โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ท่องเที่ยว

5 พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสี เมืองไอสึวากามัตสึ ฟุกุชิมะ

เดลินิวส์

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
นอกจากฤดูหนาวแล้ว ช่วงเวลายอดนิยมที่ใคร ๆ เลือกเดินทางไปญี่ปุ่นก็คือ “ฤดูใบไม้เปลี่ยนสี” และภูมิภาคที่เป็นที่สุดของใบไม้เปลี่ยนสี เชื่อว่าหลายคนยกให้ “ภูมิภาคโทโฮคุ” ที่เรียกได้ว่าเป็น “ภาคอีสาน” ของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นที่ตั้งของเพชรเม็ดงามแห่งฤดูใบไม้เปลี่ยนสีอย่าง “ฟุกุชิมะ” โดยอยู่เหนือนิกโก้และอยู่ใต้เซนได

ด้วยความที่เป็นจังหวัดใหญ่เป็นอันดับ 3 ของญี่ปุ่น รองจากฮอกไกโดและอิวาเตะ ตั้งอยู่ทางภูมิภาคโทโฮคุหรือทางภาคตะวันออกเฉียงเหนือของญี่ปุ่น ภายในจังหวัดฟุกุชิมะแบ่งพื้นที่ออกเป็น 3 พื้นที่หลัก ได้แก่ นากะโดริ พื้นที่ตอนกลางของจังหวัดประกอบด้วยเมืองใหญ่อย่างฟุกุชิมะและโคริยามะ และเป็นส่วนที่เส้นทางรถไฟชินคันเซ็นวิ่งผ่านยาว จากโตเกียวขึ้นมาโดยใช้เวลาเพียง 1 ชั่วโมงครึ่ง ขณะที่ ฮามะโดริ อยู่ติดกับทะเลแปซิฟิก อากาศบริเวณนี้ค่อนข้างอบอุ่นกว่าบริเวณอื่น ๆ และไอสึ ซึ่งมีพื้นที่ใหญ่ที่สุดจากทั้ง 3 พื้นที่ มีสถานที่ท่องเที่ยวมากมายที่สามารถมาเที่ยวชมได้ตลอดทั้ง 4 ฤดูกาล

แน่นอนว่า หากหาพิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ซ่อนเร้นไปด้วยเรื่องราวประวัติศาสตร์อันทรงคุณค่า ดินแดนแห่งซามูไรเก่าแก่ที่มีชื่อเสียงอย่าง “เมืองไอสึ วากามัตสึ” (Aizu Wakamatsu) คือคำตอบ กับ 5 พิกัดชมใบไม้เปลี่ยนสีประจำเมือง ที่จะช่วยแต่งแต้มทริปใบไม้เปลี่ยนสีให้พิเศษกว่าที่เคย

เริ่มต้นที่ “ปราสาทสึรุงะ” (Tsuruga Castle) สัญลักษณ์แห่งความกล้าและแรงศรัทธาแห่งไอสึ วากามัตสึ ปราสาทเพียงแห่งเดียวในญี่ปุ่นที่ยังคงหลงเหลือหลังคากระเบื้องสีแดงแบบเอกลักษณ์ดั้งเดิมเอาไว้ ที่นี่นับได้ว่าเป็นป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ของตระกูลซามูไรแห่งไอสึที่มีประวัติศาสตร์มายาวนาน ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี บริเวณรอบ ๆ ตัวปราสาทจะแต่งแต้มไปด้วยเฉดสีแดงแซมส้มเหลืองของใบเมเปิล ที่คอบเชื้อเชิญให้เดินชมและถ่ายภาพความสวยงาม ภายในบริเวณปราสาท ยังมี“เรือนชารินคาคุ” (Tea ceremony room Rinkaku) ห้องชงชาโบราณที่ทุกท่านสามารถแวะเวียนเข้ามาชมสถาปัตยกรรม พร้อมดื่มด่ำไปกับสุนทรีย์ทางวัฒนธรรมผ่านชาเขียวมัทฉะและขนมหวานญี่ปุ่นได้

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดคือ ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) นั่งรถบัสฮาอิคะระซัง (Haikara-san) มาประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายสึรุกะโจ อิริกูจิ (Tsuruga-jou Iriguchi)

พิกัดต่อไปคือ “สถานีอะชิโนะมากิออนเซ็น” (Ashinomakionsen Station) สถานีไม้สุดคลาสสิกที่เปิดใช้งานมาตั้งแต่ปี ค.ศ. 1927 ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี สองข้างทางตามแนวรางรถไฟจะเปลี่ยนเป็นสีส้มแดง ภาพขบวนรถไฟท้องถิ่นตัดกับทิวเขาที่กำลังเปลี่ยนเฉดสีโดยมีเจ้าหน้าที่เหมียวคอยทำหน้าที่ต้อนรับนั้น เป็นภาพที่งดงามและเหมาะมากแก่การเก็บภาพความทรงจำ คุ้มทั้งการตามล่าหาจุดชมใบไม้เปลี่ยนสี คุ้มทั้งได้เจอนายสถานีสุดน่ารักเลยทีเดียว

“น้องเหมียว” ที่ได้รับการแต่งตั้งเป็นเป็นนายสถานีประจำการปัจจุบันเป็นรุ่นที่ 3 ชื่อ “น้องซากุระ” โดยมีผู้ช่วยฝึกหัด “น้องโซระ” กับ “น้องริคุ” คอยสลับเวรเพื่อตรวจการณ์ความเรียบร้อยของสถานีด้วยการนอนออดอ้อนผู้โดยสาร และรับเงินเดือนกลับบ้านเป็นอาหารเม็ด น้องแมวจะประจำอยู่ที่สถานีตั้งแต่เวลา 9.00-16.00 น. โดยน้องซากุระจะอยู่ประจำการในวันอังคาร พฤหัสบดี และเสาร์อาทิตย์ ส่วนน้องโซระกับน้องริคุจะอยู่ประจำการในวันจันทร์ พุธและวันศุกร์เสาร์อาทิตย์

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีที่ดีที่สุดคือ ปลายเดือนตุลาคม – ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานีไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) นั่งรถไฟสายไอสึ (Aizu Railway) มาลงที่สถานีอาชิโนะมากิออนเซ็น (Ashinomakionsen)

จุดต่อไป “สวนสมุนไพรโอยะคุเอ็น” (Oyakuen Garden) สวนญี่ปุ่นโบราณที่สร้างขึ้นในสมัยมุโรมาจิเพื่อเป็นสถานที่พักผ่อนของเจ้าเมืองไอสึ และต่อมาตระกูลมัตสึไดระได้เข้ามารับช่วงต่อและบูรณะสวนพร้อมกับปลูกพืชสมุนไพรนานาชนิดเพื่อนำมาใช้รักษาโรคและดูแลสุขภาพของชาวเมือง เมื่อฤดูกาลแปรเปลี่ยน ใบเมเปิลจะค่อย ๆ เริ่มผลัดจากสีเขียวชอุ่มเป็นสีเหลืองทองแซมส้ม บรรยากาศโดยรอบจะอบอวลไปด้วยความเงียบสงบ เหมาะแก่การเดินชมธรรมชาติ ย้อนรอยประวัติศาสตร์ตามทางเดินรอบสระน้ำแบบสบาย ๆ นอกจากนี้ที่นี่ยังมีบริการเสิร์ฟชาเขียวมัทฉะและขนมญี่ปุ่น ให้ได้ทานกันชิลๆ ในห้องที่ขุนนางญี่ปุ่นชอบมาพักผ่อน จนพาจินตนาการว่าตัวเองเป็นขุนนางสมัยก่อนได้เลย

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu Wakamatsu Station) สายบันเอทสึไซ (Ban-etsu West Line) โดยรถบัสสายไฮคาราซัง (Haikara-san Bus) ประมาณ 20 นาที ลงป้ายรถบัสโอยะคุเอ็นอิริกุจิ (Oyakuen Entrance Bus Stop)

ไปต่อที่ “โรงแรมโอคาวะโซ” (Ookawaso) เรียวกังออนเซ็นชื่อดังแห่งย่านอาชิโนะมากิออนเซ็น (Ashinomaki Onsen) ตั้งอยู่คู่ขนานไปกับหุบเขาและแม่น้ำโอกาวะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมภายในอันเป็นเอกลักษณ์ เป็นแรงบันดาลใจให้กับอนิเมะ “ดาบพิฆาตอสูร” โดยเฉพาะเวทีการแสดงชามิเซ็งกลางโถงที่ได้รับการกล่าวขานว่าเป็นหนึ่งในแรงบันดาลใจของฉาก “ปราสาทไร้ขอบเขต” ในอนิเมะยอดฮิต แขกที่มาพักสามารถรับชมการแสดงชามิเซ็งได้ในทุกวันช่วงเย็น พร้อมผ่อนคลายไปกับการแช่ออนเซ็นกลางแจ้งท่ามกลางทัศนียภาพของใบไม้เปลี่ยนสี

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu-Wakamatsu) แล้วนั่งรถบัส “โคริยามะ ~ไอสึวากามัตสึ อาชิโนะมิยะออนเซ็น (Koriyama~Aizuwakamatsu・Ashinomaki Onsen) ประมาณ 20 นาที จากนั้นลงที่ป้ายอาชิโนะมากิ มารุมิเนะ มาเอะ (Ashinomaki Marumine Mae)

สุดท้ายที่ “วัดซาซะเอโดะ” (Sazaedo Temple) วัดไม้โบราณทรงหกเหลี่ยมอายุเก่าแก่กว่า 200 ปีบนเนินเขาอีโมริยามะ โดดเด่นด้วยสถาปัตยกรรมบันไดวนเกลียวคู่หนึ่งเดียวในโลกที่ทางขึ้นและทางลงไม่สวนทางกัน การออกแบบอันน่าอัศจรรย์นี้ได้รับการยกย่องให้เป็นมรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญของประเทศญี่ปุ่น นอกจากความแปลกตาทางสถาปัตยกรรมแล้ว ในช่วงฤดูใบไม้เปลี่ยนสี สถานที่แห่งนี้ยังเป็นจุดชมทิวทัศน์ที่งดงามที่สุดแห่งหนึ่งของเมือง เนื่องจากสามารถมองเห็นทิวทัศน์ของเมืองไอสึ วากามัตสึที่ปกคลุมไปด้วยสีโทนอุ่นร้อนของใบเมเปิลและใบแปะก๊วยได้แบบพาโนรามาจากบนเขา

ช่วงเวลาชมใบไม้เปลี่ยนสีตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม-ต้นเดือนพฤศจิกายน เดินทางจากสถานี JR ไอสึ วากามัตสึ (JR Aizu Wakamatsu Station) สายบันเอทสึไซ (Ban-etsu West Line) โดยรถบัสสายไฮคาราซัง (Haikara-san Bus) ประมาณ 15 นาที ลงป้ายรถบัสอีโมริยามะ (Iimori Yama Bus Stop) แล้วเดินประมาณ 5 นาที

เปิดมุมมองการท่องเที่ยวแบบใหม่ที่ทุกคนจะได้สัมผัสถึงความงามผ่านร่องรอยทางวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และธรรมชาติได้อย่างลงตัว

มาถึงไอสึ วากามัตสึแล้ว ห้ามพลาดการตามหา “ยามานากะ เซ็มเบ้ ฮงโปะ” (Yamanaka Senbei Honpo) ร้านขายเซ็มเบ้เก่าแก่ซึ่งเป็นที่รักของผู้คนมาอย่างยาวนานกว่า 100 ปี นับตั้งแต่ก่อตั้งในปีค.ศ. 1921 ความพิเศษของยามานากะ เซ็มเบ้ ฮงโปะคือ กรรมวิธีการย่างเตาถ่านด้วยมือ เซ็มเบ้ทุกชิ้นจะถูกย่างอย่างพิถีพิถันทีละแผ่น โดยใช้เทคนิคที่สั่งสมมานานหลายปีในการควบคุมความร้อนอย่างแม่นยำ เพื่อให้ได้เซ็มเบ้ที่มีเนื้อสัมผัสกรุบกรอบอันเป็นเอกลักษณ์และกลิ่นหอมที่การย่างด้วยเครื่องมือหรือเครื่องจักรที่ทันสมัยไม่อาจเลียนแบบได้

เซ็มเบ้ของร้านทำจากข้าวและโชยุชั้นดี เมื่อเคี้ยวจะสัมผัสได้ถึงรสหวานของข้าวและความหอมของโชยุที่ค่อย ๆ อบอวลออกมา นอกจากรสโชยุที่เป็นรสยอดนิยมแล้ว ยังมีเซ็มเบ้หลากหลายชนิดให้เลือก เช่น รสงาหอม, บราวน์ชูก้ารสหวานเค็ม, เซ็มเบ้ห่อสาหร่ายที่หอมกลิ่นทะเล และมิโซะที่มีรสชาติเผ็ดนิด ๆ ชวนให้เจริญอาหาร หากมีโอกาสได้ลิ้มรสเซ็มเบ้แบบดั้งเดิมพร้อมกับการเดินเล่นในเมืองเก่า ที่ขึ้นเรื่องราเมนอย่างคิตะคาตะ จะยิ่งช่วยเติมเต็มความประทับใจมากขึ้นไปอีก

แล้วอย่าลืมหาชิม “คิตะคะตะราเม็ง” (Kitakata Ramen) 1 ใน 3 สุดยอดราเม็งที่โด่งดังของญี่ปุ่น เส้นราเม็งเส้นใหญ่เหนียวนุ่ม และน้ำซุปโชยุรสเข้มข้น พร้อมหมูชาชูนุ่ม ๆ ในเมืองคิตะคะตะมีร้านราเม็งตั้งเรียงรายกันมากถึง 120 ร้าน ซึ่งทุกร้านมีทีเด็ดที่แตกต่างกันไป รวมถึง “เบอร์เกอร์คิตะคะตะราเม็ง” (Kitakata Ramen Burger) เมื่อเส้นราเม็งถูกนำมาทอดกรอบแทนแป้งขนมปัง ประกบคู่ไส้ในที่ใช้เครื่องของราเม็งทั้งต้นหอม ลูกชิ้นและหมูชิ้นโต นอกจากนี้ยังมีเป็นเนื้อไก่ให้เลือกอีกด้วย สามารถหาลิ้มลองได้ที่ร้านฟุรุซาโตะเท ณ จุดพักรถคิตะคะตะ ฟุรุซาโตะ

ดูข้อมูลท่องเที่ยวเพิ่มเติมที่เว็บไซต์เมืองไอสึ www.aizukanko.com/ เว็บไซต์ของจังหวัดฟุกุชิมะ https://welovefukushima.com/ หรือ Facebook : WeLoveFukushimaTH

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...