โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ผู้บริหาร Bluesky หวั่นการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่น เสี่ยงตอกย้ำให้หุ้นบิ๊กเทคผูกขาดอุตสาหกรรมมากขึ้น

THE STANDARD

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • thestandard.co
ผู้บริหาร Bluesky หวั่นการแบนโซเชียลมีเดียสำหรับวัยรุ่น เสี่ยงตอกย้ำให้หุ้นบิ๊กเทคผูกขาดอุตสาหกรรมมากขึ้น

ผู้บริหารจาก Bluesky มองว่ามาตรการของรัฐบาลในการแบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียในกลุ่มวัยรุ่นและเด็ก กำลังเสี่ยงที่จะตอกย้ำอำนาจการควบคุมอุตสาหกรรมของกลุ่มบริษัทเทคโนโลยียักษ์ใหญ่ (Big Tech) ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น ซึ่งจะเป็นการปิดกั้นการเข้าถึงสำหรับผู้เล่นรายเล็ก

โรส หวัง ประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายปฏิบัติการของ Bluesky ให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว CNBC ระหว่างงาน SXSW ที่กรุงลอนดอนเมื่อวันพุธที่ผ่านมา (3 มิถุนายน) ว่า แพลตฟอร์มโอเพนซอร์ซขนาดเล็กไม่ได้ต่อต้านการออกกฎระเบียบ แต่ผู้เล่นรายเล็กในอุตสาหกรรมก็ควรได้รับการปกป้องด้วยเช่นกัน

“ฉันสนับสนุนการปกป้องและความปลอดภัยของเยาวชน แต่คำถามที่เรามีคือต้องแลกมาด้วยต้นทุนอะไร เพราะสิ่งที่ฉันกลัวที่สุดก็คือ ในระยะยาวเรากำลังมุ่งหน้าสู่โลกที่จะมีแพลตฟอร์มเหลือรอดแค่ 3 ถึง 5 แห่ง และเต็มไปด้วยกฎระเบียบที่เข้มงวดอย่างหนักสำหรับแพลตฟอร์มเหล่านั้น ซึ่งโดยพื้นฐานแล้ว แค่ทีมงานฝ่ายกำกับดูแลของแพลตฟอร์มเหล่านี้ ก็อาจจะมีขนาดใหญ่กว่าทีมงานทั้งหมดของเราถึง 10 เท่าแล้ว ดังนั้น โดยพื้นฐานแล้ว เรากำลังอาศัยอยู่ในโลกที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ผู้เล่นหน้าใหม่รายเล็กๆ จะเข้ามาและสร้างพื้นที่ที่ดีกว่าเดิมได้” หวังกล่าว

ในขณะที่รัฐบาลต่างอ้างว่าต้องการปกป้องเยาวชน แต่บริษัทเทคโนโลยีก็ออกมาโต้แย้งว่า มาตรการเหล่านี้อาจไม่ได้ช่วยป้องกันไม่ให้วัยรุ่นเห็นเนื้อหาที่เป็นอันตรายได้เสมอไป และในท้ายที่สุดจะเป็นการตัดขาดวัยรุ่นออกจากเพื่อนและชุมชนของพวกเขา

ออสเตรเลียเป็นประเทศแรกที่บังคับใช้การแบนโซเชียลมีเดียอย่างครอบคลุมสำหรับวัยรุ่นอายุต่ำกว่า 16 ปีในเดือนธันวาคม ส่งผลให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียรายใหญ่ ทั้ง Instagram ของ Meta, TikTok ของ ByteDance, YouTube ของ Alphabet, X ของ อีลอน มัสก์ และ Reddit ถูกบังคับให้ต้องนำวิธีการยืนยันอายุมาใช้ เช่น การประเมินอายุด้วยใบหน้าผ่านการถ่ายเซลฟี่, การอัปโหลดเอกสารยืนยันตัวตน หรือการเชื่อมโยงข้อมูลบัญชีธนาคาร

ค่าปรับสำหรับการไม่ปฏิบัติตามกฎหมายอาจสูงถึง 49.5 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย หรือราว 1,150 ล้านบาท หากแพลตฟอร์มไม่ยอมดำเนินการขั้นตอนตามสมควรเพื่อปฏิบัติตามข้อบังคับ ด้านคณะกรรมาธิการ eSafety ของออสเตรเลียระบุว่า Bluesky เองก็ได้เริ่มนำระบบตรวจสอบอายุมาใช้เพื่อป้องกันไม่ให้ผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีเข้าใช้งานแพลตฟอร์มเช่นกัน

การแบนของออสเตรเลียได้สร้างบรรทัดฐานใหม่ ทำให้หลายประเทศทั่วโลกกำลังพิจารณาเสนอแนวทางกฎหมายในลักษณะเดียวกัน ทั้งสหราชอาณาจักร สเปน ฝรั่งเศส และออสเตรีย ส่วนในสหรัฐอเมริกา การออกกฎหมายในระดับรัฐดูเหมือนจะมีความเป็นไปได้มากกว่าการแบนในระดับชาติ

สำหรับ Bluesky เป็นแพลตฟอร์มโอเพนซอร์ซนี้ถูกสร้างขึ้นภายในแอปพลิเคชัน X (เดิมชื่อ Twitter) ในปี 2019 และได้รับการสนับสนุนจาก แจ็ค ดอร์ซีย์ ผู้ร่วมก่อตั้ง Twitter ต่อมา Bluesky ได้แยกตัวออกมาในปี 2021 และหลังจากนั้นไม่นานก็ได้รับความสนใจในฐานะคู่แข่งของแพลตฟอร์มที่ อีลอน มัสก์ เป็นเจ้าของ นับจากนั้นเป็นต้นมา แพลตฟอร์มมีผู้ใช้งานเติบโตขึ้นแตะ 43 ล้านคน ณ เดือนมีนาคม ซึ่งยังคงเป็นเพียงประมาณ 10% ของจำนวนผู้ใช้งาน X ที่ประเมินไว้ราว 450 ล้านคน

อย่างไรก็ตาม Bluesky ต้องดิ้นรนเพื่อรักษาความนิยมเอาไว้ โดยมีรายงานว่าเมื่อสิ้นเดือนตุลาคมปีที่แล้ว ยอดผู้ใช้งานบนมือถือรายวันลดลงถึง 40% ในช่วง 12 เดือนที่ผ่านมา โดยหวังระบุว่าปัจจุบันบริษัทมีพนักงานอยู่ประมาณ 40 คน

“แพลตฟอร์มเหล่านี้ได้นำอุตสาหกรรมมาสู่จุดที่ผลกำไรกลายเป็นสิ่งเดียวที่ขับเคลื่อนสิ่งที่พวกเขาทำ ดังนั้นฉันจึงเข้าใจว่าทำไมรัฐบาลถึงต้องเข้ามาแทรกแซงและออกกฎระเบียบ เพราะแพลตฟอร์มเหล่านั้นไม่ได้ทำอะไรให้ถูกต้องเลย” หวังอธิบาย

“ไม่ใช่ว่าการมีกฎระเบียบนั้นเป็นเรื่องไม่ดี แต่กฎระเบียบจำเป็นต้องทำงานควบคู่ไปกับนวัตกรรมด้วย โดยพื้นฐานแล้วจำเป็นต้องมีช่องทางให้ผู้เล่นขนาดกลาง ขนาดเล็ก และธุรกิจรายย่อย ได้สื่อสารกับหน่วยงานกำกับดูแลมากขึ้น เพราะพวกเขาจำเป็นต้องได้รับการปกป้อง ในขณะเดียวกัน ผู้เล่นบิ๊กเทคที่เรารู้ว่ากำลังหลบเลี่ยงกฎระเบียบก็จำเป็นต้องถูกควบคุม ดังนั้นฉันจึงคิดว่าเราสามารถหาสมดุลที่เหมาะสมในเรื่องนี้ได้” หวังกล่าวทิ้งท้าย

อ้างอิง:

ภาพ:Tada Images / Shutterstock

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...