โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ตลาดหุ้นประเมิน รอด หรือ ร่วง ศาลชี้ชะตา ‘แพทองธาร’

TODAY

อัพเดต 29 สิงหาคม 2568 เวลา 21.31 น. • เผยแพร่ 5 ชั่วโมงที่ผ่านมา • workpointTODAY

วันนี้ 29 สิงหาคม 2568 ศาลรัฐธรรมนูญนัดชี้ขาดคำร้องที่ประธานวุฒิสภาส่งความเห็นของสมาชิกวุฒิสภา 36 คนที่ขอศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ ‘แพทองธาร ชินวัตร’ นายกรัฐมนตรี สิ้นสุดลงเฉพาะตัว

ตามรัฐธรรมนูญมาตรา 170 วรรคหนึ่ง(4) ประกอบมาตรา 160 (4)(5) กรณี ไม่มีความซื่อสัตย์สุจริตเป็นที่ประจักษ์ และฝ่าฝืนมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรง สืบเนื่องจากคลิปสนทนาระหว่างนางสาวแพทองธาร กับสมเด็จฮุนเซน ประธานวุฒิสภาแห่งกัมพูชา

ซึ่งการอ่านคำวินิจฉัยของศาลในวันนี้ จะทำให้ได้รู้ว่า ‘แพทองธาร’ จะ “รอด” หรือ “ร่วง” จากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี แน่นอนว่าจะต้องกระทบต่อการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยอย่างแน่นอน มาดูดีกว่านักวิเคราะห์แต่ละคนมองประเด็นนี้ยังไงกันบ้าง

เริ่มที่ ‘กรภัทร วรเชษฐ์’ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ หัวหน้าสายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) บอกว่า วันนี้ตลาดหุ้นไทยยังจับตาคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญในคดีคลิปเสียงนายกรัฐมนตรี ซึ่งจะเป็นตัวกำหนดทิศทางการเมืองและเศรษฐกิจในระยะถัดไป ความชัดเจนที่กำลังจะเกิดขึ้นอาจสร้างแรงเหวี่ยงต่อตลาดทั้งในเชิงบวกและลบ

โดยขึ้นอยู่กับสามปัจจัยหลัก คือ ระยะเวลาของรอยต่อทางการเมืองซึ่งหากยืดเยื้อก็จะกดดันบรรยากาศลงทุน ความเสี่ยงต่อร่างงบประมาณปี 2569 ที่อาจสะดุดและสร้าง Downside ต่อเศรษฐกิจ รวมถึงเสถียรภาพของรัฐบาลชุดใหม่หลังช่วงรอยต่อว่าจะมีความแข็งแรงมากน้อยเพียงใด

ในกรณีที่ศาลมีคำวินิจฉัยให้นายกฯ อยู่ต่อและร่างงบประมาณผ่านได้ตามกำหนด จะทำให้การเมืองไม่สะดุด เสถียรภาพยังพอมี และงบประมาณปี 2026 สามารถเดินหน้าได้ตามแผน ส่งผลบวกต่อตลาดหุ้นในลักษณะ Relief Rally

โดยดัชนีมีโอกาสทดสอบระดับ 1,280–1,300 จุด ขณะที่หุ้นในกลุ่ม Domestic play เช่น ค้าปลีก ธนาคาร สื่อสาร และสนามบิน มีแนวโน้มฟื้นแรงตามการลงทุนภาครัฐและการใช้จ่ายที่กลับมา

แต่หากศาลตัดสินให้นายกฯ ต้องพ้นตำแหน่ง จะเกิดรอยต่อทางการเมืองสั้นๆ ระหว่างการเลือกนายกฯ คนใหม่ งบประมาณอาจล่าช้าไปหนึ่งถึงสองเดือน ทำให้ตลาดหุ้นไทยเคลื่อนไหวแบบ Sideways ในกรอบ 1,220–1,270 จุด และกดดันหุ้นที่อิงเศรษฐกิจในประเทศ ขณะที่กลุ่ม Global play และพลังงานยังพอได้อานิสงส์จากกระแสการลงทุนต่างประเทศที่รอปัจจัยใหม่

แต่กรณีที่รุนแรงที่สุดคือหากศาลชี้ผิดและนำไปสู่การยุบสภาหรือเลือกตั้งใหม่ จะเกิดภาวะสูญญากาศทางการเมืองยาวนาน ร่างงบประมาณปี 2026 จะตกไปและต้องใช้กรอบงบชั่วคราวปี 2025 ส่งผลให้การลงทุนภาครัฐหยุดชะงัก ดัชนีตลาดหุ้นอาจถอยลงไปทดสอบบริเวณ 1,180–1,220 จุด

ขณะที่เงินทุนต่างชาติไหลออก กดดันค่าเงินบาทให้อ่อนลง และสร้างแรงขายในหุ้น Domestic play โดยรวม อย่างไรก็ดี ตลาดอาจได้แรงหนุนกลับมาบางส่วนจากความหวังต่อการเลือกตั้งใหม่ที่จะช่วยรีเฟรช Sentiment ในระยะถัดไป

ส่วนด้าน ‘วทัญ จิตต์สมนึก’ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) วิเคราะห์เหตุการณ์ในช่วงบ่ายนี้แบ่งเป็น 2 เหตุการณ์

(1) ดำรงค์ตำแหน่งนายกรัฐมนตรีต่อ หากเป็นกรณีนี้ก็ไม่น่าจะมีอะไรเปลี่ยนแปลงอย่างมีนัยยะ โดยรัฐบาลและนายกรัฐมนตรีทำหน้าที่ต่อ งบประมาณ การกระตุ้นเศรษฐกิจก็จะมีความคืบหน้ามากขึ้น ตลาดหุ้นก็มีความเป็นไปได้จะตอบรับเชิงบวก นำโดยกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากความคาดหวังเศรษฐกิจ อาทิ รับเหมาก่อสร้าง ค้าปลีก ธนาคาร

(2) ศาลตัดสินให้หลุดจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี สภาก็จำเป็นจะต้องเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ ซึ่งตามแคนดิเดตประกอบไปด้วย

  • อนุทิน ชาญวีรกูล
  • ชัยเกษม นิติสิริ
  • พีรพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค
  • ประยุทธ์ จันทร์โอชา

ทั้งนี้หากศาลตัดสินให้หลุดจากตำแหน่ง ระยะสั้นตลาดอาจตอบรับเชิงลบ อย่างในช่วงที่คุณเศรษฐาหลุดจากตำแหน่ง SET ปรับลงเล็กน้อย 0.4% และพอได้นายกรัฐมนตรีท่านใหม่ ตลาดก็ฟื้นกลับมาได้

โดยสรุปตลาดอาจย่อตัวระยะสั้นหากหลุดจากตำแหน่ง แต่หากไม่หลุดจากตำแหน่งก็มีโอกาสที่ SET จะตอบรับเชิงบวกในระยะสั้น จากนั้นก็จะกลับไปพิจารณาเศรษฐกิจและกำไรบริษัทจดทะเบียน

ฝั่งทาง ‘บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสเอ็กซ์ จำกัด’ ให้มุมมองว่าผลการตัดสินใจของศาล จะเป็นตัวแปรหลักต่อความเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยในวันนั้น ทำให้เป็นประเด็นสำคัญที่นักลงทุนรอติดตามกันอยู่

โดยหากผลของศาลออกมาว่า “ไม่รอด” อาจทำให้ดัชนี SET หลุดระดับแนวรับ 1245/1230 จุด แต่ตรงกันข้าม หากผลออกมา “ไม่รุนแรง” หรือเป็นบวก หรือ “รอด” ตลาดอาจรีบาวด์กลับขึ้นมาที่แนวต้าน 1260/1268 จุดได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก TODAY

“จระเข้ คอร์ปอเรชั่น” เปิด “3 ตำนาน” สู่ “3 การต่อยอด” บนเส้นทางความสำเร็จ 33 ปี ทุบสถิติยอดขายผลิตภัณฑ์กาวซีเมนต์-กาวยาแนว เบอร์ 1 มาอย่างยาวนาน

3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แอสเซทไวส์ ลุยก่อสร้างตามแผน ปักหมุดเสาเอก “Atmoz De Sol ทิพวัล สเตชั่น” คอนโดใหม่สไตล์รีสอร์ทติดรถไฟฟ้า 0 ม. สถานีทิพวัล ส่วนกลางจัดเต็ม 30 รายการ

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความธุรกิจ-เศรษฐกิจอื่น ๆ

สยามพารากอน ผนึก 26 แบรนด์ดัง เดินหน้าสู่ ‘ศูนย์กลางวัฒนธรรมนาฬิกา’

เดลินิวส์

เชลล์ จับเทรนด์พลังงานสะอาด รุกน้ำมันหล่อลื่นป้อน EV-ดาต้าเซ็นเตอร์

ประชาชาติธุรกิจ

ลา โรช-โพเซย์ ครบรอบ 50 ปีจัดนิทรรศการ กางวิสัยทัศน์มุ่งสู่ TOP 3 สกินแคร์ในไทย

MATICHON ONLINE

ยอดเลิกธุรกิจยังระทึก 8 บริษัทยักษ์ในไทย ปิดกิจการรวมกว่า 2 หมื่นล้าน | คุยกับบัญชา | 27 ส.ค. 68

BTimes

"อิเกีย" แจง ดำเนินธุรกิจในไทย ไม่เกี่ยวข้อตกลงระหว่างรัฐบาล

PPTV HD 36

ทล.เตรียมเปิดทดลองวิ่งมอเตอร์เวย์ M81 “บางใหญ่-กาญจนบุรี” ภายในปี 68 ล่าสุดเสร็จ 99.89% เดินทางกรุงเทพ-กาญจนบุรี 50 นาทีถึง!

สยามรัฐ

TCL คว้ารางวัล EISA Awards 2025-2026 ตอกย้ำผู้นำด้านเทคโนโลยี QD-Mini LED และจอทีวีขนาดใหญ่

Manager Online

ค่าเงินบาทปิดตลาดวันที่ 29ส.ค.ที่ระดับ 32.39 บาทต่อดอลลาร์

ฐานเศรษฐกิจ

ข่าวและบทความยอดนิยม

จุดต่ำสุดใกล้ผ่านไปแล้ว หุ้นไทยกำลังจะฟื้น คาดสิ้นปีมีลุ้นแตะ 1,280 จุด

TODAY

ตกม้าตายเพราะ Forced Sell เรื่องเดิมๆ ที่นักลงทุนพลาดซ้ำแล้วซ้ำเล่า

TODAY

ปรับเกณฑ์ Ceiling & Floor ทำเพื่อลดความผันผวน แต่พร้อมยกเลิกเสมอ ถ้าสถานการณ์คลี่คลาย

TODAY
ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...