สูตรตั้งรัฐบาลใหม่ ภูมิใจไทยจับมือพรรคประชาชน ชู “อนุทิน” เป็นนายกฯ ใต้เงื่อนไขนี้
สูตรตั้งรัฐบาลใหม่หลัง “แพทองธาร” พ้นตำแหน่ง ภูมิใจไทยจับมือพรรคประชาชน ชู “อนุทิน” เป็นนายกฯ ภายใต้เงื่อนไขอะไร และต้องการอีกกี่เสียง? อ่านสรุปที่นี่
เพียงไม่กี่ชั่วโมงหลังจากศาลรัฐธรรมนูญมีคำวินิจฉัยให้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สถานการณ์การเมืองไทยก็เข้าสู่โหมด “จัดตั้งรัฐบาลใหม่” ทันที ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวที่น่าจับตาอย่างยิ่ง เมื่อมีกระแสข่าวว่า พรรคภูมิใจไทย กำลังเดินเกมรวบรวมเสียงเพื่อเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีคนต่อไป พร้อมส่ง 3 ทหารเสือ อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร ไปคุยเจรจาขอเสียงพรรคประชาชน
นี่คือบทสรุปที่ไทยเกอร์วิเคราะห์ได้ “สูตรจัดตั้งรัฐบาล” แบบใหม่ที่อาจจะเกิดขึ้น ซึ่งจะเปลี่ยนหน้าตาการเมืองไทยไปโดยสิ้นเชิง
อ่านข่าว : ภูมิใจไทยเดินเกมเร็ว ส่ง “อนุทิน-ไชยชนก-ภราดร” เปิดโต๊ะเจรจาพรรคประชาชน
“ดีลพิเศษ” ระหว่าง 2 พรรคใหญ่ฝ่ายค้าน
รายงานข่าวระบุว่า สูตรการจัดตั้งรัฐบาลครั้งนี้มีหัวใจสำคัญอยู่ที่การจับมือกันระหว่าง 2 พรรคใหญ่ของฝ่ายค้านเดิม คือ พรรคภูมิใจไทย (69 เสียง) และ พรรคประชาชน (143 เสียง)
แต่การร่วมมือครั้งนี้ไม่ใช่การตั้งรัฐบาลผสมแบบปกติ แต่เป็น การโหวตเลือกนายกฯ แบบมีเงื่อนไข ซึ่งหมายความว่า
พรรคประชาชนจะโหวตให้ สส. ของพรรคประชาชนจะยกมือโหวตให้นายอนุทิน ชาญวีรกูล เป็นนายกรัฐมนตรี
แต่จะไม่เข้าร่วมรัฐบาล พรรคประชาชนจะไม่ส่งคนไปนั่งเป็นรัฐมนตรี และจะยังคงทำหน้าที่เป็น “ฝ่ายค้าน” เหมือนเดิม เพื่อตรวจสอบการทำงานของรัฐบาลชุดใหม่
อ่านข่าว : พรรคประชาชน แถลง ยื่น 3 เงื่อนไข สนับสนุนนายกฯ ใหม่ ยุบสภาภายใน 4 เดือน
เงื่อนไขสำคัญแลกกับการโหวตให้
การที่พรรคประชาชนซึ่งมีเสียงมากที่สุดในสภาฯ จะยอมโหวตให้นายกฯ จากพรรคอื่นนั้น มาพร้อมกับข้อตกลงที่ต้องทำเป็นลายลักษณ์อักษร (MOU) ให้ชัดเจน โดยมีเงื่อนไขหลักคือ:
ต้องยุบสภาและเลือกตั้งใหม่: รัฐบาลของนายอนุทินจะต้องเป็น “รัฐบาลเฉพาะกิจ” ที่เข้ามาบริหารประเทศในช่วงสั้นๆ และต้องยุบสภาเพื่อจัดให้มีการเลือกตั้งใหม่ภายในกรอบเวลาที่ตกลงกัน (ล่าสุดพรรคประชาชนแถลงว่าต้องการให้ยุบสภาภายใน 4 เดือน)
ต้องเดินหน้าแก้รัฐธรรมนูญ รัฐบาลชุดใหม่ต้องจัดทำประชามติเพื่อนำไปสู่การร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่โดยเร็ว
พูดง่ายๆ คือ พรรคประชาชนพร้อมจะช่วย “ปลดล็อก” ทางตันทางการเมือง เพื่อให้ประเทศมีนายกฯ และรัฐบาลชุดใหม่ แต่รัฐบาลนั้นต้องมีภารกิจหลักเพื่อนำไปสู่การเลือกตั้งและรัฐธรรมนูญฉบับใหม่เท่านั้น
ตัวเลขในสภาฯ เสียงที่ยังขาดโหวตหนุนภูมิใจไทย
หากสูตรนี้เกิดขึ้นจริง ขั้วการเมืองใหม่ที่นำโดยพรรคภูมิใจไทย จะมีเสียงตั้งต้นจากพรรคฝ่ายค้านเดิมรวมกันอยู่ที่ 239 เสียง (จากพรรคประชาชน, ภูมิใจไทย, พลังประชารัฐ, ไทยสร้างไทย, เป็นธรรม)
แต่การจะเป็นนายกรัฐมนตรีได้นั้น ต้องการเสียงสนับสนุนในสภาฯ อย่างน้อย 247 เสียง
นั่นหมายความว่า ขั้วรัฐบาลใหม่นี้ยังต้องการเสียงสนับสนุนเพิ่มอีก เพียง 8 เสียงเท่านั้น ก็จะสามารถผลักดันให้นายอนุทินขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรีและจัดตั้งรัฐบาลได้สำเร็จ ซึ่ง 8 เสียงที่ว่านี้ อาจมาจาก สส. กลุ่มเล็กกลุ่มน้อย หรือ สส. ที่พร้อมจะโหวตสวนมติพรรคเดิม
เกมการเมืองหลังจากนี้จึงน่าจับตาอย่างยิ่ง ว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถรวบรวมอีก 8 เสียงที่ขาดไปได้หรือไม่ และพรรคเพื่อไทยในฐานะแกนนำรัฐบาลเดิมจะแก้เกมนี้อย่างไร
อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง