ผัวเมียเจ๊งพินาศ! เปิดร้านหมูกระทะในปอยเปต มุดช่องทางธรรมชาติหนีกลับไทย
เมื่อเวลา 06.30 น. วันที่ 6 มิ.ย. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กองกำลังบูรพา หน่วยเฉพาะกิจอรัญประเทศ และชุดควบคุมกรมทหารพรานที่ 12 นำโดย พ.ท.เตชทัต เฉลิมจิตต์ ผบ.ร้อย ทพ.1202 ได้จัดกำลังพลออกลาดตระเวนเข้มงวดเพื่อสกัดกั้นการกระทำผิดกฎหมายและสิ่งผิดกฎหมายทุกชนิด บริเวณแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ระหว่างจุดตรวจ อ.09 ถึง อ.10 พื้นที่หมู่ 7 บ้านดงงู ต.ป่าไร่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
กระทั่ง เจ้าหน้าที่ชุดลาดตระเวนได้ตรวจพบชายหญิงคู่หนึ่ง ท่าทางมีพิรุธ เดินลัดเลาะมาตามช่องทางธรรมชาติจากฝั่งประเทศกัมพูชาข้ามมายังฝั่งไทย เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าขอตรวจค้น ไม่พบผู้นำพาแต่อย่างใด ทราบชื่อต่อมาคือ นายเลิศมงคล อายุ 44 ปี ชาว จ.บุรีรัมย์ (ไม่มีหนังสือเดินทาง) และ น.ส.เสาวนิตย์ อายุ 49 ปี ชาว จ.ประจวบคีรีขันธ์ (มีหนังสือเดินทาง) ทั้งคู่ไม่มีโทรศัพท์มือถือ โดยอ้างว่าถูกเจ้าหน้าที่ฝั่งกัมพูชายึดไปก่อนหน้านี้
จากการซักถามเบื้องต้น ทั้งสองคนให้การรับสารภาพด้วยความช้ำใจว่า เป็นสามีภรรยากัน เดิมทีเปิดร้านเสริมสวยอยู่ที่ จ.ประจวบคีรีขันธ์ แต่ระยะหลังประสบปัญหาเศรษฐกิจตกต่ำ ค่าครองชีพสูง ขาดทุนย่อยยับ จึงตัดสินใจหอบเงินเดินทางผ่านด่านคลองลึกไปทำธุรกิจที่กัมพูชาตั้งแต่ปี 2563 โดยไปเซ้งกิจการร้านหมูกระทะจากชาวกัมพูชาในปอยเปต จ.บันเตียเมียนเจย ช่วงแรกรายได้ดี แต่ระยะหลังเศรษฐกิจฝั่งเขมรซบเซาหนัก ไม่มีลูกค้า แถมล่าสุดทางการกัมพูชาสั่งปราบปรามและกวาดล้างอย่างหนัก เกิดความกลัวเรื่องความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินจนอยู่ไม่ได้
ช่วงกลางดึกเวลาประมาณ 01.30 น. วันเดียวกัน จึงตัดสินใจเดินเท้าออกจากตลาดปอยเปต อาศัยถามทางจากชาวบ้านกัมพูชา ก่อนจะชี้ช่องทางธรรมชาติให้ลัดเลาะข้ามแดนเพื่อหนีกลับประเทศไทย จนกระทั่งมาถูกทหารพรานไทยรวบตัวได้ดังกล่าว เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองส่งพนักงานสอบสวน สภ.คลองลึก เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป.