“Taylor Swift Effect” แฟนคลับแห่ส่องแหวนหมั้น “เทย์เลอร์ สวิฟต์” ดันหุ้นเครื่องประดับ-แบรนด์ดังพุ่งแรง
Taylor Swift Effect แฟนคลับแห่ส่องแหวนหมั้น เทย์เลอร์ สวิฟต์ ดันหุ้นเครื่องประดับ-แบรนด์ดังพุ่งแรง
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -28 ส.ค. 68 15:12 น.
ข่าวประกาศหมั้นระหว่างเทย์เลอร์ สวิฟต์ (Taylor Swift) นักร้องซูเปอร์สตาร์ระดับโลก และทราวิส เคลซี (Travis Kelce) นักกีฬาอเมริกันฟุตบอล NFL นอกจากจะได้รับความสนใจไปทั่วโลก ยังสร้างปรากฏการณ์ Taylor Swift Effect ถึงโลกธุรกิจและตลาดหุ้น โดยเฉพาะราคาหุ้นของ Signet Jewelers ผู้ผลิตเครื่องประดับแบรนด์ดัง ทะยานขึ้นไปกว่า 6% เมื่อคืนที่ผ่านมา
ราคาหุ้น Signet Jewelers หนึ่งในบริษัทเครื่องประดับไม่กี่แห่งที่จดทะเบียนในตลาดหุ้นสหรัฐฯ พุ่งขึ้นไป 6.31% ปิดที่ 93.37 ดอลลาร์สหรัฐในวันพุธ (27 ส.ค.) หลังจากที่ทั้งคู่โพสต์ข่าวเตรียมสละโสด ราคาหุ้นที่พุ่งขึ้นยังมาจากการที่เหล่าแฟนคลับตามสืบว่า แหวนที่สวิฟต์สวมในภาพเป็นแหวนชนิดใด ซึ่งบรรดากูรูในวงการฟันธงตรงกันว่าเป็นแหวนเพชรทรง Cushion cut หรือทรงสี่เหลี่ยมขอบมน
ปัจจุบัน Signet Jewelers มีมูลค่าตามราคาตลาดเกือบ 3,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีสินค้ากลุ่มเครื่องประดับและจิวเวลรี่ ภายใต้แบรนด์ อาทิ Kay Jewelers, Zales และ Jared ในช่วง 52 สัปดาห์ที่ผ่านมา ราคาหุ้นเพิ่มขึ้น 11% ส่วนในปีนี้ (YTD) เพิ่มขึ้นไปแล้ว 14%
ขณะเดียวกัน หุ้นของ Ralph Lauren ซึ่งเป็นแบรนด์เสื้อผ้าที่ทั้งคู่สวมใส่ในภาพถ่าย ก็เพิ่มขึ้น 0.5% ในวันเดียวกัน หลังจากที่เพิ่มขึ้น 2% ในวันก่อน ซึ่งนักวิเคราะห์จาก Jefferies กล่าวว่า การที่สวิฟต์ดูเหมือนจะชื่นชอบแบรนด์นี้ส่งผลดีต่อราคาหุ้นเช่นกัน
นอกจากนี้ หุ้นของ American Eagle ยังพุ่งขึ้นกว่า 8% ในวันพุธ หลังจากที่แบรนด์เสื้อผ้าชื่อดังประกาศความร่วมมือกับแบรนด์เสื้อผ้ากีฬา Tru Kolors ของเคลซี
ขณะที่แบรนด์อื่น ๆ ต่างเกาะกระแสนี้เช่นกัน ไม่ว่าจะเป็น Dominos Pizza และ GrubHub ที่ได้ส่งการแจ้งเตือนไปยังผู้ใช้แอป โดยเชื่อมโยงกับเพลงดังของสวิฟต์ พร้อมสัญลักษณ์อีโมจิรูปแหวน นอกจากนี้ บริษัทผู้ผลิตเครื่องดื่มโซดา Poppi ก็ได้โพสต์ภาพใน Instagram ที่สอดคล้องกับข้อความที่ทั้งคู่โพสต์บนโซเชียลมีเดีย
ฝั่งตลาดพนันก็คึกคักเช่นกัน โดยอัตราการเดิมพันบนเว็บไซต์ Kalshi ว่าทั้งคู่จะแต่งงานกันภายในปีนี้พุ่งสูงขึ้นทันทีหลังประกาศข่าวหมั้นไปเมื่อวันอังคาร ซึ่งหลายคนมองว่า ชื่อเสียงและอิทธิพลของสวิฟต์นั้นเป็นแรงขับสำคัญทางเศรษฐกิจตั้งแต่ช่วงหลังโควิด-19 เป็นต้นมา และกระตุ้นการใช้จ่ายจากการจัดทัวร์คอนเสิร์ต Eras Tour ทั่วโลก ซึ่งได้รับความสนใจในแง่เศรษฐกิจทั้งจากฝั่งวอลล์สตรีทและธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด)
ที่มา CNBCและ Yahoo Finance
รายงาน โดย Supak Hopuengju เรียบเรียง โดย Supak Hopuengju
อีเมล์. supak@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ