"สตม." รวบ 2 หนุ่มจีนแก๊งลักทรัพย์เชียงใหม่ หนีซุกกรุงเทพฯ ก่อนเผ่นลงใต้ไม่รอด
">
เมื่อวันที่ 5 มิถุนายน 2569 สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (สตม.) ภายใต้การอำนวยการของ พล.ต.ท.ภาณุมาศ บุญญลักษม์ ผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ รองผู้บัญชาการสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง, พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล ผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. และ พ.ต.อ.รัฐโชติ โชติคุณ รองผู้บังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่กองกำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. เร่งติดตามจับกุมบุคคลต่างด้าวตามหมายจับ จนสามารถจับกุมผู้ต้องหาชาวจีนได้ 2 ราย ได้แก่ นายฉางซง อายุ 38 ปี และนายเออร์รี อายุ 28 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลจังหวัดเชียงใหม่ ที่ จ.1346-1347/2569 ลงวันที่ 5 มิถุนายน 2569
ผู้ต้องหาทั้งสองถูกดำเนินคดีในข้อหาร่วมกันลักทรัพย์โดยมีผู้กระทำความผิดตั้งแต่ 2 คนขึ้นไป ในเคหสถานเวลากลางคืน โดยทำอันตรายต่อสิ่งกีดกั้นที่ใช้คุ้มครองบุคคลหรือทรัพย์สิน เข้าทางช่องทางที่ไม่ได้จัดทำไว้สำหรับเป็นทางเข้า และใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวกในการกระทำความผิดหรือพาทรัพย์สินหลบหนี รวมถึงเพื่อหลีกเลี่ยงการจับกุม
สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ผู้ต้องหาทั้งสองได้ก่อเหตุลักทรัพย์ภายในบ้านพักของผู้เสียหายในพื้นที่อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ โดยได้ทรัพย์สินเป็นนาฬิกา 2 เรือน แหวนทอง 1 วง แหวนเพชรรูปดอกไม้ 1 วง และแหวนเพชรแถวอีก 1 วง ก่อนหลบหนีออกจากพื้นที่
ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนพบข้อมูลว่า ผู้ต้องหาทั้งสองน่าจะเดินทางเข้ามาพักอาศัยอยู่ในพื้นที่กรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่ทราบสถานที่พักแน่ชัด ขณะที่พนักงานสอบสวนอยู่ระหว่างดำเนินการขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดเชียงใหม่ จึงได้ประสานมายัง พ.ต.อ.ธวัชชัย นรินรัตน์ ผู้กำกับการ 1 กองบังคับการสืบสวนสอบสวน สตม. เพื่อให้ช่วยสืบสวนติดตามตัวผู้ต้องหาทั้ง 2 ราย
จากการตรวจสอบข้อมูลผ่านระบบไบโอเมตริกซ์ พบว่า เมื่อวันที่ 28 พฤษภาคม 2569 นายเออร์รีได้เข้าพักที่โรงแรมแห่งหนึ่งในพื้นที่เขตห้วยขวาง กรุงเทพมหานคร เจ้าหน้าที่จึงเข้าตรวจสอบและพบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้เช็กเอาต์ออกจากโรงแรมในวันดังกล่าวแล้ว
เจ้าหน้าที่จึงเร่งแกะรอยและติดตามเส้นทางการหลบหนี กระทั่งทราบว่าผู้ต้องหาทั้งสองได้เดินทางไปยังสถานีขนส่งหมอชิต 2 เพื่อซื้อตั๋วรถโดยสารประจำทางเส้นทางกรุงเทพมหานคร-ยะลา โดยมีเป้าหมายจะลงรถที่อำเภอหาดใหญ่ จังหวัดสงขลา เจ้าหน้าที่จึงเข้าควบคุมตัวและเชิญมาซักถามข้อมูลเบื้องต้น
ในเวลาต่อมา ศาลจังหวัดเชียงใหม่ได้อนุมัติหมายจับผู้ต้องหาทั้งสองรายอย่างเป็นทางการ เจ้าหน้าที่จึงแสดงหมายจับให้ผู้ต้องหาทราบ ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สภ.เมืองเชียงใหม่ เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
พล.ต.ต.ภานพ วรธนัชชากุล กล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้เป็นไปตามนโยบาย "3 ไม่" ของสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ประกอบด้วย "ไม่ให้เข้า ไม่ให้อยู่ และไม่ให้รอด" ซึ่งเป็นมาตรการเชิงรุกในการสกัดกั้น ป้องกัน และปราบปรามชาวต่างชาติที่แฝงตัวเข้ามาก่ออาชญากรรมหรือกระทำผิดกฎหมายในประเทศไทย
สำหรับมาตรการ "ไม่ให้เข้า" เป็นการใช้ระบบคัดกรองผู้โดยสารล่วงหน้า เพื่อสกัดกั้นบุคคลต่างด้าวที่มีหมายจับหรือมีรายชื่ออยู่ในบัญชีเฝ้าระวังไม่ให้เดินทางเข้าประเทศตั้งแต่ต้นทาง ส่วนมาตรการ "ไม่ให้อยู่" เป็นการเพิกถอนวีซ่า กวาดล้าง และผลักดันชาวต่างชาติที่ฝ่าฝืนเงื่อนไขการพำนักในราชอาณาจักร เช่น กลุ่มที่ใช้วีซ่านักเรียนบังหน้า
ขณะที่มาตรการ "ไม่ให้รอด" เป็นการเอกซเรย์พื้นที่ทั่วประเทศ ตรวจสอบและติดตามชาวต่างชาติที่กระทำความผิดกฎหมาย พร้อมบูรณาการความร่วมมือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อจับกุมและดำเนินคดีอย่างทันท่วงที ไม่เปิดโอกาสให้ผู้กระทำผิดหลบหนีการบังคับใช้กฎหมายได้