โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การบินไทย สยายปีกบินอัมสเตอร์ดัมในรอบ 28 ปี ปั๊มยอดผู้โดยสารอาเซียน-ยุโรป

การเงินธนาคาร

อัพเดต 6 มิถุนายน 2569 เวลา 18.37 น. • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เปิดแผนน่านฟ้าใหม่ “การบินไทย” เดินหน้ายุทธศาสตร์ Network Airline เชื่อมทราฟฟิก 3 ระดับ พร้อมใช้ศูนย์กลางกรุงเทพฯ ดึงผู้โดยสารอินโดนีเซียต่อเครื่องสู่เนเธอร์แลนด์ ตั้ง “War Room” มอนิเตอร์ราคาน้ำมันและตลาดทุกเช้า ดันยอดจองตั๋วล่วงหน้าเฉลี่ยพุ่งแตะ 70% ควบคู่รีแบรนด์ ROH ฉลอง 55 ปี อัปเกรด ROP สู่ Lifestyle Ecosystem เต็มสูบ พร้อมคลอดมาสคอตเจาะกลุ่มนิวเจน ปั๊มรายได้เสริมที่ไม่ใช่ตั๋วโดยสาร

6 มิถุนายน 2569 นายกิตติพงษ์ สารสมบูรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่สายการพาณิชย์ บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า บริษัทฯ ได้เดินหน้ารุกธุรกิจในฐานะ Network Airline อย่างเต็มรูปแบบผ่านยุทธศาสตร์หลักที่เรียกว่า "Silk Hub Strategy" ซึ่งเป็นกลไกสำคัญในการจัดสรรน่านฟ้าและเชื่อมต่อเครือข่ายการบินทั่วโลกออกเป็น 3 ส่วนหลัก เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนและมองไปข้างหน้าอย่างแข็งแกร่ง หลังจากองค์กรผ่านการปรับโครงสร้างและวางรากฐานพื้นฐานใหม่ทั้งหมด

กางโมเดล "Silk Hub Strategy" 3 ระดับ: อาเซียนปั๊มดีมานด์ จีน-อินเดียเสาหลัก ยุโรปสร้างมูลค่า

สำหรับโครงสร้างยุทธศาสตร์ "Silk Hub Strategy" ประกอบด้วย 3 กลไกสำคัญ ได้แก่

  • ส่วนที่ 1 พื้นที่อาเซียน (ASEAN) ทำหน้าที่เป็นตัวนำปริมาณผู้โดยสารหรือทราฟฟิก (Traffic) เข้าสู่ระบบการบิน
    • ส่วนที่ 2 ตลาดประเทศจีนและอินเดีย ถูกกำหนดให้เป็นเสาหลักในฐานะ "Volume Engine" หรือเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนปริมาณผู้โดยสารจำนวนมาก
    • ส่วนที่ 3 เส้นทางระยะไกล หรือ Long Haul (ภูมิภาคยุโรปและออสเตรเลีย) ซึ่งเป็นส่วนสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับธุรกิจหรือ "Value Creator" โดยการบินไทยได้เลือกเปิดเส้นทางบินตรง "กรุงเทพฯ - อัมสเตอร์ดัม" (ประเทศเนเธอร์แลนด์) อีกครั้ง ซึ่งถือเป็นการกลับมาบินในรอบ 28 ปี เพื่อทำหน้าที่เป็น "ท่อ" เติมมูลค่าเพิ่มและเป็นประตูสำคัญในการสยายปีกเข้าสู่ยุโรป

"อัมสเตอร์ดัมเป็นการขยายปีกใหม่ของเรา เป็นการเพิ่มเน็ตเวิร์ก ยุทธศาสตร์เราคือ "Silk Hub" Strategy เราเติมท่ออัมสเตอร์ดัมก็เหมือนเติม Value Creator เพิ่มขึ้นอีกหนึ่งท่อเป็นอาวุธใหม่ของการบินไทย"

ปักหมุด "อัมสเตอร์ดัม" ประตูสู่ยุโรป ดึงทราฟฟิกอินโดนีเซียเสริมแกร่ง Long-Haul

ทั้งนี้ การบินไทยมองเห็นศักยภาพเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญในกลุ่มประเทศอาเซียน โดยเฉพาะการเชื่อมต่อผู้โดยสารจากประเทศอินโดนีเซียให้เดินทางผ่านศูนย์กลางที่กรุงเทพฯ เพื่อเดินทางต่อไปยังอัมสเตอร์ดัม ประเทศเนเธอร์แลนด์ ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งภายใต้ยุทธศาสตร์ "Silk Hub Strategy"นั้น พื้นที่อาเซียนถูกวางเป้าหมายให้ทำหน้าที่เป็น "ตัวนำปริมาณผู้โดยสารหรือทราฟฟิก เข้าสู่ระบบการบิน" และอินโดนีเซียก็คือหนึ่งในตลาดที่มีศักยภาพสูงสุดในภูมิภาคนี้

การเลือกปักหมุดเปิดเส้นทางบินตรงสู่อัมสเตอร์ดัมในครั้งนี้ นอกจากจะทำหน้าที่เป็นประตูหลักในการสยายปีกเข้าสู่ยุโรปแล้ว ยังได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับความต้องการเดินทางที่มีพื้นฐานมาจากความสัมพันธ์และปัจจัยสนับสนุนทางประวัติศาสตร์ในอดีต เนื่องจากอินโดนีเซียเคยเป็นพื้นที่ที่ชาวดัตช์เข้าไปมีอิทธิพลอย่างสูง (ในสมัยที่เรียกว่าเมืองปัตตาเวีย หรือกรุงจาการ์ตาในปัจจุบัน) ความผูกพันที่หยั่งรากลึกยาวนานนี้ ส่งผลให้เกิดความต้องการเดินทางหมุนเวียนระหว่างประชากรทั้งสองพื้นที่อย่างต่อเนื่องจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็นการเดินทางเพื่อติดต่อธุรกิจ การท่องเที่ยว หรือการศึกษา

ด้วยเหตุนี้ การบินไทยจึงวางตำแหน่งให้อินโดนีเซียเป็น "จิ๊กซอว์ชิ้นสำคัญ" ในฝั่งอาเซียน ที่จะช่วยทำหน้าที่ส่งต่อผู้โดยสารเข้าสู่เส้นทางระยะไกล หรือ Long Haul (ภูมิภาคยุโรปและออสเตรเลีย) ซึ่งเป็นส่วนที่ถูกกำหนดให้เป็น "Value Creator" หรือกลไกสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเน็ตเวิร์กและบริษัทตามยุทธศาสตร์ที่วางไว้ การดึงทราฟฟิกเชื่อมโยงน่านฟ้าในลักษณะนี้ จะช่วยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันในฐานะ Network Airline อย่างเต็มรูปแบบ ควบคู่ไปกับการสร้างกระแสรายได้ใหม่ๆ ให้กับการบินไทยได้อย่างยั่งยืน

ชูตารางบิน Daily Service ลบ Pain Point ไฟลต์เช้ามืดด้วยแคมเปญ "Smart Journey"

ทั้งนี้เส้นทาง กรุงเทพฯ - อัมสเตอร์ดัม จะเริ่มให้บริการตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2569 เป็นต้นไป โดยให้บริการบินตรงทุกวันสัปดาห์ละ 7 วัน ด้วยเครื่องบิน Airbus A350-900 เทีัยวบิน TG 936 ออกเดินทางจากกรุงเทพฯ เวลา 05:30 น. และถึงอัมสเตอร์ดัมเวลาประมาณ 12:00 น. (เที่ยงวัน) ซึ่งข้อดีเชิงธุรกิจของเวลาบินนี้คือ ช่วยให้ผู้โดยสารสามารถเดินทางถึงจุดหมายในเวลาที่สามารถเช็คอินเข้าโรงแรมที่พักได้ทันที แตกต่างจากเที่ยวบินไปยุโรปทั่วไปที่มักถึงในช่วงเช้ามืด ซึ่งผู้โดยสารยังไม่สามารถเช็คอินได้

อย่างไรก็ตาม เพื่อแก้ปัญหาข้อจำกัดของเที่ยวบินเช้ามืดเวลา 05:30 น. ที่ผู้โดยสารต้องตื่นนอนตั้งแต่เวลา 01:30 น. การบินไทยจึงได้เปิดตัวแคมเปญ "Smart Journey" เข้ามาสนับสนุน โดยแบ่งเป็น 3 แพ็กเกจ คือ Smart Journey Light (รวมบริการรับส่งสนามบินและ Grab Voucher), Smart Journey Comfort (เพิ่มที่พักโรงแรมใกล้สนามบิน) และ Smart Journey Premium (เพิ่มที่พักระดับสูงขึ้นและสิทธิ์เข้าใช้เลาจน์) เพื่อรองรับทั้งคนไทยและผู้โดยสารที่เดินทางมาต่อเครื่องจากจีนและอินเดียที่ต้องรอเครื่องเป็นเวลานาน ซึ่งถือเป็นการสร้างรายได้เสริมที่ไม่ใช่ค่าตั๋วโดยสาร ทางธุรกิจรูปแบบใหม่

ปรับโมเดลลอยัลตี้โปรแกรม ลดค่าฟีน้ำมัน 30%-รีแบรนด์ ROH รุกทัวร์เอ็กซ์คลูซีฟ

นอกจากนี้ การบินไทยยังได้เพิ่มแรงจูงใจทางการตลาดผ่านโปรแกรมสะสมไมล์ รอยัล ออร์คิด พลัส (Royal Orchid Plus หรือ ROP) โดยในโอกาสครบรอบ 33 ปี ซึ่งปัจจุบันมีฐานสมาชิกทั่วโลกราว 5.5 ล้านคน และมีอัตราเติบโตของสมาชิกใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 40,000 - 43,000 คนต่อเดือน บริษัทฯ ได้ปรับกลยุทธ์ ROP ให้เป็น "Lifestyle Ecosystem" ที่เชื่อมโยงบริการโรงแรม ร้านอาหาร ล่องเรือ และสปา พร้อมทั้งปรับลดค่าธรรมเนียมน้ำมันสำหรับการแลกตั๋วเครื่องบินชั้นประหยัดลงสูงสุด 30% และมอบสิทธิพิเศษในช่วงเปิดตัวเส้นทางอัมสเตอร์ดัม ให้สมาชิกสามารถใช้ไมล์สะสมเพียง 50% หรือครึ่งเดียวในการแลกตั๋วรางวัล

รวมถึงการจัดแคมเปญ "Rise to Gold" เพื่อยกระดับสมาชิกบัตรเงิน (Silver) ที่มีอยู่ประมาณ 230,000 คน ให้ก้าวสู่บัตรทอง (Gold) ทันทีภายใน 7 วัน เพียงโอนคะแนนจากบัตรเครดิตของ 9 ธนาคารพันธมิตรจำนวน 25,000 ไมล์ ร่วมกับการซื้อ Cash Credit มูลค่า 330,000 บาท สำหรับใช้สำรองบัตรโดยสารเครื่องบินได้ทุกชั้นเดินทาง โดยเปิดจำหน่ายตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน - 30 พฤศจิกายน 2569 และ Cash Credit จะมีอายุใช้งานนาน 1 ปีครึ่ง

ขณะเดียวกัน ในส่วนของหน่วยธุรกิจ รอยัล ออร์คิด ฮอลิเดย์ (Royal Orchid Holidays หรือ ROH) ได้ฉลองครบรอบ 55 ปี ด้วยการรีแบรนด์โลโก้ใหม่และวางตำแหน่งเป็น "The Curated Experience Provider" ผ่าน 5 แกนหลัก คือ Culinary Wonder (ประสบการณ์อาหาร), Mindful Wonder (การดูแลจิตใจและ Sound Healing), Cinematic Wonder (ท่องเที่ยวตามรอยภาพยนตร์), Heritage Wonder (ประวัติศาสตร์เชิงลึก) และ Living Wonder (การใช้ชีวิต เช่น ทัวร์อาบป่า)

อีกหนึ่งกลยุทธ์ที่น่าสนใจคือการหันมาให้ความสำคัญกับกลุ่มผู้โดยสารรุ่นเยาว์ (อายุ 2-12 ปี) ซึ่งปัจจุบันการบินไทยขนส่งผู้โดยสารเด็กกลุ่มนี้สูงถึงกว่า 300,000 คนต่อปี จากปริมาณผู้โดยสารรวมเกือบ 20 ล้านคน และมีเด็กที่เป็นสมาชิก ROP อยู่ถึง 33,000 คน จึงได้เปิดตัวมาสคอต "Junior Sky Explorers" รวม 5 ตัว อาทิ น้องทุย (ควายน้ำพัทลุง) และ นกริก้า (นกสาริกา) เพื่อสร้างความผูกพันระหว่างแบรนด์กับกลุ่มเด็ก และต่อยอดสร้างรายได้เสริมจากการจำหน่ายสินค้าของที่ระลึกในลักษณะธุรกิจค้าปลีก

ตั้ง "War Room" มอนิเตอร์ราคาตั๋วและน้ำมัน ดันยอด Booking แตะ 70%

สำหรับภาพรวมผลการดำเนินงานและการบริหารจัดการภายใน องค์กรระบุว่า ปัจจุบันมียอดการจองบัตรโดยสารล่วงหน้า (Booking) เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 70% ซึ่งตัวเลขดังกล่าวสะท้อนถึงความสำเร็จของการบริหารจัดการต้นทุนและการตลาดเชิงรุก ผ่านการจัดตั้งทีมห้องปฏิบัติการฉุกเฉิน หรือ "War Room" ร่วมกับผู้บริหารระดับสูง เพื่อควบคุมสถานการณ์อย่างใกล้ชิดวันต่อวัน

"เรามีการจัดตั้ง War Room มอนิเตอร์สถานการณ์ทุกวันโดยท่านดีดี ผู้บริหารระดับสูงเนี่ยประชุมกันทุกเช้า มอนิเตอร์สถานการณ์น้ำมัน สถานการณ์ตลาด ดังน้ันเนี่ยเราไม่ตกเทรนด์ เราทำความสะอาด ทำงานใกล้ชิด ควบคุมสถานการณ์ครับ พอสถานการณ์ด้านน้ำมันดีขึ้น จะเห็นได้ว่าเราก็มีราคาบัตรโดยสารที่จับต้องได้มากขึ้นทันที ยอด Booking เฉลี่ยก็ประมาณ 70% ครับ แข็งแรงมาก คาร์โก้แข็งแรงมาก"

การตั้ง War Room มอนิเตอร์อย่างเข้มงวดทุกเช้า ทำให้การบินไทยไม่ตกกระแสและสามารถตอบสนองต่อความผันผวนของต้นทุนพลังงานได้อย่างทันท่วงที โดยเฉพาะเมื่อสถานการณ์ราคาน้ำมันเริ่มปรับตัวดีขึ้น สายการบินจะทำการปรับโครงสร้างราคาตั๋วโดยสารให้ลดลงมาอยู่ในระดับที่ผู้บริโภคสามารถ "จับต้องได้ง่ายขึ้นทันที" ซึ่งกลยุทธ์นี้ช่วยดึงดูดใจผู้โดยสาร ส่งผลให้อัตราขนส่งผู้โดยสาร (Cabin Factor) ทรงตัวในระดับที่แข็งแกร่ง และขับเคลื่อนเสถียรภาพทางการเงินร่วมกับธุรกิจขนส่งสินค้าทางอากาศ หรือ คาร์โก้ (Cargo) ที่ยังคงมีความแข็งแกร่งมากในปัจจุบัน เพื่อผลักดันให้องค์กรเติบโตไปข้างหน้าอย่างมั่นคงในระยะยาว

อ่านข่าว แวดวงธุรกิจ ที่น่าสนใจ ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...