โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

เปิดสูตร “Share of Voice” ธุรกิจเราดังแค่ไหนในโลกออนไลน์

ThaiFranchiseCenter

อัพเดต 08 ส.ค. เวลา 08.59 น. • เผยแพร่ 2 วันที่แล้ว

ธุรกิจในยุคนี้ต้องเชื่อมโยงกับตลาดออนไลน์เพราะเป็นช่องทางในการเข้าถึงลูกค้าได้มากที่สุด ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากแบรนด์ไหนครองใจลูกค้าในโซเชี่ยลได้ มีโอกาสจะเพิ่มยอดขายได้มหาศาล เราจึงได้เห็นหลายแบรนด์พยายามแชย่งชิงพื้นที่ในตลาดโซเชี่ยลกันอย่างดุเดือด โดยมีตัวเลขที่น่าสนใจที่คนทำธุรกิจต้องทราบคือ

  • มีผู้ใช้โซเชียลมีเดียในไทยประมาณ 59 ล้านคน
  • 85% ของประชากร ใช้งานมากเฉลี่ย 3.4 ชั่วโมงต่อวัน และ 97% เข้าผ่านมือถือ
  • แยกเป็นประเภทพบว่า ผู้ใช้งาน Facebook: 50.5 ล้านคน, LINE: 47 ล้าน, YouTube: 45.6 ล้าน, TikTok: 32.5 ล้าน
  • 38% ของการซื้อออนไลน์ มีจุดเริ่มต้นจากการเข้าชมโซเชียลมีเดีย
  • แบรนด์ไทยกว่า 43% ใช้ AI สำหรับการสร้าง content และ chatbot ต่างๆ

อย่างไรก็ดีเกิดคำถามน่าสนใจว่าแบบนี้เราจะรู้ได้ไง ว่าแบรนด์ของเรานั้นดังแค่ไหนในโลกออนไลน์ หรือหลายธุรกิจก็อยากรู้ว่าตอนนี้แบรนด์ได้รับความนิยมมากแค่ไหน ซึ่งเราสามารถใช้ Share of Voice (SOV) ซึ่งเป็นเครื่องมือที่เอาไว้ใช้ดูว่า แบรนด์ของเรามีคนพูดถึงบนโลกออนไลน์เยอะแค่ไหน ถ้าเทียบกับคู่แข่งในตลาด

มีสูตรคำนวณง่าย ๆ คือ (ปริมาณการพูดถึงแบรนด์ของเรา / ปริมาณการพูดถึงของทั้งตลาด) x 100

ยกตัวอย่างเช่น ถ้าเราเปิดแฟรนไชส์ชานมไข่มุก และมีคนพูดถึงแบรนด์เรา 500 ครั้ง ในขณะที่พูดถึงแฟรนไชส์ชานมไข่มุกอื่นๆ รวมกัน 2,500 ครั้ง หมายความว่า เรามี Share of Voice (SOV) = 500 / 2,500) x 100 = 20%

อย่างไรก็ดีการจะรู้ว่าใครพูดถึงแบรนด์เราบ้างนั้นจำเป็นต้องมีเครื่องมือที่เรียกว่า Social Listening Tools เช่น Mandala Analytics , BuzzSumo , Google Alerts เป็นต้น เครื่องมือเหล่านี้จะใช้ในการเก็บข้อมูลตามแต่จุดเด่นของแพลตฟอร์ม โดยเมื่อได้ตัวเลขที่คนพูดถึงแบรนด์ในแต่ละช่วงเวลาก็นำมาใช้คำนวณ Share of Voice ได้

ข้อดีของการทราบ Share of Voice ไม่ใช่แค่ดูว่าแบรนด์เรา "ดัง" แค่ไหน แต่ยังเอาไปพัฒนา กลยุทธ์การตลาดและธุรกิจ ได้อีกมาก

  • วัดความสามารถในการแข่งขัน ดูว่าแบรนด์ของเรามีเสียงในตลาด มาก/น้อยแค่ไหนเมื่อเทียบกับคู่แข่งช่วยรู้ว่าใคร "เป็นเจ้าตลาด" จริง ๆ
  • ปรับกลยุทธ์การตลาดแบบแม่นยำ ถ้า SOV ต่ำ แปลว่าเสียงเราอาจยังไม่ถึงกลุ่มเป้าหมาย หรือถ้า SOV สูงแต่ยอดขายต่ำต้องปรับ “คุณภาพสินค้า” หรือ “กลยุทธ์การขาย”
  • วัดผลแคมเปญ จากการทำโฆษณา, จ้าง influencer, จัด event ซึ่งตัวเลขของ SOV ช่วยวัดได้ว่า แคมเปญนั้นสร้างกระแสได้จริงไหม
  • เข้าใจผู้บริโภคมากขึ้น ทำให้รู้ว่าลูกค้าพูดถึงอะไร, ช่องทางไหน, ด้วยอารมณ์แบบไหน (บวก/ลบ) เอาข้อมูลเหล่านี้มาพัฒนาธุรกิจให้ดีตรงกับความต้องการลูกค้าได้
  • ปรับปรุงสินค้าและบริการ ถ้าลูกค้ามีความรู้สึกเชิงลบแบรนด์จะได้นำข้อมูล เอามาวิเคราะห์แล้วพัฒนาสินค้าหรือบริการให้ดีขึ้น หรือถ้าเป็นเสียงตอบรับที่ดีอยู่แล้ว ก็จะได้พัฒนาให้ดียิ่งๆขึ้นไป

ซึ่งตัวเลขของ Share of Voice (SOV) ที่ดีควรจะต้องมีค่าไม่น้อยกว่า “Share of Market” (SOM) ของแบรนด์ มีงานวิจัยพบว่า สำหรับธุรกิจ B2C ถ้าแบรนด์ไหนมีค่า SOV สูงกว่า SOM ในทุก ๆ 10% จะมีโอกาสได้ SOM เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 0.6%

การใช้ Share of Voice (SOV) ถือเป็นเรื่องที่คนทำธุรกิจต้องให้ความสนใจ มีหลายแบรนด์ที่นำเครื่องมือนี้มาใช้และก็เป็นแบรนด์ที่มีกลุ่มลูกค้าของตัวเองสูงมาก ยกตัวอย่างเช่น

  • Café Amazon เคยใช้ Share of Voice (SOV) ดูว่าเสียงของแบรนด์แข่งกับ Starbucks หรือ Inthanin ได้แค่ไหน โดยเฉพาะในตอนที่ปล่อยเมนูใหม่ๆ ออกสู่ตลาด
  • Burger King เคยใช้ Share of Voice (SOV) เปรียบเทียบกับ McDonald’s ช่วงเปิดตัวเมนูใหม่ ที่ได้มีการทำแคมเปญผลปรากฏว่าในช่วงนั้นมีคนพูดถึง Burger King เพิ่มขึ้นกว่า 60%
  • L'Oréal ใช้ Share of Voice (SOV)ในการติดตามความนิยมของผลิตภัณฑ์ในกลุ่ม skincare วัดเทียบกับคู่แข่งอย่าง Estée Lauder หรือ Maybelline พร้อมดูข้อมูลว่าแบรนด์ถูกพูดถึงในเชิงบวกแค่ไหน
  • Lazada & Shopee ใช้ Share of Voice (SOV) วัดผลในช่วงแคมเปญลดราคา 9.9 / 11.11 / 12.12 เพื่อดูว่าลูกค้าพูดถึงใครมากกว่ากัน ใครได้รับความนิยมมากกว่า เพื่อมากำหนดกลยุทธ์การตลาดในครั้งต่อไป

Share of Voice (SOV) จึงเป็นเครื่องมือชี้วัดที่เห็นผลได้ชัดเจนและตัวเลขเหล่านั้นสามารถนำมาพัฒนาธุรกิจให้ดียิ่งๆขึ้นได้ ก็ต้องเป็นการใช้ควบคู่กับกลยุทธ์การตลาดอีกหลายด้าน รวมถึงการควบคุมเรื่องคุณภาพ + บริการ

ซึ่งต้องยอมรับว่าทุกวันนี้การทำธุรกิจแบบเดิมไม่เพียงพอต่อความอยู่รอด ธุรกิจยุคใหม่ต้องรู้จักการใช้เทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาผสมผสานบวกกับประสบการณ์ที่แต่ละแบรนด์มี คือโอกาสก้าวสู่ความสำเร็จได้มากขึ้น

------------------------------------------

รวมแฟรนไชส์ไทย >660 แบรนด์ - www.ThaiFranchiseCenter.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก ThaiFranchiseCenter

In-N-Out ราชินีฟาสต์ฟู้ดอเมริกา ไม่ขายแฟรนไชส์ แต่ขยาย 400 สาขาทั่วโลก

4 ชั่วโมงที่ผ่านมา
วิดีโอ

#NaiSnow ชาผลไม้จีน 1,700 สาขา #naixue ขายแฟรนไชส์ [ThaiFranchise Today]

1 วันที่แล้ว

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความไอที ธุรกิจอื่น ๆ

“ตลท.” สั่ง COMAN แจงงบ Q2 พลิกขาดทุน 96 ลบ. หลังบันทึกด้อยค่าโรยัลล์ 21

ข่าวหุ้นธุรกิจ

CGSI มอง SET แกว่งไซด์เวย์ นักลงทุนเกาะติดการเมืองไทย-ตัวเลข PCE สหรัฐ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

เริ่มวันนี้! วิ่งฟรี ‘มอเตอร์เวย์ M81’ 13 วัน อำนวยความสะดวกเดินทางไปชม ‘คิงส์คัพ’

The Bangkok Insight

เงินบาทเช้านี้ “แข็งค่า” เปิดตลาด 32.29 บ./ดอลลาร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

คู่แข่ง Nvidia โผล่! Cambricon ผู้นำชิป AI จีน รายได้พุ่ง 4,000% ราคาหุ้น “แพงสุดในจีน”

Finnomena

หุ้นเด่น เทคนิคสวย – บล.เคจีไอ (ประเทศไทย)

ข่าวหุ้นธุรกิจ

สรุปหุ้นเด่นทางพื้นฐาน (29/08/68)

efinanceThai

SCB Financial Markets คาดกรอบเงินบาท 32.15-32.40 บ./ดอลลาร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

ข่าวและบทความยอดนิยม

ดูเพิ่ม
Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...