นายกฯพ้นเก้าอี้ เอกชนกังวลนโยบายสะดุด-เบิกจ่ายงบไม่ทัน กระทบศก.อ่อนแอ
จากกรณีที่ศาลรัฐธรรมนูญมีมติวินิจฉัยให้นางสาวแพทองธาร ชินวัตร พ้นจากตำแหน่งนายกรัฐมนตรี รวมไปถึงครม.ชุดนี้ก็ต้องสิ้นสุดการทำหน้าที่และพ้นจากตำแหน่งทั้งคณะ นายสุรพงษ์ ไพสิฐพัฒนพงษ์ ที่ปรึกษาประธานกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์และโฆษกกลุ่มอุตสาหกรรมยานยนต์ สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า ในมุมของเอกชนมีความกังวลเรื่องนโยบายว่าจะสะดุดหรือต่อเนื่องหรือไม่ นโยบายต่างๆจะยังคงเดินหน้าไหม ตรงจุดนี้มีผลกับนักลงทุนทั้งไทยและต่างชาติ ที่อาจจะต้องชะลอ-ขอศึกษาเกี่ยวกับตัวนโยบายที่รัฐบาลใหม่จะประกาศออกมา
ประการต่อมาคือการจัดตั้งรัฐบาลใหม่ นายกรัฐมนตรีคนใหม่ จะใช้เวลามากน้อยเพียงใด จะทันเบิกจ่ายงบประมาณปี 2569 ในเดือนตุลาคมหรือไม่ ตรงนี้มีผลกับภาพรวมเศรษฐกิจ เพราะหากเร่งเบิกจ่ายก็จะช่วยฟื้นเศรษฐกิจให้เดินหน้าต่อไป
"ความกังวลใจขอเอกชนน่าจะเป็นเรื่องนโยบายต่างๆจะเหมือนเดิมไหม จะขาดความต่อเนื่องหรือเปล่า ซึ่งหากเป็นเช่นนั้นก็จะยิ่งกระทบกับเศรษฐกิจของเราที่มีความอ่อนแออยู่แล้ว ส่วนการฟอร์มทีมรัฐบาลหากล่าช้าก็อาจจะกระทบกับนักลงทุน กระทบความเชื่อมั่น จากที่จะลงทุนก็อาจจะชะลอ ขอศึกษาก่อน "
นายสุรพงษ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ยังมีประเด็นเรื่องภาษีทรัมป์ที่ทีมไทยแลนด์ไปเจรจามา ซึ่งหลังจากนี้จะเป็นทีมเดิมหรือจะเป็นทีมใหม่ที่เข้ามาดู ความต่อเนื่องของการเจรจาดีลภาษีต่างๆระหว่างไทยและสหรัฐอเมริกามันจะเป็นอย่างไร ตอนนี้ก็ต้องรอดูความชัดเจนของการจัดตั้งรัฐบาลใหม่