“ทรัมป์” ปัดข้อเสนออิหร่านเปิดช่องแคบฮอร์มุซใน 7 วัน ชี้ข้อตกลงยังรับไม่ได้
“ทรัมป์” ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่พร้อมเปิดช่องแคบฮอร์มุซภายใน 7 วัน แลกกับการดำเนินการตามบันทึกความเข้าใจ ขณะที่อิหร่านรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากผู้ไกล่เกลี่ย ท่ามกลางผลกระทบต่อราคาพลังงานและแรงกดดันทางเศรษฐกิจจากการปิดเส้นทางขนส่งน้ำมันและก๊าซสำคัญของโลก
27 กันยายน 2569 สำนักข่าว BBC รายงานว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ปฏิเสธข้อเสนอของอิหร่านที่ต้องการเปิดช่องแคบฮอร์มุซให้การเดินเรือเชิงพาณิชย์กลับมาเป็นปกติภายใน 7 วัน โดยระบุว่า ข้อเสนอของอิหร่านยังไม่เป็นที่ยอมรับ ขณะที่ อับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ระบุว่า จะรอคำตอบอย่างเป็นทางการจากผู้ไกล่เกลี่ยก่อนตัดสินใจ
ทรัมป์กล่าวกับผู้สื่อข่าวที่ทำเนียบขาวว่า อิหร่านต้องการทำข้อตกลงเพื่อเปิดช่องแคบฮอร์มุซโดยทันที เนื่องจากกำลังเผชิญสถานการณ์ที่เสียเปรียบอย่างหนัก พร้อมระบุว่า สหรัฐฯ มี “การควบคุมอย่างเต็มที่” เหนือช่องแคบดังกล่าว และยังมีน้ำมันปริมาณมหาศาลที่สามารถขนส่งผ่านเส้นทางนี้ได้
“ผมปฏิเสธข้อตกลงของพวกเขา” ทรัมป์กล่าว พร้อมระบุว่า แม้เขาจะชื่นชอบการทำข้อตกลง แต่ข้อเสนอที่อิหร่านนำเสนอยังไม่สามารถยอมรับได้
ด้านอารักชีโพสต์ข้อความผ่านแอปพลิเคชันเทเลแกรมว่า รับทราบคำกล่าวของทรัมป์แล้ว แต่จะรอ “มุมมองที่ชัดเจนและเป็นทางการ” จากผู้ไกล่เกลี่ย ก่อนที่อิหร่านจะตัดสินใจในขั้นตอนต่อไป
ก่อนหน้านี้ เมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา อารักชีเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวที่สหประชาชาติในนครนิวยอร์กว่า ช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดให้เดินเรือได้ หาก “เงื่อนไขที่จำเป็นได้รับการตอบสนอง” โดยเงื่อนไขดังกล่าวระบุอยู่ในบันทึกความเข้าใจ หรือ MOU ที่ทั้งสองฝ่ายลงนามร่วมกันเมื่อเดือนมิถุนายน
อารักชีกล่าวว่า หากเงื่อนไขที่จำเป็นได้รับการปฏิบัติตาม ช่องแคบฮอร์มุซสามารถกลับมาเปิดได้ และการเดินเรือเชิงพาณิชย์จะกลับเข้าสู่ภาวะปกติภายใน 7 วัน พร้อมยืนยันว่า เงื่อนไขที่อิหร่านเสนอไม่ได้มีข้อกำหนดใหม่ แต่ทั้งหมดอยู่ใน MOU ที่มีอยู่แล้ว และขณะนี้การตัดสินใจอยู่ที่สหรัฐฯ
ขณะที่ มาซูด เปเซชเคียน ประธานาธิบดีอิหร่าน ให้สัมภาษณ์กับสถานีโทรทัศน์ซีบีเอส นิวส์ว่า ทั้งสองฝ่ายเคยบรรลุข้อตกลงบนพื้นฐานของ MOU ที่ลงนามในปากีสถาน หากสหรัฐฯ ยอมเดินหน้าตามแนวทางดังกล่าว สถานการณ์ทั้งหมดก็สามารถกลับคืนสู่ภาวะเดิมก่อนเกิดความขัดแย้งได้
อย่างไรก็ตามเคียร์สเตน ฟอนเทนโรส อดีตเจ้าหน้าที่สภาความมั่นคงแห่งชาติสหรัฐฯ ในสมัยรัฐบาลทรัมป์ชุดแรก กล่าวว่า ยังไม่มีความต้องการที่จะกลับมาเจรจา MOU ดังกล่าวอีกครั้ง เนื่องจากในมุมมองของสหรัฐฯ ข้อตกลงนี้เป็นข้อตกลงที่ไม่ดี และอิหร่านกำลังพยายามผลักดันข้อเสนอในสถานการณ์ที่สหรัฐฯ ยังไม่เปิดรับ
ช่องแคบฮอร์มุซกระทบตลาดพลังงานโลก
ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นเส้นทางเดินเรือที่มีความสำคัญต่อระบบพลังงานโลก โดยปกติมีน้ำมันและก๊าซธรรมชาติประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณการส่งออกทั่วโลกไหลผ่านเส้นทางดังกล่าว แต่ช่องแคบถูกปิดกั้นในทางปฏิบัตินับตั้งแต่สงครามปะทุขึ้นในเดือนกุมภาพันธ์ ส่งผลให้ราคาพลังงานเกิดความผันผวนอย่างรุนแรง
MOU ดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อนำไปสู่การหยุดยิงและเปิดช่องแคบฮอร์มุซอย่างน้อยบางส่วน โดยข้อตกลง 14 ข้อระบุว่า อิหร่านจะไม่พัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ ขณะที่สหรัฐฯ อิหร่าน และพันธมิตรจะยุติปฏิบัติการทางทหารใน “ทุกแนวรบ” รวมถึงมีข้อกำหนดเกี่ยวกับการยุติการปิดล้อมทางทะเลของสหรัฐฯ และการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรบางส่วน
อย่างไรก็ตาม ข้อตกลงดังกล่าวล่มลงหลังจากทั้งสองฝ่ายกลับมาโจมตีกันอีกครั้ง โดยอิหร่านโจมตีเรือที่ระบุว่าพยายามเดินทางผ่านช่องแคบโดยไม่ได้รับอนุญาต ขณะที่สหรัฐฯ โจมตีเป้าหมายของอิหร่านบริเวณช่องแคบ รวมถึงเรือบรรทุกน้ำมันของอิหร่านนอกชายฝั่ง และยังคงปิดล้อมท่าเรือของอิหร่าน ส่งผลกระทบอย่างหนักต่อเศรษฐกิจของประเทศ
ทรัมป์อ้างว่า สหรัฐฯ ประสบความสำเร็จในการทำให้การขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบฮอร์มุซสามารถดำเนินต่อไปได้ ขณะที่ข้อมูลการเดินเรือจากเคปเลอร์ บริษัทวิเคราะห์ข้อมูลสินค้าโภคภัณฑ์ ซึ่งรอยเตอร์อ้างถึง ระบุว่า ในช่วง 10 วันที่ผ่านมา มีเรือเดินทางผ่านช่องแคบเฉลี่ยประมาณ 18 ลำต่อวัน และบางวันลดลงเหลือเพียง 9 ลำ
ฮูตีโจมตีเส้นทางน้ำมันซาอุดีอาระเบียเพิ่มแรงกดดัน
สถานการณ์ด้านพลังงานยังมีความซับซ้อนมากขึ้น หลังกลุ่มฮูตีในเยเมน ซึ่งเป็นพันธมิตรของอิหร่าน เพิ่มการโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านน้ำมันของซาอุดีอาระเบีย โดยมีเป้าหมายรบกวนการส่งออกน้ำมันผ่านทะเลแดง ซึ่งอยู่คนละฝั่งของคาบสมุทรอาหรับกับช่องแคบฮอร์มุซ
กลุ่มฮูตีเข้ายึดพื้นที่ยุทธศาสตร์บางส่วนบริเวณชายฝั่งทะเลแดงของเยเมนในเดือนนี้ รวมถึงท่าเรือโมคา ซึ่งตั้งอยู่ใกล้ช่องแคบบับ เอล-มันเดบ ซึ่งเป็นอีกหนึ่งจุดยุทธศาสตร์สำคัญของเส้นทางเดินเรือโลก
เมื่อวันเสาร์ที่ผ่านมา กองกำลังพันธมิตรที่นำโดยซาอุดีอาระเบียในเยเมนเปิดเผยว่า สามารถสกัดกั้นขีปนาวุธนำวิถี 2 ลูกและโดรนที่กลุ่มฮูตียิงเข้าหาซาอุดีอาระเบียได้ ขณะที่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ผู้นำซาอุดีอาระเบียได้ร้องขอการสนับสนุนทางทหารจากทรัมป์
ความขัดแย้งดังกล่าวยังเพิ่มแรงกดดันต่อทรัมป์ให้หาทางยุติการสู้รบ โดยเฉพาะในช่วงที่สหรัฐฯ กำลังเข้าสู่การเลือกตั้งสมาชิกสภาคองเกรสในเดือนพฤศจิกายน ซึ่งผลกระทบทางเศรษฐกิจจากราคาพลังงานและความไม่แน่นอนของเส้นทางขนส่งสินค้าโลกเป็นปัจจัยที่ตลาดจับตา
ก่อนหน้านี้ ทรัมป์กล่าวต่อที่ประชุมสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติว่า เขาเชื่อว่าข้อตกลงกับอิหร่านอาจเกิดขึ้นหลังการเลือกตั้งในเดือนพฤศจิกายน พร้อมตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ในการใช้กำลังทหารเพิ่มเติมต่ออิหร่าน
ด้านอารักชีระบุว่า “สันติภาพไม่สามารถสร้างขึ้นได้ด้วยภัยคุกคามที่จะทำลายล้าง” สะท้อนว่าความขัดแย้งระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงมีความไม่แน่นอนสูง ขณะที่สถานการณ์บริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นปัจจัยสำคัญต่อทิศทางราคาน้ำมัน การค้าระหว่างประเทศ และตลาดการเงินโลก
อ้างอิง : bbc.com