โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ปิดตำนาน 50 ปี A-10 ทัพฟ้าสหรัฐฯ ปลดประจำการฐานเนลลิส

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
กองทัพอากาศสหรัฐฯ ปิดฉาก 5 ทศวรรษ เครื่องบินโจมตี A-10 ทันเดอร์โบลต์ 2 บินออกจากฐานทัพเนลลิสเป็นครั้งสุดท้าย ย้ายภารกิจรบสู่เครื่องบินยุคใหม่ F-15 F-16 F-35 พร้อมส่ง A-10 เข้าสุสานเครื่องบิน

วันที่ 22 กันยายน 2026 กองทัพอากาศสหรัฐฯ ทำการบินเที่ยวบินสุดท้ายของเครื่องบินโจมตี A-10 Thunderbolt II หรือที่รู้จักในฉายา วอร์ทฮอก (Warthog) ลำสุดท้ายที่ประจำการ ณ ฐานทัพอากาศเนลลิส มลรัฐเนวาดา
การเดินทางออกจากฐานทัพในครั้งนี้ถือเป็นการยุติการปฏิบัติการ การพัฒนายุทธวิธี และการทดสอบเครื่องบินรุ่นดังกล่าวนานเกือบ 5 ทศวรรษนับตั้งแต่ปี 1977 โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารอากาศประจำฐานทัพเนลลิสเกือบ 70 นาย มารวมตัวกันบริเวณลานจอดเพื่อทำความเคารพส่งเครื่องบินลำดังกล่าวขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นครั้งสุดท้าย ซึ่งมี พันตรี Kyle S. Adkinson เจ้าหน้าที่ยุทธวิธีและอาวุธสังกัดกองกำลังป้องกันชาติทางอากาศเนวาดา เป็นผู้รับหน้าที่นักบินในเที่ยวบินประวัติศาสตร์นี้

⬛️ ศูนย์กลางยุทธวิธีและการพัฒนาคลังสมองใกล้ชิดพื้นดิน
ตลอดหลายทศวรรษที่ผ่านมา ฐานทัพอากาศเนลลิสทำหน้าที่เป็นศูนย์กลางสำคัญในการพัฒนาขีดความสามารถของเครื่องบินโจมตี A-10 ทั้งการปรับปรุงระบบซอฟต์แวร์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์การบิน และระบบรองรับการใช้อาวุธปล่อยแม่นยำสูง เพื่อให้เครื่องบินรุ่นนี้สามารถปฏิบัติภารกิจโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น
ขณะเดียวกัน ฝูงบินอาวุธที่ 66 สังกัดโรงเรียนอาวุธกองทัพอากาศสหรัฐฯ ได้ฝึกอบรมนายทหารฝ่ายอาวุธประจำเครื่องบิน A-10 มากกว่า 300 นาย ผ่านหลักสูตรฝึกราว 100 รุ่น ทำให้เนลลิสเป็นหนึ่งในศูนย์กลางสำคัญของการพัฒนายุทธวิธีสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิด (Close Air Support) ทั้งการบินระดับต่ำ การโจมตีเป้าหมายภาคพื้นดินอย่างแม่นยำ และการสนับสนุนกองกำลังภาคพื้นดินในพื้นที่การรบ
⬛️ ปรับโครงสร้างยุทธศาสตร์ กระจายภารกิจสู่ฝูงบินยุคใหม่
การปลดประจำการ A-10 ออกจากฐานทัพเนลลิสไม่ได้เป็นเพียงแค่การลบชื่อเครื่องบินออกจากลานจอด แต่คือการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างและระบบนิเวศการฝึกอบรมที่สร้างขึ้นเพื่อเครื่องบินสนับสนุนทางอากาศโดยเฉพาะ กองทัพอากาศสหรัฐฯ กำลังดำเนินการกระจายบทบาทภารกิจ ทั้งการสนับสนุนทางอากาศโดยใกล้ชิดและการค้นหาช่วยชีวิตในพื้นที่รบ ไปยังฝูงบินเครื่องบินขับไล่อเนกประสงค์รุ่นใหม่ ได้แก่ F-15, F-16 และ F-35
ทางด้าน นาวาโท ริดจ์ ฟลิค (Ridge Flick) ผู้บังคับการฝูงบินอาวุธที่ 66 ระบุว่า "กองทัพยังคงรักษาวัฒนธรรมความเชี่ยวชาญเดิมไว้ โดยการนำฝูงบินรุ่นอื่นเข้ามามีส่วนร่วมในภารกิจสนับสนุนทางอากาศมากขึ้น" รวมถึงฝึกอบรมนักบิน F-15, F-35 และ F-16 ให้พร้อมรองรับภารกิจการค้นหาและช่วยชีวิตในพื้นที่รบ
อย่างไรก็ตาม กลุ่มนักวิเคราะห์และผู้เชี่ยวชาญด้านการทหารบางส่วนยังคงตั้งข้อสงสัยว่าการสูญเสียกลุ่มบุคลากรผู้เชี่ยวชาญเฉพาะทางของ A-10 อาจส่งผลกระทบต่อขีดความสามารถในการปฏิบัติภารกิจจริงในอนาคต
⬛️ ส่งต่อประสบการณ์และบุคลากรบำรุงรักษา
กระบวนการเปลี่ยนผ่านครั้งนี้ไม่เพียงส่งผลต่อนักบินเท่านั้น แต่ยังรวมถึงบุคลากรฝ่ายบำรุงรักษาประจำฝูงบินบำรุงรักษาอากาศยานที่ 757 ที่ต้องโยกย้ายไปประจำการในฝูงบินเครื่องบินขับไล่รุ่นอื่น เช่น F-35 และ F-16 เพื่อนำทักษะและประสบการณ์อันยาวนานมาปรับใช้กับอากาศยานรุ่นใหม่

⬛️ เส้นทางสู่ปลายทางสุดท้ายและการปลดประจำการ
สำหรับเครื่องบิน A-10 ลำสุดท้ายจากเนลลิส จะถูกนำส่งไปเก็บรักษา ณ ศูนย์บำรุงรักษาและบูรณะอากาศยานที่ 309 หรือ สุสานเครื่องบิน AMARG ในมลรัฐแอริโซนา แม้ว่าในระดับนโยบายจะมีความพยายามรักษาฝูงบิน A-10 เอาไว้ โดยกองทัพอากาศได้ขยายเวลาใช้งานบางฝูงบินออกไปจนถึงปี 2030
รวมถึงรัฐสภาสหรัฐฯ ได้เสนอร่างกฎหมายยืดอายุการใช้งานไปจนถึงปีงบประมาณ 2033 ก็ตาม แต่การยุติภารกิจ ณ ฐานทัพเนลลิส ซึ่งเป็นหัวใจหลักของการพัฒนายุทธวิธี ถือเป็นสัญญาณชัดเจนว่าเครื่องบินรุ่นประวัติศาสตร์นี้กำลังเข้าสู่ระยะสุดท้ายของการปลดประจำการอย่างสมบูรณ์

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...