โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หวังตี “กล่องดวงใจ”

เดลินิวส์

อัพเดต 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
ศึกซักฟอกครั้งนี้ บุคคลที่เป็นเป้าหมายสำคัญ คงหนีไม่พ้น “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และ “ นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี เพราะถือเป็น”กล่องดวงใจรัฐบาล” หรือพรรคฝ่ายค้านจะมุ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพียงแค่ 2 คน เพื่อไม่ให้เป้าหมายกระจาย สร้างความบอบช้ำให้แกนนคนสำคัญของฝ่ายบริหารมากที่สุด”

คาดหมายกันว่า การอภิปรายไม่ไว้วางใจเป็นครั้งแรก ที่จะเกิดขึ้นกับ”รัฐบาลอนุทิน 2” จะเข้มข้นและดุเดือดครั้งหนึ่งทางการเมือง เพราะพรรคประชาชน (ปชน. )สะสมความแค้น ไว้ตั้งแต่รัฐบาล”อนุทิน 1” ซึ่งครั้งนั้นถูกมองว่า” พรรคภูมิใจไทย(ภท.) “เบี้ยวข้อตกลง เกี่ยวกับการแก้ไขรัฐธรรมนูญ(รธน. ) ไม่ยอมไปหาไปขอเสียง สนับสนุนจาก”สว.สีน้ำเงิน” จนทำให้กระบวนการแก้ไขกฎหมายแม่บท ในการปกครองประเทศต้องชะงักไป และนำมาสู่การเลือกตั้งใหม่ ทำให้พรรคภท.คว้าชัยชนะในการเลือกตั้ง เมื่อเดือนก.พ. 69 ได้สส. ถึง 192 เสียง ส่วนพรรคส้มได้สส.เพียง 120 เสียง และนำมาสู่กระบวนการตรวจสอบสอบ “คดีฮั้วสว.” อย่างเข้มข้น เพราะต้องการทะลายระบบสีน้ำเงิน” ที่คุมเสียงทั้งสภาล่างและสภาบน เพราะมีผลต่อการช่วงชิงอำนาจรัฐ และกระบวนการแก้ไขรธน. ที่พรรคส้มต้องการให้เกิดขึ้น เพื่อกำหนดรูปแบบ ที่ตนเองคิดว่าไม่เสียเปรียบ ดังนั้นถ้าหากทำให้รัฐบาล ต้องมีอันเป็นไปเร็วที่สุด นั้นคือความปรารถนาอย่างแรงกล้า ของแกนนำพรรคฝ่ายค้าน

ด้าน “นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ “ สส.บัญชีรายชื่อ และหัวหน้าพรรคปชน. กล่าวถึงความพร้อมในการอภิปรายไม่ไว้วางใจว่า อยู่ในช่วงท้ายในการสรุปกรอบญัตติ เสร็จก็จะอยู่ในช่วงของการลงนาม หากดูไทม์ไลน์เชื่อว่าการอภิปรายไม่ไว้วางใจ จะเข้าสู่สภาฯในช่วงเดือนต.ค. เมื่อถามว่ามีการเปิดรับข้อมูลจากประชาชน มีคนตั้งข้อสังเกตว่าพรรคมีข้อมูลเพียงพอหรือไม่ที่จะอภิปราย นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เนื้อหาข้อมูลที่เรามีอยู่ในมือ มีน้ำหนักมากเพียงพออยู่แล้ว เพียงแต่การที่พรรคปชน.เปิดช่องทาง รับข้อมูลเพิ่มเติม เพื่อที่จะรับข้อมูลเชิงลึก จากผู้ที่ได้รับผลกระทบโดยตรง การอภิปรายในครั้งนี้เราพยายาม จะชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งไม่ได้หมายถึงเพียงแค่พรรคการเมืองอย่างเดียว

แต่หมายถึงการทำหน้าที่ในองค์กรอิสระ และความเกี่ยวข้องกับกลุ่มทุน ที่สนับสนุนระบอบสีน้ำเงิน ซึ่งมีคนที่ได้รับผลกระทบเยอะ เช่น บริษัทที่อาจจะเข้าร่วมประมูลในโครงการของรัฐ ที่เราเห็นว่ามีการล็อกสเปกเอื้อประโยชน์บางบริษัทให้ได้รับโครงการหรือไม่ ก็จะทำให้บริษัทคู่แข่งส่งข้อมูลมาให้เราได้ ส่วนอื่น ๆ ที่อาจอยู่ในระบบราชการเช่นเรื่อง “ช่วยน้ำเงินด้วย” หรือเรื่องการแต่งตั้งโยกย้ายข้าราชการต่าง ๆ หรือการทุจริตสอบท้องถิ่น การเปิดช่องทางก็จะทำให้เรามีข้อมูลในเชิงลึกมากยิ่งขึ้น

เมื่อถามว่านอกจากนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกฯ และนายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม(ดีอี ) จะอภิปรายใครเพิ่มเติมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่าตัวรัฐมนตรีที่จะถูกยื่นอภิปรายไม่ไว้วางใจ รอรู้พร้อมกันในวันที่ยื่นญัตติ ส่วนจะออกมาในรูปแบบใดนั้น อยากชี้ให้เห็นถึงความเลวร้ายของระบอบสีน้ำเงิน ว่าไม่ได้เป็นแค่ในเรื่องของ ตัวพรรคการเมืองอย่างเดียว ซึ่งหมายถึงส่วนอื่น ๆ ด้วย ส่วนกรณีเรื่องเขากระโดงเราจะมีการตรวจสอบอย่างไร นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็เป็นหนึ่งในประเด็นที่เราจับตามองอยู่ รอถึงวันอภิปรายจริง เพราะตอนนี้หากให้ข้อมูลอะไรไป ก็จะเป็นเหมือนให้การบ้านล่วงหน้า ส่วนจะมีประเด็นการอภิปรายไม่ไว้วางใจเรื่องของเขากระโดง หรือไม่นั้น นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ขอให้รอดูวันอภิปรายจริง

เชื่อว่า ศึกซักฟอกครั้งนี้ บุคคลที่เป็นเป้าหมายหมายสำคัญ คงหนีไม่พ้น “นายอนุทิน ชาญวีรกูล” นายกฯในฐานะหัวหน้ารัฐบาล และ “ นายไชยชนก ชิดชอบ” รมว.ดีอี เพราะถือเป็น”กล่องดวงใจรัฐบาล” หรือพรรคฝ่ายค้านจะมุ่งอภิปรายไม่ไว้วางใจ เพียงแค่ 2 คน เพื่อไม่ให้เป้าหมายกระจาย สร้างความบอบช้ำให้แกนนคนสำคัญของฝ่ายบริหารมากที่สุด

ส่วนอีกประเด็นที่พรรคส้มให้ความสำคัญคือ การเลือกตั้งเลือกตั้งคณะกรรมการประกันสังคม (บอร์ดประกันสังคม ) ซึ่งจัดโดยสำนักงานประกันสังคม (สปส.) ผ่านทางคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต. สปส.) โดย “นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ “รมว.แรงงาน ได้โพสต์เฟสบุ๊ตระบุว่า จากสถานการณ์น้ำท่วมที่เกิดขึ้นในหลายพื้นที่ และมีการประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ กรณีฉุกเฉินในบางส่วนแล้วนั้น มีความห่วงใยต่อความปลอดภัย ของพี่น้องผู้ประกันตน และเจ้าหน้าที่ผู้ปฏิบัติงาน ทุกท่านเป็นอย่างยิ่ง สำหรับการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ที่กำลังจะมาถึง ได้สั่งการด่วนให้สำนักงานสปส. และกกต. สปส. ติดตาม และประเมินสถานการณ์ อย่างใกล้ชิดรอบด้าน โดยมุ่งเน้นทั้งความปลอดภัย ในการเดินทางของผู้มาใช้สิทธิ ความพร้อมและความปลอดภัย ของเจ้าหน้าที่ประจำหน่วย สภาพความพร้อมของสถานที่ และเส้นทางในการเข้าถึงหน่วยเลือกตั้ง ตลอดจนการประเมินสภาพอากาศ และแนวโน้มสถานการณ์ล่วงหน้าอย่างรัดกุม

ในเบื้องต้น ทาง กกต. สปส. กำลังจำแนก ระดับผลกระทบในแต่ละพื้นที่ (กระทบมาก ปานกลาง และเล็กน้อย) เพื่อกำหนดแนวทางรองรับที่รัดกุมที่สุด ทั้งการย้ายหน่วยเลือกตั้ง ไปยังจุดปลอดภัย และเดินทางสะดวกขึ้นและการเลื่อนวันเลือกตั้ง (อาจพิจารณาเฉพาะบางหน่วยเลือกตั้ง บางจังหวัดที่ได้รับผลกระทบรุนแรง หรือภาพรวมตามความเหมาะสมของสถานการณ์) และเพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรค ต่อการใช้สิทธิของประชาชน กระทรวงแรงงานได้มอบหมายให้กรมพัฒนาฝีมือแรงงาน โดยสถาบันพัฒนาฝีมือแรงงาน (สพร.) และสำนักงานพัฒนาฝีมือแรงงาน (สนพ.) ทั่วประเทศ รวมถึง สพร. 13 กรุงเทพมหานคร(กทม.) เร่งตั้งจุดบริการช่วยเหลือ ด้านยานพาหนะและการเดินทางในพื้นที่เสี่ยง โดยมีทีมผู้บริหารลงพื้นที่ อำนวยความสะดวกอย่างเต็มกำลัง

ส่วนเพจเฟซบุ๊กพรรคปชน. โพสต์ข้อความระบุว่า รมว.แรงงาน และ กกต.สปส. ควรพิจารณาเลื่อนกำหนดการเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม ในวันที่ 27 ก.ย.ออกไปก่อน จนกว่าสถานการณ์อุทกภัยในหลายจังหวัดทั่วประเทศจะคลี่คลาย เพื่อปกป้องความเสมอภาค และสิทธิในการลงคะแนนของผู้ประกันตนทุกคน จากสถานการณ์น้ำท่วมรุนแรง ที่กำลังเกิดขึ้นในหลายพื้นที่ ได้ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนอย่างหนัก ตามระเบียบกระทรวงแรงงานว่า ด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการเลือกตั้งผู้แทนฝ่ายนายจ้างและผู้แทนฝ่ายผู้ประกันตน ได้ให้อำนาจกกต.ข้อ 6 (7) อย่างชัดเจนว่า ขยายหรือย่นระยะเวลาการเลือกตั้ง หรืองดเว้นการดำเนินการเกี่ยวกับการเลือกตั้ง ในกรณีที่มีเหตุจำเป็น ดังนั้นรมว.แรงงานและ กกต. จึงมีอำนาจตามกฎหมายที่จะสั่งการให้ขยายหรือเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ตามกรอบเวลาที่เหมาะสมได้ทันที

พรรคปชน. ไม่เห็นด้วยอย่างยิ่ง ต่อแนวทางจัดเลือกตั้ง เฉพาะบางพื้นที่ หรือเลื่อนเป็นบางหน่วย เนื่องจากแม้หน่วยเลือกตั้ง ในพื้นที่ที่น้ำไม่ท่วม จะสามารถเปิดคูหาได้ แต่ผู้ประกันตนจำนวนมาก ที่ต้องเดินทางมาจากพื้นที่ประสบภัยอื่น จะไม่สามารถออกมาใช้สิทธิ ได้อย่างปลอดภัย และไม่ควรมีประชาชนคนไหน ต้องเสี่ยงภัยฝ่าน้ำท่วมออกมาลงคะแนน หากปล่อยให้มีการเลือกตั้ง ท่ามกลางวิกฤตน้ำท่วมโดยไม่มีการเลือกตั้งล่วงหน้า หรือวันสำรอง ผู้ประกันตนที่ต้องเผชิญ กับเส้นทางตัดขาด หรือต้องอยู่ดูแลครอบครัว ในภาวะฉุกเฉิน จะต้องสูญเสียสิทธิไปโดยปริยาย จึงขอเรียกร้องให้กระทรวงแรงงาน เรียกประชุมด่วน เพื่อกำหนดวันเลือกตั้งใหม่ เมื่อสถานการณ์คลี่คลาย หรือหากยืนยันจะเดินหน้า จัดการเลือกตั้งต่อ ก็ต้องเปิดเผยมาตรการรองรับ และคำอธิบายแก่ประชาชนอย่างชัดเจน.

เช่นเดียวกับ “นายพนัส ไทยล้วน” หนึ่งในผู้สมัครรับเลือกตั้งบอร์ดประกันสังคม โพสต์ข้อความระบุ ฝนตกหนักมากเป็นอุปสรรค ต่อการเดินทางไปเลือกตั้ง เช็คกับสมาชิก ของโรงงานเกือบทั้งหมด เห็นว่าควรเลื่อนการเลือกตั้งออกไป ประมาณ7วันเพื่อให้ผู้ประกันตน สามารถเดินทางไปเลือกตั้ง ได้โดยสะดวก ส่วนการเลื่อนการเลือกตั้งเฉพาะบางแห่ง ขึ้นอยู่ในดุลยพินิจของกกต.โดยคำนึงถึงความพร้อม ของสถานที่ลงคะแนน และความพร้อมของผู้ประกันตนเป็นหลัก.

และในที่สุด ทางสปส.ได้มีการประชุมหารือกัน เร่งด่วนในวันที่ 26 ก.ย.และ เห็นว่าเนื่องจากสถานการณ์ฝนตกและน้ำท่วมขัง ในหลายพื้นที่ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการมาใช้สิทธิเลือกตั้งของผู้มีสิทธิ และการปฏิบัติหน้าที่ของกรรมการประจำหน่วยเลือกตั้ง (กปน.)จึงมีมติเลื่อนการเลือกตั้งเป็นวันที่ 11 ต.ค. 69.

ทีมข่าวการเมือง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...