โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ครั้งแรก! 'อาร์มสตรอง' ผู้บุกเบิกพญาอินทรีบอลโลก

Soccersuck

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Soccersuck

เดสมอนด์ อาร์มสตรอง ไม่ได้ถูกจดจำแค่ในฐานะแนวรับทีมชาติสหรัฐอเมริกา แต่คือคนที่เปิดประตูบานสำคัญให้ฟุตบอลแดนลุงแซม หลังกลายเป็นนักเตะผิวดำที่เกิดในสหรัฐฯ คนแรกซึ่งลงเล่นให้ “พญาอินทรี” ในฟุตบอลโลก 1990 ที่อิตาลี

ก่อนทัวร์นาเมนต์นั้น สหรัฐฯ ห่างหายจากฟุตบอลโลกไปถึง 40 ปี และต้องลุยด้วยขุมกำลังที่มาจากนักเตะมหาวิทยาลัย กึ่งอาชีพ และฟุตบอลในร่ม เพราะยังไม่มีลีกอาชีพกลางแจ้งระดับท็อปในประเทศ แต่พวกเขายังคว้าตั๋วไปอิตาเลีย 90 ได้แบบช็อกแฟนบอลยุคนั้น

อย่างไรก็ตาม คำถามแรกที่อาร์มสตรองเจอจากสื่อกลับไม่ใช่เรื่องความภาคภูมิใจ แต่เป็นประโยคแทงใจว่า ทำไมเขาถึงไม่ไปเล่นบาสเกตบอล

"ไม่มีคำแสดงความยินดี หรือถามว่าตื่นเต้นแค่ไหนที่ได้มาที่นี่เลย ภาพจำคือคุณเป็นอเมริกันและเป็นคนดำ ดังนั้นคุณควรเล่นบาสเกตบอล เหมือนกับว่าอเมริกันไม่ควรมาอยู่ตรงนี้ตั้งแต่แรก แล้วคุณมาทำอะไรที่นี่" อดีตกองหลังวัย 25 ปีในเวลานั้น เริ่มกล่าว

จุดเปลี่ยนสำคัญมาถึงในเกมดวลเจ้าภาพ อิตาลี ที่สตาดิโอ โอลิมปิโก เมื่ออาร์มสตรองได้รับภารกิจตามประกบ จานลูก้า วิอัลลี่ แบบเป็นเงา แม้ “อัซซูรี่” ชนะ 1-0 จากประตูของ จูเซ็ปเป้ จานนินี่ แต่ วิอัลลี่ รวมถึง ซัลวาตอเร่ “โตโต้” สคิลลาชี่ ต่างยิงไม่ออก ถือเป็นฟอร์มที่ทำให้ทีมสหรัฐฯ ไม่ได้โดนมองเป็นหมูสนามอีกต่อไป

"วิอัลลี่คือเบอร์ใหญ่ ผมบอกตัวเองว่าจะเป็นเงาของเขา ผมมองข้ามสนามไปสบตาเขา แล้วในหัวผมคิดว่า คุณจะไม่ได้บอลหรอก" อาร์มสตรอง กล่าวต่อ

หลังจากนั้น เจ้าตัวยังสร้างอีกหมุดหมายด้วยการเป็นนักเตะอเมริกันคนแรกที่เซ็นสัญญาอาชีพในบราซิลกับ ซานโตส อดีตต้นสังกัดของ เปเล่ ก่อนแขวนสตั๊ดในปี 1996 และผันตัวไปทำงานโค้ชเยาวชนในย่านแอนทิออค เมืองแนชวิลล์ ช่วยเด็กจากครอบครัวผู้อพยพเข้าถึงฟุตบอลมากขึ้น

วันนี้ผลกระเพื่อมจากเส้นทางของเขายังส่งต่อถึงรุ่นใหม่ โดย คริส ริชาร์ดส์ กองหลังคริสตัล พาเลซ และทีมชาติสหรัฐฯ ชุดฟุตบอลโลก 2026 ยกให้ อาร์มสตรอง เป็นหนึ่งในผู้บุกเบิกตัวจริง

"ถ้าไม่มีการมีส่วนร่วม ความกล้า และความกล้าหาญของคุณ ผมคงไม่ได้มาอยู่ตรงนี้ รุ่นของคุณอาจถูกพูดถึงน้อยที่สุด แต่ผมไม่อยากให้คุณรู้สึกว่ามันไม่มีใครเห็น เพราะพวกเรารู้สึกถึงประวัติศาสตร์ของเรา และมันเริ่มจากคุณ" ริชาร์ดส์ กล่าว

ขอขอบคุณแหล่งข่าวและรูปภาพจาก BBC Sport

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...