โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

อดีตสาวโรงงานดับหลังตะขาบกัด แฟนหนุ่มเศร้าสิทธิหมด-ไม่มีเงินรักษา

Amarin TV

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
อดีตสาวโรงงานดับหลังตะขาบกัด แฟนหนุ่มเศร้าสิทธิหมด-ไม่มีเงินรักษา จำใจซื้อยากินเอง ก่อนช็อกพบเป็นศพ ขณะที่ทาง รพ.เอกชนแจงยิบแนะนำตามขั้นตอนแล้ว

อดีตสาวโรงงานดับหลังตะขาบกัด แฟนหนุ่มเศร้าสิทธิหมด-ไม่มีเงินรักษา จำใจซื้อยากินเอง ก่อนช็อกพบเป็นศพ ขณะที่ทาง รพ.เอกชนแจงยิบแนะนำตามขั้นตอนแล้ว

วันที่ 4 มิ.ย. 69 ศูนย์วิทยุแจ้งเหตุหน่วยกู้ภัยเพียวเยี้ยงไท้ ศรีราชา จ.ชลบุรี ได้รับแจ้งเหตุมีผู้เสียชีวิตโดยไม่ทราบสาเหตุ ที่บริเวณห้องเช่า ภายในซอยอัลลายน์-มาบหินซอย 6 หมู่ 6 ต.บ่อวิน อ.ศรีราชา จ.ชลบุรี จึงประสานเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บ่อวิน เข้าร่วมตรวจสอบ

ในที่เกิดเหตุเป็นห้องพักสองชั้น ผู้เสียชีวิตพักอยู่บริเวณห้องพักชั้น 2 ห้องริมสุด พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นผู้หญิง ทราบชื่อต่อมาคือ นางอุทัย (สงวนนามสกุล) อายุ 42 ปี มีอาชีพเป็นหมอนวดแผนไทย แต่ก่อนหน้านั้นทำงานโรงงาน นอนเสียชีวิตในสภาพนานหงาย ขาเกร็ง ปากดำ ไม่พบร่องรอยการถูกทำร้าย และไม่พบร่องรอยการรื้อค้นทรัพย์สินใดๆ

จากการสอบสวน นายวุฒินันท์ (สงวนนามสกุล) อายุ 27 ปี แฟนหนุ่มผู้เสียชีวิต มีอาชีพเป็น รปภ.บริษัทแห่งหนึ่ง เปิดเผยว่า เมื่อคืนที่ผ่านมาตนเองกำลังเข้ากะทำงานอยู่ และได้รับแจ้งว่าแฟนถูกตะขาบกัดในที่ทำงานร้านนวดแผนไทย จึงขี่รถจักรยานยนต์ออกมารับแฟนที่ร้านนวดแผนไทย ก่อนจะพาไปโรงพยาบาลเอกชนแห่งหนึ่ง เนื่องจากแฟนบอกว่ามีสิทธิประกันสังคมจากที่ทำงานเก่า

หลังจากนั้นได้เอาบัตรประชาชนไปเช็กในระบบประกันสังคมของโรงพยาบาล พบว่าสิทธิประกันสังคมสิ้นสุดลงแล้ว ทางเจ้าหน้าที่จึงสอบถามว่าญาติจะทำอย่างไร ถ้ารักษาที่โรงพยาบาลจะมีค่าใช้จ่ายที่สูง ทางตนเองจึงบอกว่าไม่มีเงิน จึงจะใช้สิทธิ 30 บาท ไปโรงพยาบาลรัฐ แต่เวลานั้นดึกมากแล้ว จึงตัดสินใจไปซื้อยาแก้ปวดที่ร้านสะดวกซื้อมากิน เป็นยาแก้แพ้และยาแก้ปวด หลังจากนั้นจึงพาแฟนกลับมาพักผ่อนที่ห้องพัก ก่อนที่ตนเองจะออกไปทำงานต่อ และได้โทรคุยกับแฟนตอนเวลาเกือบตีห้า

หลังจากนั้นก็วางสายกันไป ต่อมาตอนสาย ตนเองได้โทรหาแฟนอีกครั้ง แต่แฟนไม่รับ จึงโทรหาพี่สาวให้ไปช่วยดู ปรากฏว่าตอนเที่ยง พี่สาวโทรกลับมาบอกว่า แฟนตนเองเสียชีวิตไปแล้ว

โดยตนเองทราบว่าแฟนตนเองมีโรคประจำตัว คือโรคความดัน และมีอาการแพ้สัตว์มีพิษ เนื่องจากเคยโดนสัตว์มีพิษต่อยแล้ว เกิดอาการแพ้ และเคยเข้ารักษาที่โรงพยาบาลมาแล้ว แต่ครั้งนั้นใช้สิทธิประกันสังคม ซึ่งแฟนตนเองออกจากโรงงานมาได้ประมาณ 6-7 เดือนแล้ว ก็ไม่ทราบว่าสิทธิประกันสังคมจะหมดสิทธิ ใช้ไม่ได้ไปแล้ว ตอนนี้ตนเองยังติดใจที่โรงพยาบาลเอกชนว่าทำไมไม่ยอมให้คำแนะนำแก่ตนเอง ซึ่งจะต้องปรึกษาญาติของแฟนตนเองก่อนว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป

ด้านเจ้าหน้าที่โรงพยาบาลชี้แจงเบื้องต้นมาว่า คนไข้เข้ามาประมาณตี1-2 โดยมีแฟนผู้ชายพามา เจ้าหน้าที่ต้อนรับได้สอบถามอาการที่มา รพ. คนไข้แจ้งว่าปวดเท้า เท้าบวม โดนตะขาบกัด ซึ่งคนไข้ยังถามตอบได้ปกติ หลังจากนั้นได้สอบถามเรื่องสิทธิการรักษา คนไข้แจ้งว่ามีประกันสังคม จากนั้นเจ้าหน้าที่ต้อนรับได้ตรวจสอบสิทธิประกันสังคม พบว่าประกันสังคมสิ้นสุดแล้ว มีประกันสังคมที่โรงพยาบาลอีกแห่ง และญาติได้สอบถามว่า พอจะแนะนำโรงพยาบาลรัฐที่ใกล้ที่สุดในย่านนี้ได้มั้ย เจ้าหน้าที่ต้อนรับจึงตอบว่ามี 2 โรงพยาบาล ญาติคนไข้เลยเอาบัตรประชาชนคืน และบอกว่า เดี๋ยวจะไปโรงพยาบาลอีกแห่งก็ได้ ญาติและคนไข้ก็ได้ออกจากโรงพยาบาลไป

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยนำร่างผู้เสียชีวิตส่งชันสูตรที่โรงพยาบาล เพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้งหนึ่งต่อไป

ต่อมาผู้สื่อข่าวลงพื้นที่บริเวณห้องพักแห่งหนึ่ง ในพื้นที่หมู่ 6 ต.บ่อวิน เพื่อติดตามกรณีการเสียชีวิตของ นางอุทัย อายุ 42 ปี ซึ่งก่อนหน้านี้กลายเป็นประเด็นข่าวดังทั่วประเทศ ภายหลังถูกตะขาบกัด และมีข้อพิพาทกับโรงพยาบาลแห่งหนึ่งในพื้นที่อำเภอศรีราชา ก่อนเสียชีวิตในเวลาต่อมา จนเกิดข้อถกเถียงเกี่ยวกับกระบวนการรักษา

บริเวณห้องพักที่เกิดเหตุ พบญาติของผู้เสียชีวิตกำลังจัดเตรียมพิธีตามความเชื่อ หรือ “พิธีอัญเชิญดวงวิญญาณ” ออกจากสถานที่เสียชีวิต โดยบรรยากาศเป็นไปด้วยความโศกเศร้า

ญาติผู้เสียชีวิตเปิดเผยว่า ครอบครัวไม่ติดใจเอาความเกี่ยวกับสาเหตุการเสียชีวิตของผู้ตาย โดยในใบมรณบัตรระบุสาเหตุว่า “ไม่ทราบสาเหตุ” และทางครอบครัวตั้งใจจะนำร่างกลับไปประกอบพิธีทางศาสนาที่ภูมิลำเนา บ้านวังตาท้าว ต.นายางกลัก อ.เทพสถิต จ.ชัยภูมิ พร้อมเตรียมเคลื่อนย้ายร่างกลับบ้านเกิดภายในคืนนี้ ท่ามกลางความอาลัยของญาติและคนใกล้ชิด

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...