โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เมื่อข้าวไทยเดินทางสู่ห้วงอวกาศ เจาะวิสัยทัศน์ ดร.ทัฏพงศ์ กับความท้าทายในการเพาะปลูกพืชบนดาวดวงใหม่

SPACEMAN

อัพเดต 6 มิถุนายน 2569 เวลา 17.01 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา • SPACEMAN มนุษย์อวกาศ

หนึ่งในอุปสรรคที่ยิ่งใหญ่ที่สุดต่อการอยู่รอดของมนุษยชาติในอนาคตคือวิกฤตการณ์ "ขาดแคลนแหล่งอาหาร" ในวันที่โลกต้องเผชิญกับความอดอยากครั้งแล้วครั้งเล่า ทำให้นักวิทยาศาสตร์ต้องขยายเป้าหมายไปยังดาวดวงอื่น เริ่มจากดวงจันทร์ ดาวบริวารไร้ชั้นบรรยากาศที่อยู่ใกล้เราที่สุด ไปจนถึงดาวอังคาร ดาวเคราะห์ในระบบสุริยะชั้นในที่อยู่ห่างออกไปมากกว่าระยะทางจากโลกไปดวงจันทร์ถึง 5 เท่า หรือคิดเป็นระยะทางเฉลี่ยราว 225 ล้านกิโลเมตร แต่มีความหวังเต็มเปี่ยมด้วยชั้นบรรยากาศและแนวโน้มในการใช้เทคโนโลยีสร้างระบบนิเวศจำลอง และในวันนี้ นักวิทยาศาสตร์ไทยกำลังก้าวขึ้นมาเป็นผู้นำในการเปลี่ยนความฝันนี้ให้กลายเป็นจริงด้วยการส่ง "ข้าวไทย" ไปทดลองในอวกาศเพื่อเตรียมความพร้อมสู่การส่งมนุษย์ไปตั้งรกรากในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า

อาจารย์ ดร.ทัฏพงศ์ ตุลยานนท์ อาจารย์ประจำกลุ่มสาขาวิชาชีวนวัตกรรมและผลิตภัณฑ์ฐานชีวภาพอัจฉริยะ คณะวิทยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในฐานะหัวหน้ากลุ่มวิจัยด้านวิทยาศาสตร์ชีวภาพในอวกาศ จากห้องปฏิบัติการ Plant Biology Astrobotany Lab ได้ประกาศความสำเร็จในการร่วมมือกับองค์การอวกาศแห่งชาติจีน (CNSA - China National Space Administration) ภายใต้ภารกิจสือเจี้ยน 19 (Shijian-19) ด้วยการส่งเมล็ดพันธุ์ข้าวไทยจำนวน 5 สายพันธุ์ ขึ้นสู่วงโคจรเพื่อศึกษาพัฒนาการของต้นกล้าในสภาพแวดล้อมสุดขั้ว โครงการนี้มีเป้าหมายเพื่อเอาชนะข้อจำกัดในการส่งเมล็ดพันธุ์พืชไปสร้างแหล่งอาหารในอวกาศ โดยมุ่งคัดกรองพืชเศรษฐกิจของไทยที่มีศักยภาพและความทนทานสูงเพื่อเตรียมพร้อมสำหรับภารกิจสู่อนาคตที่ดาวอังคารหรือดาวเคราะห์ชั้นนอกที่ห่างไกลออกไป

ในการเดินทางผ่านห้วงอวกาศอันยาวนาน ตัวแปรวิกฤตที่ ดร.ทัฏพงศ์ และทีมนักวิจัยต้องคำนึงถึงคือผลกระทบจากรังสีคอสมิก (Cosmic Rays) พลังงานสูงซึ่งอาจส่งผลให้เกิดการกลายพันธุ์และสร้างความเสียหายต่อโครงสร้างพันธุกรรมของพืช จนทำให้ผลผลิตบิดเบือนไปจากเป้าหมาย ซึ่งความท้าทายนี้เป็นเรื่องที่องค์กรระดับโลกอย่างองค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐฯ (NASA) ให้ความสำคัญเช่นกัน ปัจจุบันประเทศไทยได้ลงนามเข้าร่วมความร่วมมือด้านการสำรวจอวกาศยุคใหม่ ทั้งโครงการอาร์ทิมิส (Artemis) และโครงการสถานีวิจัยดวงจันทร์สากล (ILRS - International Lunar Research Station) ที่มีเป้าหมายสร้างสถานีวิจัยบนดวงจันทร์เพื่อเป็นสปริงบอร์ดมุ่งหน้าสู่ดาวอังคาร มหาวิทยาลัยมหิดลจึงเร่งเตรียมความพร้อมด้านบุคลากรเพื่อรองรับยุคเศรษฐกิจอวกาศ (Space Economy) ที่กำลังเติบโตอย่างก้าวกระโดด

ความก้าวหน้าล่าสุดในปี พ.ศ. 2569 นี้ ห้องปฏิบัติการของ ดร.ทัฏพงศ์ ได้ยกระดับความร่วมมือไปอีกขั้นด้วยการลงนามเข้าร่วมภารกิจลูนาร์ พาเลซ ทู (Lunar Palace II) เพื่อร่วมพัฒนาระบบปลูกพืชสำหรับดวงจันทร์ และเตรียมการทดลองบนสถานีอวกาศเทียนกง (Tiangong Space Station) ของจีน ภายใต้การทำงานร่วมกับองค์กรอวกาศชั้นนำของโลก ทั้งองค์การอวกาศยุโรป (ESA) และองค์การสำรวจอวกาศญี่ปุ่น (JAXA) โครงการเหล่านี้นับเป็นการเปิดมิติใหม่ทางการศึกษาด้านชีววิทยาอวกาศ (Space Biology) ให้แก่เยาวชนไทย และพิสูจน์ให้เห็นว่าความรู้ทางวิทยาศาสตร์เพื่อสนับสนุนการตั้งถิ่นฐานบนดาวดวงใหม่ของมนุษยชาตินั้น ไม่ใช่เรื่องที่ไกลเกินเอื้อมของคนไทยอีกต่อไป

  • ข้อมูลอ้างอิง: มหาวิทยาลัยมหิดล
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...