โลกร้อนเปลี่ยนอนาคต ทำฤดูเล่นสกีใน “ออสเตรเลีย” สั้นลง แถมเจอ “เอลนีโญ” ซ้ำเติม
แม้ว่าช่วงเริ่มต้นฤดูหนาวของออสเตรเลียจะมีหิมะตกทันก่อนเปิดฤดูกาลสกีของปี แต่วิกฤตการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและภาวะโลกร้อน รวมถึงอิทธิพลจากปรากฏการณ์เอลนีโญที่มีแนวโน้มก่อตัวในช่วงไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้ากำลังเพิ่มความเสี่ยงให้ฤดูหิมะของออสเตรเลียสั้นลงและไม่มั่นคงมากขึ้น โดยปกติแล้วปรากฏการณ์เอลนีโญทำให้สภาพอากาศในช่วงฤดูหนาวและฤดูใบไม้ผลิของออสเตรเลียแห้งและอุ่นมากกว่าเดิม ซึ่งบไม่เอื้อต่อการสะสมตัวของหิมะ โดยเฉพาะเมื่อปริมาณฝนลดลงขณะที่อุณหภูมิเพิ่มสูงขึ้นพร้อมกันยิ่งทำให้หิมะไม่สามารถคงอยู่ได้เป็นเวลานาน
สำนักอุตุนิยมวิทยาของออสเตรเลียระบุว่า แม้การพยากรณ์ในระยะยาวจะไม่สามารถระบุวันได้อย่างแม่นยำ แต่ก็ยังมีโอกาสที่จะเกิดพายุฤดูหนาวหรือความกดอากาศต่ำที่นำพาหิมะเข้ามาเป็นระยะได้ แต่แนวโน้มโดยรวมพบว่าในฤดูหิมะปีนี้อาจมีค่าเฉลี่ยต่ำกว่าปกติ และบางช่วงเวลาอาจมีอุณหภูมิสูงถึง 10 องศาเซลเซียส ซึ่งในอุณหภูมิระดับนี้จะเร่งการละลายของหิมะที่ตกลงมาใหม่เร็วขึ้นกว่าเดิม
ในช่วงระยะเวลาที่ผ่านมา พื้นที่บนเทือกเขาสูงของออสเตรเลียมีอุณหภูมิสูงขึ้นเรื่อย ๆ ขณะที่ความลึกของหิมะในหลายพื้นที่ก็ลดลง ส่งผลให้ฤดูกาลเล่นสกีเผชิญกับความท้าทายในอนาคต นักวิทยาศาสตร์ได้พัฒนาแบบจำลองภูมิอากาศและประเมินผลกระทบของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกในสกีรีสอร์ต 11 แห่งของออสเตรเลีย ผลการศึกษาพบว่าความยาวเฉลี่ยของฤดูกาลเล่นสกีนั้นลดลง 15-17% ภายในปี 2030 แม้ว่าจะมีการใช้เทคโนโลยีการผลิตหิมะเทียมเข้ามาชดเชยก็ตาม
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศกำลังทำให้รูปแบบของหิมะเปลี่ยนไป จากเดิมที่มีหิมะตกเติมสะสมอย่างสม่ำเสมอ กลายเป็นการตกหนักเป็นช่วง ๆ แต่เกิดขึ้นน้อยครั้งกว่าเดิม ขณะที่ปรากฏการณ์เอลนีโญก็ทำให้ฤดูกาลหิมะสั้นลงจากอุณหภูมิที่เพิ่มสูงขึ้น นอกจากนี้ฝนที่ตกในช่วงอากาศอุ่นยังเป็นอุปสรรคสำคัญที่เร่งให้หิมะละลายเร็วขึ้น ส่งผลให้ฤดูกาลเล่นสกีสิ้นสุดเร็วขึ้นเช่นกัน ซึ่งนักเล่นสกีหลายคนระบุว่าปริมาณหิมะและระยะเวลาของฤดูกาลลดลงอย่างเห็นได้ชัดเมื่อเทียบกับในอดีต โดยเฉพาะในซีกโลกใต้ที่กำลังเผชิญผลกระทบจากภาวะโลกร้อนอย่างต่อเนื่อง
แม้ว่าวงการอุตสาหกรรมสกีของออสเตรเลียจะพยายามปรับตัวผ่านการลงทุนในเทคโนโลยีการผลิตหิมะเทียมมายาวนานกว่า 35 ปี สกีรีสอร์ตบางแห่งลงทุนในระบบผลิตหิมะรุ่นใหม่ที่สามารถสร้างหิมะเทียมได้แม้จะมีอุณหภูมิสูงถึง 20 องศาเซลเซียส ช่วยลดความผันผวนของสภาพอากาศและรองรับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศได้ดีขึ้น แต่กระบวนการผลิตหิมะเทียมนั้นต้องใช้ทรัพยากรและต้นทุนสูง
อย่างไรก็ตามอนาคตของฤดูหิมะในออสเตรเลียจะเผชิญความท้าทายมากขึ้นจากทั้งเอลนีโญและการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ แต่ผู้เชี่ยวชาญชี้ว่า การลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกยังคงเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยรักษาพื้นที่หิมะและยืดอายุของฤดูหนาวในระยะยาวได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- “เอลนีโญ” เร่งตัว อุณหภูมิน้ำทะเลอุ่น อ่าวไทยเสี่ยงแพลงก์ตอนบลูมถี่
- เอลนีโญ+โลกร้อน ทำให้ปีนี้ไต้ฝุ่นเยอะขึ้น-คาดการณ์เจอพายุหนักแน่
- ภัยเงียบจาก “โลกร้อน” นักวิทย์ฯพบ “เชื้อดื้อยา” เพิ่มขึ้น ตามอุณหภูมิโลกและอากาศที่แปรปรวน
- สหรัฐฯ พลิกขั้วภูมิอากาศ รัฐฝั่งเดโมแครตถอยนโยบายโลกร้อน แต่รัฐฝั่งรีพับลิกันเร่งพลังงานสะอาด
- “ดร.เสรี” เตือนอย่าชะล่าใจ! “เอลนีโญ” มา แต่ไทยยังเสี่ยง ทั้งแล้งและน้ำท่วมหนัก