นักวิชาการห่วง เปลี่ยนนายกปีละคน ทำ ‘เสื่อมศรัทธาการเมือง’ กระทบลงทุน-เสียภาพลักษณ์ไทย
นักวิชาการ ห่วง เปลี่ยนนายกปีละคน ทำเสื่อมศรัทธาการเมือง กระทบการตัดสินใจลงทุน- ‘รัฐบาลเฉพาะกิจ’ กระเทือนภาพลักษณ์ไทยในสายตาชาวโลก
เมื่อวันที่ 30 สิงหาคมนี้ รศ.ดร.บูฆอรี ยีหมะ อาจารย์ประจำสาขาวิชารัฐศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา ให้ความเห็นกรณีศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี จากปัญหาคลิปเสียงฮุนเซน
รศ.ดร.บูฆอรี กล่าวว่ากรณีนี้ เป็นการสะท้อนความเชื่อมั่น ทำให้ประชาชนขาดความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเมืองโดยรวม พรรคการเมืองรัฐบาล แทนที่จะเป็นสถาบันทางการเมืองที่มีส่วนสำคัญในการพัฒนาประชาธิปไตยให้ก้าวหน้ามากขึ้น ซึ่งจะนำไปสู่การมีรัฐบาลที่ดีสามารถที่จะผลักดันนโยบายในการบริหารประเทศตอบสนองของคนส่วนใหญ่ได้
แต่ไม่เป็นอย่างที่คิด กลายเป็นพรรคการเมืองทั้งหลายที่ต่างมุ่งเน้นผลประโยชน์ของตนเองและพวกพ้องมากกว่าผลประโยชน์ของประชาชน สังเกตได้ชัดจากสถานการณ์ล่าสุดหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยเมื่อวาน นำมาสู่การจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ทำให้เราเห็นว่าในท้ายที่สุดพรรคการเมืองต่างๆ ไม่ได้มีจุดยืนทางการเมืองที่ชัดเจนอะไรเลยแต่พร้อมที่จะเปลี่ยนขั้ว พร้อมสละเรือเพื่อเกาะกลุ่มกันใหม่ให้ได้เป็นรัฐบาล
“อย่างพรรคภูมิใจไทย ก่อนหน้านี้ปฏิเสธในการร่วมมือกับพรรคก้าวไกลรวมถึง พรรคประชาชนในปัจจุบัน ในประเด็นเรื่องแก้ไขรัฐธรรมนูญ ทั้งพรรคภูมิใจไทย พรรคเพื่อไทย ก็เห็นท่าทีของ 2 พรรค ที่ไม่ได้เต็มใจมุ่งมั่นในการแก้ไขรัฐธรรมนูญแต่อย่างใด
แต่พออยากได้อำนาจก็รีบรับปากข้อเสนอของพรรคประชาชนว่าจะแก้ไขรัฐธรรมนูญเพียง 4 เดือน แล้วยุบสภาเลือกตั้งใหม่ และจากพฤติกรรมทางการเมืองที่ผ่านมา ก็ทำให้ไม่ค่อยเชื่อว่าจะรักษาคำมั่นสัญญานี้หรือเปล่า” รศ.ดร.บูฆอรีกล่าว
รศ.ดร.บูฆอรีกล่าวต่อว่า ในขณะที่การแสดงออกทางการเมืองของพรรคประชาชน ก็มองว่าเป็นกลยุทธทางการเมืองแบบแปลกๆ คือการจะยกสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยให้เป็นรัฐบาล แต่กลับยืนยันเป็นฝ่ายค้าน ไม่ยอมเข้าร่วมรัฐบาล
“จริงๆ จะวางเฉยก็ได้ แต่กลับไปสนับสนนให้เขามีอำนาจทางการเมือง โดยคุณไม่ร่วมในอำนาจนี้ ในวงจรอำนาจนี้ ในเมื่อสนับสนุนแล้วไม่ร่วมเลย พยายามสร้างภาพว่าเป็นพระเอก เป็นพรรคการเมืองที่มีหลักการ แต่มองว่า ระยะเวลา 4 เดือนกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญนั้นทำได้ยาก” รศ.บูฆอรีกล่าว
รศ.บูฆอรีกล่าวอีกว่า เหตุการณ์เมื่อวานนี้ จะทำให้ประชาชน และความเชื่อมั่นที่มีต่อสถาบันทางการเมืองอย่างรัฐบาลลดลง ในขณะที่ความศรัทธาที่มีต่อศาลรัฐธรรมนูญเพิ่มขึ้น โดยมองว่าเป็นองค์กรสำคัญเป็นการผ่าทางตันทางการเมืองไม่ได้ส่งผลดีต่อระบอบประชาธิปไตย คนจะเสื่อมศรัทธาทางการเมือง ความก้าวหน้าของประชาธิปไตย จะกลับไปสู่วงจรเดิม
อย่างไรก็ตาม ตนมองว่า นักลงทุนต่างประเทศอาจจะมองว่า การเมืองไทย มีความไม่แน่นอนสูง ไม่รู้จะเกิดการพลิกผันทางการเมืองเมื่อไหร่ ในขณะเดียวกัน การมีรัฐบาลเพียงแค่ 4 เดือน นักลงทุนคงประเมินและชะลอการลงทุนเพื่อดูทิศทางการเมือง ทิศทางรัฐบาล หลังเลือกตั้งใหม่ สร้างความเชื่อมั่นได้หรือไม่ และถ้าเป็นรัฐบาล 4 เดือนจริง ไม่รู้ว่าจะทำอะไรได้มากแค่ไหน
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : นักวิชาการห่วง เปลี่ยนนายกปีละคน ทำ ‘เสื่อมศรัทธาการเมือง’ กระทบลงทุน-เสียภาพลักษณ์ไทย
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th