าร่วมฟุตบอลรายการใหญ่สุดของยุโรปครั้งที่ 6 เท่ากันถือว่า ลุ้นเหนื่อย
'โลส เลโอเนส' หายหน้าไปจาก ลา แชมเปี้ยนส์ 1 ทศวรรษเต็ม หนสุดท้ายคือซีซั่น 2014/15 ตอนนั้นยังเป็นการเล่นแบบ group stage อยู่ร่วมกล่มกับ ปอร์โต้,ชัคตาร์ โดเน็ตส์ค และ บาเต้ โบริซอฟ ผลงานปีนั้นเล่นครบ 6 เกม ชนะ 2 เสมอ 1 แพ้ 3 ได้ตั๋วไปลุย ยูโรป้า ลีก
มาซีซั่นนี้ โปรแกรมหนักสุดๆ เจอ เปแอสเช (เหย้า),ดอร์ทมุนด์ (เยือน),อาร์เซน่อล (เหย้า),อตาลันต้า (เยือน),สปอร์ติ้ง (เหย้า),สลาเวีย ปราก(เยือน) ,คาราบัค (เหย้า) และ นิวคาสเซิ่ล (เยือน)
ตามสายตาถ้าไม่ท็อปฟอร์มจริงๆ ผ่านยากครับ
ส่วน เยลโล่ซับมารีน มีผลงานที่ดูดีกว่า เคยเข้าถึงรอบรองชนะเลิศ 2 ครั้ง ครั้งแรกเมื่อซีซั่น 2005/06 ส่วนหนล่าสุดคือฤดูกาล 2021-22
เมื่อ 20 ปีที่แล้ว พวกเขาพ่าย ให้ อาร์เซน่อล ฮวน โรมัน ริเกลเม่ พลาดจุดโทษในเกมไปอย่างน่าเสียดาย ส่วนปี 21-22 เสียท่าให้ ลิเวอร์พูล
กระนั้นก็นับเป็นความภาคภูมิใจของแฟนๆซุบมารีโน่อามารีโย่แบบสุดๆแล้ว เพราะปีนั้นอัดเดี้ยงทั้ง บาเยิร์น และ ยูเว่
มาซีซั่นนี้อยู่ร่วมสายกับ แมนฯซิตี้(เหย้า),ดอร์ทมุนด์ (เยือน),ยูเวนตุส (เหย้า),เลเวอร์คูเซ่น (เยือน),อาแจ็กซ์(เหย้า),สเปอร์ส(เยือน),โคเปนเฮเกเก้น(เหย้า) และ ปาฟอส (เยือน) ถือว่าหนักเอาการ มีเกมที่มองน่าจะเสียแต้มอยู่หลายเกม โดยรวมถือว่าเบากว่า แอธเลติก นิดหน่อย แต่ก็ลุ้นหนักใกล้เคียงกันหากหวังเข้ารอบ 16 ทีม
ด้าน เรอัล มาดริด อยู่ร่วมสายกับ แมนฯซิตี้ (เหย้า),ลิเวอร์พูล (เยือน),ยูเวนตุส (เหย้า),เบนฟิก้า (เยือน),มาร์กเซย (เหย้า),โอลิมเปียกอส (เยือน),โมนาโก (เหย้า) และ ไครัต อัลมาตี้ (เยือน)
จากคู่แข่ง มาดริด ถือว่าเจองานหนักไม่น้อย เพราะปะทะกับ ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล โจทย์เก่า แถมทีมหลังเพิ่งมีคดี เทรนท์ ที่ทำให้แฟนๆเขม่นกันอีก ไปเยือน แอนฟิลด์ หนที่แล้วก็ร่วงแบบไม่เป็นท่า
ส่วนที่ใครๆต่างยกว่าหนักกว่า ซิตี้ และ ลิเวอร์พูล ก็คือการออกไปเยือน ไครัต อัลมาตี้ ทีมดังจากคาซัคสถาน ที่หนักก็เพราะว่าต้องเดินทางไกลถึง 6,430 กิโลเมตร ไป-กลับ คูณ x 2 ก็ 12,860 กิโล !!
อันนี้หนักจริงครับ ซึ่งไม่แน่ว่าอาจจะมีผลต่อสภาพร่างกายของนักเตะด้วย เวลากลับมาเล่นในเกมลีกนัดต่อไป
อย่างไรก็ตามด้วยศักยภาพของ มาดริด ถึงแม้ระบบยังไม่เข้าที่เข้าทาง พวกเขาสมควรผ่านเข้ารอบน็อคเอาท์ได้โดยไม่ต้องพึ่งพาการเล่นเพลย์ ออฟ เหมือนซีซั่นที่แล้ว
ฝั่ง บาร์ซ่า ที่ปีก่อนไปไกลถึงรอบรองชนะเลิศ เจอกับ เปแอสเช (เหย้า),เชลซี(เยือน),ไอน์ทรัค แฟร้งเฟิร์ต (เหย้า),คลับ บรูช (เยือน),โอลิมเปียกอส (เหย้า),สลาเวีย ปราก (เยือน),โคเปนเฮเก้น (เหย้า) และ นิวคาสเซิ่ล (เยือน)
พิจราณาจากศักยภาพของ บาร์ซ่า ยามนี้กับคู่แข่งที่ต้องเจอ ดูจะเป็นงานเบากว่า มาดริด แถมเดินทางก็ไม่โหด นอกบ้าน 4 เกมบินด้วยระยะทางรวมแค่ 11,008 กิโลเมตรเท่านั้น เทียบกับรูทของ มาดริด แล้วเบาไปเลย
เกมที่เป็นไฮไลท์ในรอบนี้ของ ฟลิค และลูกทีมก็น่าจะเป็นการเจอกับ เปแอสเช ซึ่งจะเป็นการต้อนรับ หลุยส์ เอ็นรีเก้ กลับถิ่นอีกครั้ง ซึ่งน่าจะเป็นบรรยากาศที่ยอดเยี่ยม เพราะ เอ็นรีเก้ เคยฝากผลงานระดับมาสเตอร์พีซเอาไว้กับทีมในปี 2014-15 ที่ผงาดคว้าทริเบิ้ลแชมป์มาครองเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ (ก่อนจะไปทำได้อีกครั้งกับ เปแอสเช)
ส่วนเกมกับ เชลซี ก็น่าดูเช่นกัน ปีนี้ทีมของ เอ็นโซ่ มาเรสก้า ยกระดับขึ้นมาได้น่ากลัว ผลงานการคว้าแชมป์ฟีฟ่า คลับ เวิล์ดคัพ การล้ม เปแอสเช หมายเลข 1 ของยุโรปในรอบชิง พิสูจน์ให้เห็นว่าพวกเขาไม่ธรรมดา แถมรูปแบบวิธีการเล่นก็ยังคล้ายคลึงกัน เกมเพรสซิ่ง บอลเร็ว ทะลุทะลวง
อย่างไรก็ตามหากหลุดจาก เปแอสเช กับ เชลซี ไปแล้วที่เหลือไม่น่าห่วง บาร์ซ่า สมควรผ่านเข้ารอบแบบไม่ต้องเพลย์ออฟ เผลอๆมีลุ้นคว้าแชมป์รอบลีกเฟสด้วยซ้ำ
มาถึงแอต.มาดริด ที่ปีนี้ลงทุนไปร่วม 170 ล้านยูโร แต่เปิดลีกมา 2 เกม มีแค่ 1 แต้ม ว่ากันตามคู่แข่งแล้วถือว่าหนักไม่น้อย เจอ อินเตอร์ มิลาน (เหย้า),ลิเวอร์พูล (เยือน),ไอน์ทรัค แฟร้งเเฟิร์ต (เหย้า),อาร์เซน่อล (เยือน)ฐโบโด กลิมม์ (เหย้า),พีเอสวี (เยือน),อูนิโอ แซงต์ชิลลัวส์ (เหย้า),กาลาตาซาราย (เยือย)
สังเกตมั๊ยครับ เหมือนสวรรค์แกล้งหมี ใครเจอกับทีมใหญ่ๆก็ว่าหนักแล้ว แต่ของ โชโล่ และลูกทีม โปรแกรมดวลทีมใหญ่ ตกร่องไปเป็นเกมเยือนหมด ยกเว้นแค่ อินเตอร์ มิลาน เท่านั้น
เยือน แอนฟิลด์,เยือน เอมิเรตส์ สเตเดี้ยม,เยือน พีเอสวี และกาลาฯ โอ้โห มีสิทธิ์พลาดพลั้งถึงพ่ายแพ้ได้ทุกเกมเลยนะ
-เจมส์ ลา ลีกา-