ประวัติ ออสการ์ ปิอัสตรี นักขับ F1 ที่กำลังสั่นสะเทือนวงการ!
การแข่งขันฟอร์มูล่าวัน ฤดูกาล 2025 ทีมยักษ์หลับอย่างแม็คลาเรน ฟื้นคืนชีพได้อย่างน่าสนใจ พวกเขาครองตำแหน่งผู้นำอย่างเหนียวแน่น นับตั้งแต่ออกสตาร์ทสนามแรก จนกระทั่งการแข่งขันเข้าสู่ช่วงครึ่งฤดูกาลหลัง
ภายใต้การขับของ 2 นักแข่งอย่าง ออสการ์ ปิอัสตรี และ แลนโด นอร์ริส ที่ผลัดกันคว้าชัยชนะเป็นว่าเล่น จนถึงตรงนี้การแข่งขันผ่านไปแล้ว 14 สนาม ปิอัสตรี คว้าชัยชนะไปได้ 6 สนาม ส่วน นอร์ริส เก็บชัยชนะไป 5 สนาม ที่เหลือเป็นของ แม็กซ์ เวอร์สแตปเพน 2 สนาม และ จอร์จ รัสเซลล์ อีก 1 สนาม
นอกจากชัยชนะที่เก็บได้ถึง 6 ครั้งแล้ว สิ่งที่ทำให้เขาเป็นผู้นำคือความสม่ำเสมอ เพราะตลอดการแข่งขัน 14 สนามที่ผ่านมา ออสการ์ ปิอัสตรี ขึ้นโพเดียมไปได้ถึง 12 ครั้ง แบ่งเป็นชัยชนะ 6 ครั้ง, จบอันดับ 2 ไป 3 ครั้ง และเข้าเส้นชัยเป็นอันดับ3 ได้อีก 3 ครั้ง
ทำให้สถานการณ์คะแนนรวมตอนนี้ ออสการ์ ปิอัสตรี เป็นผู้นำเก็บไปได้ 284 คะแนน มีช่องว่างที่ห่างจาก แลนโด นอร์ริส อันดับ2 แค่ 9 คะแนนเท่านั้น ส่วนอันดับ3 เป็นของ แม็กซ์ เวอร์สแตปเพน ที่มี 187 คะแนน
จากที่ไม่ใช่เต็งแชมป์ในช่วงออกสตาร์ท กลายเป็นผู้นำที่ร้อนแรงจนยากจะหยุดยั้ง และมีโอกาสที่จะผงาดคว้าแชมป์โลกครั้งแรกในชีวิต หากยังคงรักษามาตรฐานตัวเองได้ต่อไปในช่วง 10 สนามสุดท้าย เราขอพาทุกท่านไปทำความรู้จักกับเขาให้มากขึ้น ว่ากว่าจะก้าวมาในวงการรถสูตรหนึ่ง เส้นทางสายความเร็วของเขาต้องผ่านอะไรมาบ้าง
ประวัติ ออสการ์ ปิอัสตรี
ออสการ์ ปิอัสตรี เกิดเมื่อวันที่ 6 เมษายน ค.ศ. 2001 ณ เมืองเมลเบิร์น ประเทศออสเตรเลีย ในวัยเด็กเขาถูกเลี้ยงดูมาในครอบครัวที่อบอุ่น มีอยู่วันหนึ่งเขาได้ของขวัญจากคุณพ่อ พอแกะกล่องออกมาพบว่าของขวัญชิ้นนั้นเป็นรถบังคับวิทยุ มันเหมือนเป็นการปลุกจิตใต้สำนึกของเขาตั้งแต่ตอนนั้นว่ารถแข่งคือสิ่งที่เขาหลงรักตั้งแต่แรกพบ
สิ่งที่เขาฝันมาตลอดคืออยากที่จะลองเปลี่ยนจากการถือรีโมทบังคับเป็นการจับพวงมาลัยของจริง จนกระทั่งเขาอายุได้ 10 ขวบ ก็ได้มีโอกาสไล่ตามความฝัน โดยมีจุดเริ่มต้นด้วยการขับรถโกคาร์ท
จากรถบังคับแปรเปลี่ยนมาเป็นรถโกคาร์ท กลายเป็นการค้นพบนักขับยอดฝีมือรุ่นจิ๋ว เขาเดินหน้ากวาดแชมป์ในระดับภูมิภาคมาอย่างโชกโชน ด้วยแรงสนับสนุนที่ดีจากครอบครัว เขาได้โอกาสเข้าเรียนเพื่อศึกษาวิธีการขับและเรียนรู้เทคนิคในระดับสูงเพื่อปูทางสู่การเป็นมืออาชีพกับโครงการฟอร์มูล่าจูเนียร์ในปี 2016 เมื่อค้นพบทางของตัวเองที่ชัดเจน ครอบครัวของเขาตัดสินใจครั้งสำคัญด้วยการย้ายข้ามทวีปไปลงหลักปักฐานใช้ชีวิตในประเทศอังกฤษ เพื่อโอกาสที่เปิดกว้างมากขึ้น
ออสการ์ ปิอัสตรี เดินทางข้ามทวีปเพื่ออนาคต
การตัดสินใจครั้งนั้นแม้ว่าจะดูเสี่ยง แต่ก็เป็นทางเลือกที่ถูกต้อง เพราะด้วยฝีมือที่ดูดีมีอนาคตเขาจึงได้โอกาสชิมลางกับวงการรถฟอร์มูล่า ด้วยการเข้าสังกัดทีมและลงแข่งขันในศึก Formula4 ในวัยเพียงแค่ 16 ปี
ปิอัสตรี ใช้เวลาเก็บเกี่ยวประสบการณ์ของตัวเองเรื่อยๆจนกระทั่งปี 2019 เขาสามารถคว้าแชมป์ครั้งแรกมาครอง ในศึก Formula Renault Eurocup ภายใต้สังกัดทีม ทีม R-ace GP
เมื่อเริ่มต้นนับหนึ่งกับชัยชนะครั้งแรก เขาก็ติดใจในรสชาติอันหอมหวายของการเป็นแชมป์ ก่อนจะเดินหน้ากวาดความสำเร็จได้อย่างต่อเนื่อง ปีต่อมาเขาคว้าแชมป์ในศึก FIA Formula 3 ตามด้วยการขยับข้ามรุ่นไปคว้าแชมป์ในศึก FIA Formula 2 Championships ในปี 2021 สร้างสถิติกลายเป็นนักแข่งคนที่ 6 ในประวัติศาสตร์ ที่สามารถคว้าแชมป์ได้ตั้งแต่ปีแรกที่เข้าร่วมศึก F2 ภายใต้สังกัดทีม Prema
ออสการ์ ปิอัสตรี เริ่มต้นในเวที F1
ด้วยผลงานที่ร้อนแรง นี่คือนักแข่งเพียงคนเดียวในประวัติศาสตร์ที่ไล่กวาดแชมป์ไต่เต้ามาทุกระดับอย่างต่อเนื่องชนิดปีต่อปี ด่านต่อไปคือการก้าวไปสู่เวที Formula1 แต่ปัญหาก็คือภายใต้สังกัดทีมอัลพีน พวกเขามี 2 นักขับประจำรถอยู่แล้ว นั่นคือ เฟอร์นันโด อลอนโซ่ เจ้าของแชมป์โลก 2 สมัย เมื่อปี 2005 และ 2006 และ เอสเตบัน โอคอน อีกหนึ่งนับขับฝีมือดี
ด้วยเหตุนี้ทำให้ ปิอัสตรี ต้องรับบทบาทนักขับสำรองรอเสียบแทนใครคนใดคนหนึ่ง ทำให้โอกาสของเขาแทบจะไม่มีเลย จนกระทั่งฤดกาล 2022 ปิดฉากลง เฟอร์นันโด อลอนโซ่ ถูกทีมแอสตัน มาร์ติน ดึงตัวไปร่วมทีม เพื่อแทนที่ของ เซบาสเตียน เวทเทล เจ้าของแชมป์โลก 4 สมัย ที่ประกาศแขวนพวงมาลัย
ทำให้มีที่ว่างเกิดขึ้นในทีมอัลพีน พวกเขาจึงประกาศดัน ปิอัสตรี ขึ้นมาทำหน้าที่แทน แต่สุดท้ายกลับไม่เป็นเช่นนั้น เมื่อ ปิอัสตรี ได้บรรลุข้อตกลงกับทางฝั่งทีมแม็คลาเรน ย้ายไปร่วมทีมแทนที่ ดาเนียล ริคคาร์โด้ นับขับชาติเดียวกันที่ไม่ได้ไปต่อ
ออสการ์ ปิอัสตรี คว้าแต้มแรกในศึก F1
เปิดฉากการแข่งขัน Formula1 ฤดูกาล 2023 ทีมแม็คลาเรน ได้คู่หูคู่ใหม่ที่มี แลนโด นอร์ริส เด็กปั้นของทีม กับนักขับความหวังใหม่อย่าง ออสการ์ ปิอัสตรี และเพียงแค่ฤดูกาลแรกเขาก็เริ่มสร้างชื่อทันทีด้วยการเก็บแต้มแรกได้ตั้งแต่สนามที่3 กับศึกออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ การแข่งขันในบ้านเกิดของตัวเอง
พอแต้มแรกมาความมั่นใจจึงบังเกิด เขายังคงรักษามาตรฐานตัวเองได้อย่างยอดเยี่ยม จนกระทั่งเข้าสู่สนามที่ 16 ของฤดูกาล กับศึกเจแปนีสกรังด์ปรีซ์ ที่สนามซูซูกะ อินเตอร์เนชันแนล เซอร์กิต ปิอัสตรี ที่ทำเวลาเยี่ยมในรอบคัดเลือกจนได้ออกสตาร์ทจากกริดที่2 ก่อนจะจบการแข่งขันด้วยการคว้าอันดับ3 ขึ้นโพเดียมครั้งแรกในชีวิต ทั้งๆที่เพิ่งจะเป็นเพียงฤดูกาลแรกที่เข้าร่วมการแข่งขันในรุ่นใหญ่ที่สุด
ออสการ์ ปิอัสตรี คว้าชัยชนะครั้งแรกใน F1
เข้าสู่ฤดูกาล 2024 ปิอัสตรี ยกระดับตัวเองอย่างก้าวกระโดด จนสามารถคว้าชัยชนะครั้งแรกในชีวิต กับศึกฮังการีกรังด์ปรีซ์ ถือเป็นนักขับชาวออสเตรเลีย คนที่ 5 ที่สามารถคว้าแชมป์สนามได้ ก่อนที่จะจบฤดูกาลด้วยอันดับ4 ด้วยการมี 292 คะแนน ขณะที่เพื่อนร่วมทีมอย่าง แลนโด นอร์ริส จบรองแชมป์ด้วยการมี 374 คะแนน
ส่วนแชมป์ตกเป็นของ แม็กซ์ เวอร์สแตปเพน ที่ได้เป็นฤดูกาลที่ 4 ติดต่อกัน อย่างไรก็ตามด้วยผลงานที่ยอดเยี่ยมของทั้งสองคน ส่งผลให้ทีมแม็คลาเรน โกยแต้มกระจุยกระจายจนคว้าแชมป์ในฐานะทีมผู้ผลิตมาครองได้อย่างยิ่งใหญ่ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 26 ปีเลยทีเดียวฃ
ถึงตรงนี้ทีมแม็คลาเรน ยักษ์หลับได้ถูกนักขับทั้งสองคนปลุกให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้ง เข้าสู่ฤดูกาล 2025 แลนโด นอร์ริส และ ออสการ์ ปิอัสตรี ผลัดกันคว้าชัยชนะและขึ้นโพเดียวกันเป็นว่าเล่น โดย ณ เวลาที่เขียน การแข่งขันผ่านไป 14 สนาม ออสการ์ ปิอัสตรี คว้าชัยชนะไปได้ 6 ครั้ง โกยไป 284 คะแนน นำเพื่อนร่วมทีมอย่าง แลนโด นอร์ริส ที่รั้งอันดับ2 หลังคว้าชัยชนะไปได้ 5 สนาม อยู่ 9 คะแนน ขณะที่การแข่งขันยังเหลือให้ชิงชัยอีก 10 สนาม
ผลงานของ 2 นักขับจากแม็คลาเรน ทำให้แฟนๆของทีมระดับตำนานกลับมาคึกคักและดูมีชีวิตชีวาอีกครั้ง หลังห่างหายความสำเร็จไปนาน แถมยังกำลังขัดขวางเป้าหมายความสำเร็จคว้าแชมป์โลก 5 สมัยติดต่อกันของ แม็กซ์ เวอร์สแตปเพน จากทีมเร้ดบูลล์ เรซิ่ง
ฟอร์มอันร้อนแรงของ ออสการ์ ปิอัสตรี กับการคว้าชัยชนะรวมกัน 8 สนาม ทำให้เขากำลังจะมีอัฒจันทร์เชียร์เป็นชื่อของตัวเอง ในศึกออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์ ฤดูกาล 2026 ตามรอยตำนานนักขับชาวออสเตรเลีย ที่เคยได้รับเกียรตินี้ ณ อัลเบิร์ต พาร์ค ประกอบไปด้วย แจ็ค แบรบแฮม แชมป์โลก 3 สมัย, อลัน โจนส์ แชมป์ปี 1980 รวมถึง แดเนียล ริคคาร์โด และ มาร์ค เว็บเบอร์
สถานการณ์ในศึก Formula1 กำลังเข้มข้น สำหรับแฟนๆที่อยากจะสัมผัสความมันก็สามารถติดตามรับชมการถ่ายทอดสดได้ทางแอปพลิเคชั่นทรูวิชั่นส์ นาว น่าสนใจมากๆว่าบทสรุปสุดท้ายใครจะผงาดคว้าแชมป์โลกไปครอง ช่องว่างเพียง 9 คะแนนที่มีสามารถพลิกได้ตลอดเวลา บทสรุปสุดท้ายคุณคิดว่าใครจะคว้าแชมป์โลกในปี 2025 ไปครอง?
ข่าวที่เกี่ยวข้อง
- เปเรซ&บอททาส คืนสนาม F1 สังกัดทีมคาดิลแลค ฤดูกาล 2026
- ประวัติส่วนตัว เซร์คิโอ เปเรซ : นักขับจอมเก๋าชาวเม็กซิกัน
- ปิอัสตรี เหมือนฝัน! จะมีอัฒจันทร์ตัวเองในศึกออสเตรเลียน กรังด์ปรีซ์
- ประวัติ "แม็กซ์ เวอร์สเตปเปน" แชมป์โลกF1 4สมัยซ้อนที่กำลังโดนท้าทาย!
- ประวัติ "อเล็กซ์ อัลบอน" นักขับผู้ไม่เคยไม่ยอมแพ้ใน ฟอร์มูล่า วัน