กมธ.ตำรวจ สภาฯ ฟิต นำร่องตรวจความพร้อม “ตำรวจ.ภ.จว.ตรัง”
กมธ.ตำรวจ สภาฯ ฟิต นำร่องตรวจความพร้อม “ตำรวจ.ภ.จว.ตรัง” คุมเข้มปัญหาอาชญากรรม รองรับการประชุมเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย -มาเลเซีย-ไทย มั่นใจระบบRTCC เอาอยู่
วันที่ 29 สิงหาคม 2568 ที่จ.ตรัง น.ส.สุณัฐชา โล่สถาพรพิพิธ สส.ตรัง พรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) การตำรวจ สภาผู้แทนราษฎร และคณะร่วมลงพื้นที่จังหวัดตรังเพื่อตรวจเยี่ยมและติดตามคดีอุกฉกรรจ์ที่เกิดขึ้นในเขตพื้นที่ตำรวจภูธรจังหวัดตรัง โดยตรวจเยี่ยมที่ สภ.อ.ย่านตาขาว อ.ย่านตาขาว จากนั้นเข้ารับฟังการบรรยายสรุปการป้องกันเหตุอาชญากรรมที่อาคารตำรวจภูธรจังหวัดตรัง โดยมีนายทรงกลด สว่างวงศ์ ผู้ว่าราชการจ.ตรัง และพล.ต.ต. ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบ.ภ.จว.ตรัง กล่าวรายงานสรุปถึงการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมในพื้นที่จ.ตรัง และการใช้ศูนย์อาชญากรรมแบบเรียลไทม์ ผ่านกล้องวงจรปิด( RTCC ) ซึ่งเป็นเทคโนโลยีแบบรวมศูนย์ที่หน่วยงานบังคับใช้กฎหมายและหน่วยปฏิบัติการฉุกเฉินใช้ช่วยในการจับตาสถานการณ์ป้องกันเหตุอาชญากรรมในพื้นที่จังหวัดตรัง โดยตั้งเป้าหมายในการติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่ม และคาดว่าภายใน 5 ปี จ.ตรังจะเป็นสมาร์ท ซิตี้ได้ สามารถครอบคลุมพื้นที่เชื่อมโยงทั้งจังหวัด สามารถเก็บสถิติด้วยโปรแกรม“พาวเวอร์ บีไอ.”และวิเคราะห์จากข้อมูลที่เก็บได้ 30 เดือนเพื่อวิเคราะห์ แนวโน้มของการเกิดเหตุอาชญากรรมต่างๆขึ้นได้ จากสถิติที่รวบรวมไว้
โดย น.ส.สุณัฐชา กล่าวว่า ตนเพิ่งเข้ารับตำแหน่งนี้ จึงลงพื้นที่นำร่องที่จ.ตรังเพื่อตรวจสอบถึงความพร้อมในการรับมือปัญหาอาชญากรรม เพราะเกิดเหตุคดีอุกฉกรรจ์บ่อยครั้ง อาทิ คดียิงกำนันเลน หรือนายบัณฑิต รองพล เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม 2568 แม้จะบุกจับมือปืนในกรณีนี้ได้แล้วที่ อ.เกาะลันตา จ.กระบี่ เกิดจากสาเหตุใด และล่าสุดที่เพิ่งเกิดเหตุการปาระเบิดมือใส่บ้านเรือนประชาชนในเขต สภ.ออก.บ้านในควน ต.พงจรเข้ อ. ย่านตาขาว ที่ปาระเบิดสังหารถึง 2ลูกใส่บ้านคน ถือว่าอุกฉกรรจ์มาก รวมถึงนโยบายควิก วิน ของรัฐบาลในการปราบปรามยาเสพติดในพื้นที่จ.ตรัง ทั้งนี้เพื่อรองรับเพื่อรองรับและเตรียมความพร้อมในการจัดประชุมแผนงานการพัฒนาเขตเศรษฐกิจ 3 ฝ่าย อินโดนีเซีย -มาเลเซีย-ไทย (IMT – GT)ที่จังหวัดตรังจะเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมดังกล่าวด้วย
ด้านพล.ต.ต. ภัทรวิชญ์ คีตโมทนียกุล ผบ.ภ.จ.ตรัง กล่าวสรุปว่า เหตุเกิดวัตที่ 3 ส.ค. ทางตำรวจภูธรจับได้ในเวลา 18 วัน เพราะผู้ก่อเหตุใช้ผ้าปิดบังใบหน้า โดยติดตามไล่ล่าพร้อมเก็บหลักฐานประกอบคดีในการออกหมายจับไม่ให้หลุดรอดไปได้โดยร่วมกับกองปราบปราม และสืบสวนภูธรภาค9 รวม 3 ชุดจนจับได้ที่เกาะลันตา ส่วนสาเหตุเพราะขัดแย้งส่วนตัวกับผู้เสียชีวิต โดยผู้ก่อเหตุมีคดีหมายจับรวม30 หมายเกี่ยวกับยาเสพติด ส่วนกรณีเกิดเหตุโยนระเบิดM67 มีใช้ในหน่วยทหารตั้งแต่ปี 2517 รัศมีทำลาย15 เมตร ปาใส่บ้านประชาชนถึง2ลูก สอบสวนพบว่าเกิดจากปัญหาความขัดแย้งของกลุ่มผู้เกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดในพื้นที่ จึงใช้ระเบิดสังหารดังกล่าวกำลังเร่งติดตามขยายผลจับผู้ลงมือดังกล่าว สำหรับนโนบายควิกวิน ในการป้องกันและปราบปรามยาเสพติดของรัฐบาล มีชุดปฏิบัติการยาเสพติดจังหวัดร่วมบูรณาการทุกภาคส่วนในพื้นที่ ร่วมกับ ศรีตรัง โมเดล ที่ร่วมระหว่าง ตำรวจภูธร และฝ่ายปกครองของ จ.ตรัง ร่วมกับกระทรวงสาธารณสุขในโครงการมินิธัญญารักษ์ที่ฟื้นฟูผู้เสพคืนสู่สังคม