โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘หนู’โต้ฝ่ายค้าน บูลลี-โมหจริต

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 พฤศจิกายน 2569 เวลา 2.52 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

“นายกฯ อนุทิน” ชูโซลาร์ประชาชนเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ลดพึ่งนำเข้า เดินหน้าลดภาษี E20-B20 หนุนเกษตรกร ย้ำลดภาษีน้ำมันยกแผงไม่ได้ กระทบรายได้รัฐ-วินัยคลัง ชี้เงินกู้เบิกตามใช้จริง โต้ฝ่ายค้านโมหจริต จ้องโจมตี บูลลีอย่างเดียว พร้อมเร่งปลดล็อกกฎ ดึงทุนไฮเทค ยกระดับแรงงานไทย เตรียมดันวาระแห่งชาติด้านเกษตร ใน ครม.สัญจรอุดรธานีสัปดาห์หน้า

เมื่อเวลา 09.05 น. วันที่ 31 ตุลาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและ รมว.มหาดไทย กล่าวในรายการ “คุยกับนายกฯ อนุทิน” ถึงโครงการโซลาร์ภาคประชาชนว่า โครงการโซลาร์ภาคประชาชนเป็นส่วนหนึ่งของการเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ไม่ใช่เพียงมาตรการช่วยค่าไฟระยะสั้น โดยตั้งเป้าระยะแรก 1 ล้านครัวเรือน สนับสนุนครัวเรือนละ 50,000 บาท ซึ่งโครงการนี้จะช่วยลดการพึ่งพาน้ำมันดิบและพลังงานฟอสซิลจากต่างประเทศ ท่ามกลางความขัดแย้งในหลายภูมิภาค ขณะที่ประเทศมีทรัพยากรพลังงานหมุนเวียนทั้งแสงอาทิตย์ ลม ขยะ และวัสดุการเกษตร หากดึงมาใช้มากขึ้นจะช่วยลดความเสี่ยงจากความผันผวนของต้นทุนพลังงานโลก ประเทศไทยเราต้องเปลี่ยนโครงสร้างพลังงาน ที่สำคัญที่สุดคือเป็นการลดการพึ่งพาพลังงานจากน้ำมันดิบ ฟอสซิลอย่างเดียว ถ้าเราสามารถพึ่งพาสิ่งที่เรามีอยู่แล้วให้มากที่สุด แสงอาทิตย์แดดส่องทุกวันอยู่แล้ว

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า หากครัวเรือนผลิตไฟได้เอง จะช่วยลดค่าไฟที่ต้องซื้อจากระบบ ขณะที่ไฟส่วนเกินสามารถขายคืนให้การไฟฟ้าได้ กลายเป็นรายได้เพิ่มเติมของครัวเรือน พร้อมลดความจำเป็นที่ระบบไฟฟ้าต้องพึ่งกำลังผลิตใหม่ทั้งหมดจากโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ เป็นประโยชน์ทั้งระดับบ้านและต้นทุนพลังงานประเทศ

นายอนุทินกล่าวว่า ในด้านวินัยการคลัง กรอบเงินกู้ตาม พ.ร.ก. 200,000 ล้านบาท ไม่ได้หมายถึงรัฐบาลเบิกเงินทั้งหมดมาใช้ทันที โครงการโซลาร์ 1 ล้านครัวเรือน ใช้วงเงินสนับสนุน 50,000 ล้านบาท หากมีผู้ใช้สิทธิ์น้อยกว่าเป้าหมาย เงินส่วนที่เหลือก็ไม่จำเป็นต้องเบิก และยังไม่เกิดภาระดอกเบี้ยจนกว่าจะดึงเงินมาใช้จริง

“เงินกู้นี้เราจะใช้ก็ต่อเมื่อมีคนใช้ ไม่ได้มีภาระ ดอกเบี้ยก็ไม่ต้องจ่าย จนกว่าจะ draw ออกมาใช้” นายอนุทินกล่าว

เมื่อถามว่า ฝ่ายค้านวิจารณ์ว่าเงินกู้โครงการนี้เป็นการตีเช็คเปล่า นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า เขามีแต่โมหจริต ทำไม่ได้ ไม่มีข้อมูลเพียงพอและไม่ศึกษา ต้องการที่จะโจมตี บูลลีอย่างเดียว ข้อมูลของเขาถ้าสังเกตในทุกเรื่องที่เขาโจมตีออกมา ก็เป็นข้อมูลเท็จแทบจะทุกเรื่อง ถ้ารัฐบาลมัวแต่มาฟังคนที่มีวุฒิภาวะเช่นนี้ออกมา รัฐบาลต้องเปลี่ยนทิศทางเปลี่ยนแนวทาง เราคงเป็นรัฐบาลไม่ได้ เพราะฉะนั้นรัฐบาลมีเส้นทางขีดไว้แล้วว่าต้องทำเช่นนี้ เราไม่ได้ทำเอง สิ่งที่รัฐบาลจะขับเคลื่อน กว่าจะขับเคลื่อนออกมาได้ต้องผ่านการกลั่นกรอง ผ่านความเห็นชอบจากฝ่ายข้าราชการประจำในฐานะผู้ปฏิบัติด้วย และในกรณีเงินกู้ตาม พ.ร.ก.นี้ มีคณะกรรมการอนุมัติเงินกู้ ซึ่งคนที่เป็นประธานคือปลัดกระทรวงการคลัง คนเหล่านี้ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องทำตามคำสั่งของรัฐบาลถ้าไม่เป็นประโยชน์ต่อประเทศ ถ้าทำแล้วมีแนวโน้มเป็นการทุจริตหรือไปเอื้อประโยชน์ต่อบุคคลใดบุคคลหนึ่ง ตรงนี้รัฐบาลมีความสบายใจมาก

นายอนุทินยังกล่าวเชื่อมระหว่างการเปลี่ยนผ่านพลังงานกับมาตรการลดภาษีน้ำมัน E20 และ B20 โดยระบุว่า รัฐบาลต้องการสร้างส่วนต่างราคาให้ผู้บริโภคหันมาใช้น้ำมันชีวภาพเพิ่มขึ้น ช่วยลดต้นทุนการใช้เครื่องจักรและขนส่งของเกษตรกร พร้อมเพิ่มความต้องการปาล์มน้ำมัน อ้อย และมันสำปะหลัง ซึ่งเป็นวัตถุดิบผลิตไบโอดีเซลและเอทานอล และไม่เห็นด้วยกับการลดภาษีน้ำมันทุกประเภทพร้อมกัน ซึ่งน้ำมัน 91 และ 95 ยังพึ่งพาวัตถุดิบนำเข้า หากลดภาษีทั้งหมด รัฐต้องสูญเสียรายได้จำนวนมาก ซึ่งเป็นเงินที่ต้องนำมาใช้พัฒนาถนน ระบบป้องกันน้ำท่วม เยียวยาประชาชน และจัดบริการสาธารณะด้านอื่น จึงต้องเลือกมาตรการที่ช่วยประชาชนโดยไม่สร้างภาระการคลังเกินจำเป็น

นายอนุทินกล่าวว่า อีกด้านหนึ่งรัฐบาลกำลังเร่งสร้างฐานการเติบโตใหม่จากการลงทุน โดยได้ใช้เวลาพบนักลงทุนทั้งไทยและต่างประเทศโดยตรง เพื่อถามถึงอุปสรรคที่ทำให้ตัดสินใจลงทุนยากขึ้น ไม่ได้พบเพียงเพื่อรับฟังข้อเสนอ แต่ต้องการนำปัญหาจริงกลับมาแก้กับหน่วยงานรัฐ โดยเฉพาะกฎระเบียบที่ไม่สอดคล้องกับรูปแบบอุตสาหกรรมใหม่

นายกรัฐมนตรีกล่าวถึงกรณีนักลงทุนในจังหวัดปราจีนบุรี ที่ติดข้อจำกัดก่อสร้างอาคารพักอาศัยสำหรับแรงงาน ทั้งเรื่องความสูง จำนวนห้อง และขนาดพื้นที่ ซึ่งรัฐบาลจะกลับไปตรวจสอบที่มาของกฎ ระบุว่าหากเป็นข้อกำหนดที่ไม่สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจและพื้นที่ ต้องหาทางปลดล็อกโดยไม่ละเลยข้อกำหนดด้านความปลอดภัย

ขณะเดียวกัน นักลงทุนในธุรกิจไฮเทคที่เข้าพบมีแผนลงทุนในประเทศไทยรวมประมาณ 100,000 ล้านบาท ภายในปี 2030 โดยลงทุนไปแล้วราว 80,000 ล้านบาท นักลงทุนมองจุดแข็งของไทยอยู่ที่ระบบโลจิสติกส์ แหล่งพลังงานที่เชื่อถือได้ และบุคลากรที่พร้อมรับการถ่ายทอดเทคโนโลยี

“คำหนึ่งที่เขาไม่พูดเลยคือแรงงานคุณถูก เขาพูดว่าเดี๋ยวนี้ระบบการศึกษา พื้นฐานการเข้าถึงเทคโนโลยี ความเข้าใจด้าน AI ความเข้าใจด้านการใช้เทคโนโลยีขั้นสูง เยาวชนไทย นักศึกษาไทย อยู่ในมาตรฐานที่เขารับได้” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายอนุทินกล่าวว่า จุดเปลี่ยนสำคัญคือไทยไม่ควรแข่งขันด้วยแรงงานราคาถูกเพียงอย่างเดียว แต่ต้องดึงการลงทุนที่นำซัพพลายเชน การวิจัยและพัฒนา การถ่ายทอดความรู้ และการยกระดับทักษะเข้ามาด้วย โดยรัฐบาลจะคัดกรองสัดส่วนแรงงานต่างชาติ ให้การลงทุนใหม่สร้างงานแก่คนไทย และใช้ BOI เป็น One Stop Service แก้ปัญหาให้ผู้ลงทุนภายใต้กรอบกฎหมาย

ในภาคธุรกิจขนาดกลางและเล็ก รัฐบาลยังเดินหน้ามาตรการเครดิตเทอม เพื่อให้เงินหมุนกลับเข้าสู่ผู้ประกอบการเร็วขึ้น โดยสินค้าเกษตรกำหนดไม่เกิน 30 วัน ขณะที่สินค้าทั่วไปไม่เกิน 45 วัน เป้าหมายคือช่วยสภาพคล่อง SME และลดแรงกดดันจากต้นทุนที่เพิ่มขึ้น

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โครงสร้างเศรษฐกิจระยะต่อไปต้องเดินพร้อมกันทั้งพลังงาน การลงทุน เทคโนโลยี และเกษตร โดยการประชุม ครม.สัญจรที่จังหวัดอุดรธานีในสัปดาห์หน้า รัฐบาลเตรียมนำวาระแห่งชาติด้านการเกษตรไปหารือและวางนโยบาย เนื่องจากอุดรธานีเป็นศูนย์กลางสำคัญของภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และรัฐบาลต้องการยกระดับภาคการเกษตรเป็นอีกหนึ่งเครื่องยนต์เศรษฐกิจของประเทศ

นายกรัฐมนตรีกล่าวว่า โดยท่ามกลางความไม่แน่นอนและความขัดแย้งหลายจุดทั่วโลก ความมั่นคงทางอาหาร กำลังกลายเป็นจุดแข็งเชิงยุทธศาสตร์ของไทย ประเทศไทยยังมีฐานการผลิตอาหารที่อุดมสมบูรณ์ และมีศักยภาพที่จะส่งอาหารไปยังหลายภูมิภาคของโลก จึงเป็นโอกาสเพิ่มมูลค่าการส่งออกและสร้างรายได้กลับลงไปถึงภาคเกษตร หากไทยสามารถวางโครงสร้างให้ความมั่นคงทางอาหารเชื่อมกับตลาดโลกได้ ผลประโยชน์ต้องลงไปถึงเกษตรกร ไม่ใช่หยุดอยู่ที่เพียงตัวเลขส่งออก โดยความหมายของคำว่าเกษตรกรรวย ในมุมรัฐบาลคือมีคุณภาพชีวิตดีขึ้น มีรายได้เพียงพอ มีเงินออมตามฐานะ และไม่ต้องอยู่กับภาวะหนี้ครัวเรือนจนชักหน้าไม่ถึงหลัง

“ในขณะที่คุณขายน้ำมันเรา แต่คุณผลิตอาหารสู้เราไม่ได้ ในความไม่แน่นอนในหลายภูมิภาคของโลก ถ้ามีอะไรเกิดขึ้น นึกถึงประเทศไทย เราเป็นประเทศที่ยังคงมีความอุดมสมบูรณ์เป็นอย่างยิ่งทางด้านอาหาร” นายอนุทินกล่าว.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...