โผทหารลงตัว เน้นเหมาะสม สถานการณ์!
“บิ๊กเล็ก” เผยบอร์ด 6 เสือ กห. ลงนามโผทหาร ไฟเขียวตาม ผบ.เหล่าทัพเสนอ ยันเลือกคนที่เหมาะสมกับสถานการณ์ คาด “อุกฤษฎ์” ผบ.ทสส.-“เสกสรร” ผบ.ทอ. ขยับ 2 แม่ทัพ “วรยส-วีระยุทธ” รับสถานการณ์ชายแดน “ภูมิธรรม” ยันมีอำนาจเต็มเลื่อนถกเก้าอี้ตำรวจไป 31 ส.ค.
เมื่อวันศุกร์ที่ 29 ส.ค. ก่อนการประชุมสภากลาโหม พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม และรักษาการรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการปรับย้ายนายทหารชั้นนายพล โดยได้หารือกับ พล.อ.สนิธชนก สังขจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม และผู้บัญชาการเหล่าทัพ ประมาณ 45 นาทีจึงเข้าประชุมสภากลาโหม
พล.อ.ณัฐพลกล่าวหลังการประชุมว่า เป็นไปด้วยความเรียบร้อย โดยคำนึงถึงแผนปรับลดนายพล ซึ่งในปี 2551 มีตำแหน่งระดับผู้ทรงคุณวุฒิ 756 คน และเป้าหมายคือในปี 2571 ต้องเหลือ 378 คน ซึ่งเป็นไปตามลำดับ และปีนี้ยังลดได้ตามเป้า แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยรายละเอียดได้ ต้องรอพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวโปรดเกล้าฯ จึงเปิดเผยได้
“การจัดโผครั้งนี้เป็นไปตามที่ ผบ.เหล่าทัพเสนอ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ เนื่องจากได้มีการพูดคุยกันเป็นระยะ แต่การปรับย้ายครั้งนี้มีความพิเศษ คือปรับกำลังพลให้สอดคล้องกับสถานการณ์ปัจจุบันที่มีความตึงเครียดบริเวณชายแดนทั้งด้านตะวันออกและตะวันตก เนื่องจากในสถานการณ์ปกติ เราปรับย้ายโดยคำนึงถึงหลักอาวุโส แต่ปัจจุบันต้องคำนึงถึงความรู้ความสามารถ บุคลิกภาพประกอบด้วย”
“วันนี้ได้ลงนามรับรองบัญชีรายชื่อโยกย้ายดังกล่าวร่วมกับผู้บัญชาการเหล่าทัพเรียบร้อยแล้ว แม้ว่าจะดำรงตำแหน่งรักษาราชการ รมว.กลาโหม หลังจากที่คณะรัฐมนตรีพ้นจากตำแหน่งก็ไม่มีผลใดๆ เนื่องจากเป็นการปฏิบัติตามพระราชบัญญัติจัดระเบียบราชการกระทรวงกลาโหม พ.ศ.2551”
สำหรับบัญชีรายชื่อโยกย้ายนายทหารที่เสนอให้พิจารณาเห็นชอบ ได้แก่ พล.อ.ธราพงษ์ มะละคำ เป็นปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.อุกฤษฎ์ บุญตานนท์ เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุด, พล.อ.อ.เสกสรร คันธา เป็นผู้บัญชาการทหารอากาศ และ พล.ร.อ.ไพโรจน์ เฟื่องจันทร์ เป็นผู้บัญชาการทหารเรือ
ขณะที่กองทัพบกยังไม่มีการเปลี่ยนผู้บัญชาการทหารบก เนื่องจาก พล.อ.พนา แคล้วปลอดทุกข์ ยังไม่เกษียณอายุราชการ แต่ปรับเปลี่ยนในส่วนของ 5 เสือ ทบ. โดยมีชื่อของ พล.อ.ชิษณุพงศ์ รอดศิริ ผช.ผบ.ทบ. ขึ้นเป็นรอง ผบ.ทบ.,พล.ท.อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 เป็น ผช.ผบ.ทบ., พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ คัมภีระ ผบ.นสศ. เป็น ผช.ผบ.ทบ. และ พล.ท.พล.อ.ชัยพฤกษ์ ด้วงประพัฒน์ เป็นเสนาธิการทหารบก โดยมีชื่อ พล.ท.วรยส เหลืองสุวรรณ แม่ทัพน้อยที่ 1 เป็นแม่ทัพภาคที่ 1 และ พล.ท.วีระยุทธ รักศิลป์ รองแม่ทัพภาคที่ 2 ขึ้นเป็นแม่ทัพภาคที่ 2
วันเดียวกัน นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ในฐานะรักษาราชการแทนนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีเลื่อนการประชุมคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) ไปเป็นวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. ว่าไม่มีอะไรที่เป็นประโยชน์ส่วนตน และไม่ได้รู้จักใครเป็นการส่วนตัว แต่มีเรื่องร้องเรียนจากนายตำรวจ 4 คน ประกอบด้วย พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ สิงหจารุ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ฐากูรปุณยสิริ ผบช.ตชด., พล.ต.ต.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ รอง ผบช.น. และ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ปานแก้ว รอง ผบช.ก. ซึ่งในจำนวนนี้มีตำรวจอย่างน้อยครึ่งหนึ่งที่มีชื่อเสียงในการทำงาน คนหนึ่งเป็นนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจในคดีชั้น 14 โดยทั้ง 4 คนได้เขียนจดหมายร้องเรียนอย่างเป็นทางการมา จึงได้หารือกับเลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา และได้ให้คำแนะนำในข้อกฎหมายว่า ในส่วนของ พล.ต.ต.นพ.โสภณรัชต์ เป็นสิทธิของเขาที่สามารถหยิบขึ้นมาพิจารณาได้ เพราะยังไม่ได้มีความผิดอะไร กรรมการที่ตั้งเป็นการพูดถึงเรื่องข้อเท็จจริง ตามกฎ ก.ตร.เขามีสิทธิที่จะเสนอชื่อเข้ามา จะรับได้หรือไม่เป็นสิทธิของ ก.ตร.
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ส่วนของ พล.ต.ต.จรูญเกียรติ ระบุว่าเขาไม่ได้สนใจ ถ้าไม่ได้หรืออะไรก็แล้วแต่ แต่เห็นการแต่งตั้งครั้งนี้มันไม่ชอบ อยากให้ทบทวน ส่วน พล.ต.ต.นพศิลป์ เป็นตำรวจคนหนึ่งที่มีชื่อเสียง ได้รับการยอมรับ ก็ไม่ได้รับการพิจารณา อีกคนคือ พล.ต.ต.รุ่งโรจน์ ซึ่งทั้ง 4 คนเป็นบุคคลที่ไม่ได้รับการถูกเสนอชื่อ ฉะนั้นในการประชุม ก.ตร.เมื่อวันที่ 28 ส.ค. พล.ต.อ.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผบ.ตร. ได้ชวนเข้าไปคุยในห้องรับรอง เลยสอบถามว่าเรื่องนี้เป็นอย่างไร ท่านตั้งใจและพยายามอธิบาย แต่มันอยู่ที่ข้อเท็จจริง ไม่มีปัญหาอย่างใด
นายภูมิธรรมกล่าวว่า ได้คุยกันว่าถ้าเลื่อนจะเลื่อนอีกสัก 2 สัปดาห์ ให้ได้ทำงาน แต่มีข้อกฎหมายโต้แย้งหลายเรื่อง และได้ความชัดเจนแล้ว จึงเลื่อนไปถึงวันที่ 31 ส.ค. เวลา 15.00 น. ซึ่งยังอยู่ในกรอบของกฎหมายทุกประการ ทั้งหมดนี้เป็นอำนาจของประธานที่เลื่อนการประชุมได้ แต่ขยายเวลาไม่ได้ การที่ทำคือเลื่อนประชุมในกรอบที่กฎหมายให้อำนาจไว้
ผู้สื่อข่าวถามว่า มีข่าวว่าจะเด้ง ผบ.ตร. นายภูมิธรรมกล่าวว่า เป็นเรื่องที่เกินเลย ไม่เคยพูดอย่างนี้ ความสัมพันธ์ของตนและ ผบ.ตร.ยังดีอยู่ และเห็นใจท่านเพราะทำงาน และเห็นใจตัวเองด้วย เพราะก็โดนหนังสือร้องเรียนอย่างเป็นทางการ ไม่เกี่ยวกับตัวบุคคลเลย สิ่งที่เขาร้องมาคือให้มีกระบวนการกลับไปทบทวน ซึ่งยังมีเวลา ถ้าทบทวนแล้วจะตัดสินใจเลือกหรือไม่เลือกอย่างไรก็อยู่ที่ ก.ตร.
แหล่งข่าวใกล้ชิด พล.ต.อ.กิตติ์รัฐระบุว่า ผบ.ตร.ยังปฏิบัติหน้าที่ตามปกติ ไม่ปล่อยให้ข่าวลือมาสั่นคลอนการทำงาน
พล.ต.ท.อนุชา รมยะนันทน์ ผู้บัญชาการสำนักงานคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ผบช.สง.ก.ตร.) กล่าวว่า การประชุมในวันอาทิตย์ที่ 31 ส.ค. เป็นวาระสืบเนื่องจากการประชุมเมื่อวันที่ 28 ส.ค. ส่วนจะขยายเวลาการแต่งตั้งระดับชั้นนายพลออกไปหรือจะดำเนินการอย่างไรก็เป็นไปตามกฎระเบียบข้อบังคับ
“ใครจะมาเป็นประธานตอนนี้ ขอตรวจสอบในข้อกฎหมายก่อน เนื่องจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น มีคณะรัฐมนตรีรักษาการว่าขอบเขตในการปฏิบัติหน้าที่เป็นยังไง แต่เชื่อว่าทำหน้าที่ได้ปกติ เพราะเป็นการใช้อำนาจในทางปกครอง”พล.ต.ท.อนุชาระบุ.