“อู๋จุน” ไล่ไทม์ไลน์ชี้แจงละเอียด ปมถูก “เอ๋ย ไฮเอ็น” แฉล่วงละเมิดทางเพศ ยันไม่เคยคิดเรื่องแบบนี้-รักทุกคนแบบพี่น้อง
จากกรณีกลุ่มผู้เสียหายได้ออกมาเปิดเผยพฤติกรรมของยูทูบเบอร์หนุ่มชื่อดังที่มีผู้ติดตามกว่า 10 ล้านคน โดยอ้างว่ายูทูบเบอร์หนุ่มคนดังกล่าวเคยมีพฤติกรรมล่วงละเมิดทางเพศ มีอารมณ์รุนแรง ชอบด่าทอ โยนของใส่ และจิกหัวพนักงานหลายราย โดยเฉพาะกับพนักงานผู้หญิงนั้น
ล่าสุด “อู๋จุน” ยูทูบเบอร์คนดังที่ถูกพาดพิงได้ออกมาตอบโต้ด้วยการไลฟ์ชี้แจงเรื่องราวทั้งหมดผ่านทางช่อง Tiktok OAUJUN HI-END โดยเฉพาะการโต้กลับเดือดถึงอดีตทีมงานอย่าง เอ๋ย ไฮเอ็น ที่ออกมาแฉว่าถูกอู๋จุน ล่วงละเมิดทางเพศด้วยการเข้ามาไซร้คอ หอมแก้ม และพยายามลูบขาอ่อน โดยอู๋จุน ได้อธิบายไล่เรียงลำดับเหตุการณ์ทั้งหมดตลอด 10 เดือนที่ทำงานร่วมกัน โดยระบุว่า
ดราม่าที่เกิดขึ้นตนยืนยันอีกครั้งว่า ตนไม่เคยมองว่าการล่วงละเมิดเป็นเรื่องปกติ นี่คือเรื่องใหญ่ในมุมมองของตน ตนย้ำและยืนยันอย่างชัดเจนว่าไม่เคยล่วงละเมิด ไม่ได้ไซร้คอ ไม่ได้มีความพยายามในการลวนลามน้องเลย ตนทำคลิปยาวไปคนอาจจะไม่เข้าใจไทม์ไลน์ในยูทูบ เพราะพวกคุณไม่เคยดู วันนี้ตนก็เลยจะสรุปสั้น ๆ ให้ตามลำดับเดือน 1 ถึงเดือน 10 ที่น้องมาอยู่ที่สตูของตน
น้องทักมาในอินสตาแกรมบอกว่าที่นี่ดูอบอุ่นแบบครอบครัวและขอมาเป็นเด็กปั้น อยากให้น้องเข้าใจว่าเราอยู่แบบครอบครัวจริง ๆ อยู่แบบพี่น้อง ซึ่งการแสดงความรักหรือกอดหอม ตนแสดงความรักเป็นปกติของที่นี่ทุกคน และสิ่งนี้มองว่าตัวน้องเองก็รู้ดี เพราะว่าน้องเห็นสิ่งนี้แล้วบอกอบอุ่น น้องก็เลยมาที่นี่ ซึ่งมันมีหลักฐานในคลิปช่องตนเยอะมาก
เดือนที่หนึ่ง คือ เดือนที่น้องบอกว่าตนไปลวนลาม เจตนาของตน การกอดคือการให้กำลังใจ ซึ่งหลักฐานก็คือบางทีถ้ามันไม่ใช่กำลังใจน้องยังมาขอกอดตนเลย แต่ในบริบทที่หอมแก้ม แม้เจตนาบริบทจะเป็นแบบพี่น้อง ต่อจากนี้จะยินยอมหรือไม่ยินยอม การวางตัวของตนแบบนั้นมันผิดจริง ๆ ซึ่งอันนี้ยอมรับ แต่ผมจะบอกว่าไม่มีการไปล้วง ไม่มีจูบ ไม่มีอะไรที่เกินเลยหรืออยากล่วงละเมิดทางเพศแบบที่อีกฝ่ายพูดเลย ถ้าการกอดกันแล้วหน้ามันจะอยู่ใกล้ในช่วงคอแล้วทำให้น้องคิดว่าผมไปไซร้คอ ผมบอกเลยว่าพูดยากมากในบริบทนั้น
คราวนี้น้องออกมาร้องไห้ในเดือนที่ 10 เอาเรื่องนี้มาพูดเป็นประเด็นใหญ่ในเดือนสุดท้ายที่อยู่ด้วยกัน ผมก็เลยจะสรุปให้ทุกคนเห็นแล้วเดือนที่ 2-9 เกิดอะไรขึ้น
ในเดือนที่ 2 เป็นเดือนที่มีประเด็นที่ผมจะไม่ปั้นน้องต่อและจะให้น้องกลับบ้านเพราะมีเรื่องใหญ่เกิดขึ้น คือ การทำผิดกฎในสตู มันเป็นเรื่องราวการวางตัวกับผู้ชายคนนึงในสตู น้องอาจจะบอกว่าน้องไม่ได้ชอบเขา แต่สุดท้ายผมมีหลักฐานที่ผู้ชายบอกว่าชอบน้องเขาในช่วงแรก ผมเลยบอกว่าถ้าเกิดจะเข้าไปคุยกัน อยากให้บอกก่อนนะ ถ้าเรื่องงานโอเค แต่สุดท้ายผมมารู้ทีหลังผ่านกล้องวงจรปิดว่าพฤติกรรมมันสวนทางกับสิ่งที่น้องพูด บวกกับมันมีจังหวะนึงที่น้องให้ผู้ชายคนนั้นตอบแชทผมแทนตัวน้อง ผมเลยรู้สึกว่าน้องไม่สนใจในสิ่งที่ตกลงกันก่อนหน้านี้ มันไม่ซื่อตรงก็เลยจะเลิกปั้นน้อง แต่น้องก็ยังทักมาขอโทษผมและขอโอกาสผมอีกครั้ง ซึ่งต้องบอกว่านี่คือไทม์ไลน์หลังจากเดือนแรกที่น้องคิดว่าผมลวนลาม
หลังจากนั้นที่เป็นประเด็น คือ น้องมาพูดในเดือนที่ 10 ว่าในเดือนที่ 1 ผมลวนลามน้อง ผมแค่งงว่าถ้าคิดแบบนั้นในเดือนที่ 1 ทำไมในเดือนที่ 2 ที่ผมขอให้เลิกทำ ทำไมน้องไม่ออก เหมือนในคลิปเสียงที่น้องคุยกับพี่ปุ๊ในช่วงเดือน 10 ว่าน้องอยู่ต่อเพราะว่าน้องติดเงินผม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้วตอนนั้นน้องติดเงินในเดือน 2 มันแค่หลักพันเท่านั้น
ส่วนในเดือน 3 – 5 การใช้ชีวิตปกติสุขดีมาก ผมช่วยเหลือน้องทั้งในเรื่องหน้าบ้านและหลังบ้าน วางแผนการเปิดตัวเด็กปั้น ตามที่เห็นในคลิป 10 กว่าคลิปในเครือไฮเอ็น พอเข้ามาสู่เดือนที่ 6 อยู่ดี ๆ น้องไม่สบายใจ ผมเลยโทรหาน้องในช่วงตี 02.03 น. เราคุยกันเป็นเวลา 1 ชั่วโมง 3 นาที เรื่องที่น้องบอกว่าผมไปลวนลามน้อง ตอนคุยกันผมบอกว่าผมไม่มีเจตนา ผมก็เลยไม่ได้ขอโทษ
ในวันเดียวกัน น้องพิมพ์ข้อความมาบอกผมว่าน้องจะไม่กลับมาที่นี่อีกเพราะผมไม่ขอโทษน้อง ผมก็เลยโทรหาครั้งหนึ่ง เพื่อดึงสติน้อง บอกตรง ๆ ว่าผมไม่รู้น้องอัดเสียงผมในสายไหม ผมพูดเจตนาไปเยอะมากแต่น้องตัดมาแค่จังหวะที่ผมพูดขอโทษเพราะผมต้องการให้น้องกลับมาเพื่อปรับความเข้าใจที่น้องอาจมองว่าผมไปลวนลาม อาจจะเกิดจากการกอดหรือหอมแก้มในช่วงเดือนแรก ถ้าในเดือนแรกที่น้องมาอยู่แล้วทำให้คิดว่าผมลวนลาม ผมแค่ว่าคิดว่าทำไมน้องต้องอยู่ต่อ อันนี้ผมไม่เข้าใจ หลังจากที่ผมขอโทษน้องก็กลับมา
พอเข้าสู่เดือนที่ 7 น้องก็ขอกลับบ้านไปพักใจอีกครั้งหนึ่ง เพราะมันมีปัญหาหลายอย่างทั้งเรื่องงาน ครอบครัว ดูแลแม่ที่ป่วย คราวนี้ผมก็ติดต่อน้องไม่ได้ ผมพยายามติดต่ออยู่หลายวันน้องก็ไม่ตอบ
ผมก็บอกน้องว่า เอ๋ยเลือกได้ไม่ผิดนะ มันคืออนาคตของเอ๋ย แต่เอ๋ยอย่าเอาทุกเรื่องมารวมกัน ผมพิมพ์หลายข้อความและยาวมากเพื่อพยายามบอกว่าถ้าไม่อยากมาก็บอกนะ ไม่เป็นไร ไม่กลับมาก็ได้ แต่แค่บอกเราจะได้เดินหน้ากันต่อ องค์กรจะได้ไม่ต้องรอ หลาย ๆ คนที่ถามว่าเอ๋ยหายไปไหนจะได้รู้ว่าไม่กลับมาแล้ว
เดือนที่ 8 น้องตอบกลับมาว่าหลังจากที่ทบทวนตัวเองแล้ว น้องยังรักที่นี่และบรรยากาศที่นี่ สุดท้ายน้องก็กลับมา
พอเข้าเดือน 9 ผมก็ปล่อยให้น้องทำตามปกติ เพราะว่าเห็นน้องอยู่ในภาวะเครียดต่าง ๆ นานา ไม่ต้องสนใจกฎ เพื่อให้น้องไม่เครียด แต่ด้วยความที่กฎมันไม่ศักดิ์สิทธิ์แล้ว มันดูหละหลวม ผมควบคุมเด็กปั้นที่ผมปั้นไม่ได้ ผมก็เลยตัดสินถ่ายคลิป ๆ หนึ่งถามทุกคนว่า ใครไม่อยากต่อสัญญา ไม่ต้องต่อจะยกเลิกให้ ส่วนใครอยากอยู่ต่อให้เซ็นสัญญา แต่สุดท้ายน้องก็ยังตัดสินใจเซ็นสัญญากับผมต่อ
เดือน 10 เดือนสุดท้าย มันเกิดดราม่าตามที่เห็นในข่าว ครอบครัวน้องไม่สบายใจและขอให้น้องกลับไปอยู่บ้านก่อนเพื่อความสบายใจ ผมก็โอเค ก่อนน้องจะกลับ ผมก็ถามน้องว่าไปรอบนี้แล้วจะกลับมาไหม น้องบอกว่าใจก็อยู่ที่นี่อยู่แล้ว
แต่หลังจากนั้นน้องก็ทักมาว่าจะไม่ทำต่อแล้ว ผมก็เลยขอให้น้องมาจัดการสัญญา สัตว์เลี้ยง ลาเพื่อน ลาคนดูที่เคยสนับสนุน และตกลงเรื่องเงินที่ติดผม ซึ่งน้องอ่านข้อความ แต่ไม่ตอบแล้วก็หายไป ผมก็รอไปประมาณเกือบ 15 วัน ก่อนที่จะไลฟ์พูดชี้แจงเกี่ยวกับน้อง เอาจริง ๆ ตอนนั้นผมเซ็ง
ทั้งหมดนี้คือ 10 เดือนที่เราอยู่ร่วมกัน ผมสรุปให้เข้าใจง่าย ๆ
ผมอยากจะขอโทษเรื่องวุฒิภาวะ ตัวผมคิดผิดมาเสมอว่าเราต้องไม่น่ารักกับคนที่ไม่น่ารักกับเรา ซึ่งในความเป็นจริงแล้ว แม้เขาไม่น่ารักหรือไม่ดีกับเรา เราก็ควรน่ารักและดีกับเขา มันทำให้เห็นว่าในดราม่าครั้งนี้ผมเห็นตัวเองชัดมาก เรื่องอารมณ์ของเรามันเป็นยังไง และเราจัดการวุฒิภาวะทางอารมณ์ได้ไม่ดี และเราควรจะจัดการได้ดีกว่านี้ไม่ว่าจะสถานการณ์ไหน ทุกอย่างที่เกิดขึ้น หากผมผิดจริงผมก็ยอมรับ
ส่วนอื่นนอกจากนี้ที่มันเป็นข้อกล่าวหา รวมไปถึงส่วนของเขากล่าวอ้างว่าผมลวนลาม ผมยืนยันแบบบริสุทธิ์ใจอีกครั้งว่าผมไม่เคยทำแบบนั้นและไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นเลย ผมพร้อมแบบผมจะพิสูจน์ข้อเท็จจริงตามกระบวนการกฎหมายด้วยหลักฐานและพยานทั้งหมด สุดท้ายผมเข้าใจว่าคนที่เห็นผมในมุมหัวร้อนจะตัดสินผมว่ามันไม่ดี ซึ่งผมยอมรับจริง ๆ ว่าไม่ดี แต่มันเป็นคนละบริบทกับการที่เขาบอกว่าผมไปลวนลาม และผมไม่ได้มีเจตนาแบบนั้นจริง ๆ ฉะนั้นเพจต่าง ๆ ที่ไปตีข่าว ไม่ว่าจะเป็นในเรื่องไหนที่ทำให้คนเข้าใจผิด เช่น เรื่องที่ว่าทำไมต้องไปห้ามน้องมีแฟน ทำไมต้องบอกให้น้องรักเรา ในความเป็นจริงแล้ว เรื่องห้ามมีแฟนน้องรู้อยู่แล้วว่าไม่มี เพราะน้องขอมาเป็นครีเอเตอร์ ต้องมีระเบียบ วินัย มีความสม่ำเสมอ ต้องแสดงให้เห็นก่อนว่า ถ้าเขาทำได้แล้วจะมีแฟนก็มี เป็นระยะเวลาสั้น ๆ
ส่วนเรื่องรักก็ตรงตัวมากครับ มันไม่ใช้ชู้สาวครับ ตัวน้องก็รู้ดี ผมเลยคิดว่าการให้ข่าวหมิ่นเหม่แบบนี้จากบางเพจที่ไม่ได้เปิดเผยตัว หรือเป็นข่าวที่ไม่ได้ถูกคัดกรองมา กรณีนี้ผมอยากให้มันเป็นกรณีศึกษา การที่ออกข่าวมาโดยที่ยังไม่ได้พิสูจน์ข้อเท็จจริง ถ้าคนที่โดนข่าวเล่นแบบนี้แล้วรับแรงกดดันไม่ได้เหมือนผม สมมติเขาเครียดมากแล้วคิดสั้นสังคมจะตัดสินหรือยังไงต่อ
สุดท้ายผมขอโทษกับทุกสิ่งที่ผมเป็นตัวอย่างที่ไม่ดีกับเด็กและเยาวชน ผมตระหนักและจะปรับปรุงในส่วนนี้แน่นอน ต่อจากนี้ทุกอย่างจะให้เป็นไปตามกระบวนการของกฎหมาย ขอบคุณทุกคนที่รับฟังจนจบครับ