โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

อาหาร

รู้จักกับ “เนื้อซากุระ” ที่ไม่ได้ทำจากซากุระ?!

conomi

อัพเดต 18 ก.ย เวลา 11.29 น. • เผยแพร่ 23 ก.ย เวลา 09.00 น. • conomi.co

พอเข้าสู่ช่วงใบไม้ผลิสิ่งแรกที่คนญี่ปุ่นนึกถึงก็มักจะเป็นดอกซากุระ และของกินในฤดูนี้ก็มักจะเป็นอาหารหรือขนมที่มีสีชมพูและมีซากุระเป็นวัตถุดิบ แต่สาระที่จะมานำเสนอในครั้งนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับอาหารชนิดหนึ่งที่มีคำว่า “ซากุระ” อยู่ในชื่อด้วย แต่แทบไม่มีความเกี่ยวข้องกับซากุระเลยค่ะ

เนื้อซากุระ ที่ไม่ได้ทำจากซากุระ

สำหรับคนที่เคยไปเที่ยวแถวจังหวัดคุมาโมโตะหรือแถวจังหวัดนากาโนะนั้น อาจจะเห็นคำว่า“桜肉” (ซากุระนิคุ) ตามร้านอิซากายะหรือร้านเนื้อย่าง ถ้าเนื้อชนิดนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกับดอกซากุระ แล้วมันคือเนื้ออะไรกันละ?

คำว่า 肉 (นิคุ) หมายถึง “เนื้อ” ส่วน “桜肉 (ซากุระนิคุ)” แปลตรงตัวว่า “เนื้อซากุระ” ซึ่งเนื้อนี้เป็นเนื้อที่มีสีชมพูสวยราวกับสีของซากุระ มีแคลอรี่ต่ำและมีโปรตีนสูง จึงเป็นอาหารที่ดีต่อสุขภาพ แถมยังละลายในปากชวนฟินไม่รู้ลืมไปอีก แต่ทราบกันไหมคะว่า “桜肉”(Sakura Niku)” ที่ว่านี้ = “เนื้อม้า” ค่ะทุกคน

ที่มาของการทานเนื้อม้าเริ่มต้นมาได้อย่างไร?

การทานเนื้อม้าได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลายในฐานะอาหารท้องถิ่นประจำภูมิภาคแถบจังหวัดคุมาโมโตะ, ฟุกุชิมะ, นากาโนะ และที่อื่นๆ มาตั้งแต่สมัยก่อนแล้วล่ะค่ะ แต่พักหลังมานี้เริ่มได้รับความสนใจมากขึ้นเพราะความนิยมของเทรนด์รักสุขภาพนั่นเอง

ในสมัยของซามูไรชื่อ โทโยโตมิ ฮิเดโยชิ (ค.ศ. 1537 – 1598) ไดเมียวคนหนึ่งที่ชื่อว่า คาโต คิโยมาสะ ได้ถูกส่งไปนำทัพที่เกาหลี ซึ่งในช่วงที่ข้ามทวีปไปแล้วเกิดปัญหาขาดแคลนอาหารขึ้น ทำให้จำเป็นต้องใช้เนื้อของม้าศึกเพื่อประทังชีวิต และเมื่อกลับมายังเมืองคุมาโมโตะที่ตนครองอยู่ คิโยมาสะก็ยังชื่นชอบการทานเนื้อม้าแล่ จึงเป็นที่มาของวัฒนธรรมการทานเนื้อม้าของคุมาโมโตะ และในปัจจุบันจังหวัดคุมาโมโตะยังขึ้นชื่อว่าเป็นจังหวัดที่ผลิตเนื้อม้าเป็นอันดับ 1 จากทั่วภูมิภาคอีกด้วย

แล้วทำไมต้องเรียกว่า “เนื้อซากุระ” ?

เนื่องจากประวัติของชื่อ “桜肉 (ซากุระนิคุ)” หรือ ”เนื้อซากุระ” นี้มีที่มาหลากหลายมากๆ จึงขอสรุปมาให้ดังนี้ค่ะ

เนื้อซากุระ เนื้อม้า

1. ที่มาของชื่อที่ “เป็นที่รู้กัน”

ทราบกันหรือไม่คะว่าเดิมทีในสมัยเอโดะมีข้อห้ามเรื่องการทานเนื้อสัตว์ด้วย (เนื้อวัว, ม้า, หมู, ไก่ รวมถึงลิง) ซึ่งช่วงนั้นระดับชนชั้นสูงก็ปฏิบัติตามกันดีอยู่หรอก แต่ระดับชนชั้นทั่วไปก็มีแอบทานกันบ้าง ซึ่งในยุคนั้นเพื่อไม่ให้ถูกจับได้จึงมีการแปลงชื่อเนื้อต่างๆ เช่น

เนื้อหมูป่า → 牡丹 (โบตั๋น), เนื้อกวาง → 紅葉 (โมมิจิ) และเนื้อม้า → 桜 (ซากุระ) และกลายเป็นว่าชื่อ “桜肉 (ซากุระนิคุ)”

2. ในฤดูซากุระเนื้อม้าจะยิ่งอร่อย

กล่าวกันว่าสัตว์ต่างๆ จะเก็บสะสมไขมันในช่วงฤดูหนาวเพื่อให้ร่างกายอบอุ่นขึ้น และเนื้อที่มีไขมันในปริมาณพอเหมาะจะยิ่งเป็นเนื้อชั้นยอด อาหารที่สัตว์กินเข้าไปก็มีผลด้วยเช่นกัน ม้านั้นกินหญ้าเขียว หญิงแห้ง พืช รวมถึงธัญพืชต่างๆ ที่เป็นอาหารชั้นดีในปริมาณมากตั้งแต่ช่วงฤดูร้อน และเมื่อมาถึงฤดูที่ซากุระบานจึงเป็นช่วงที่ไขมันของม้าจะอร่อยที่สุดค่ะ

เนื้อซากุระ เนื้อม้า

3. เนื้อม้านั้นเป็นสีชมพูสวยราวกับสีซากุระ

สีของเนื้อม้าดิบจะเป็นสีชมพูแดงสด แต่เมื่อนำไปต้มหรือลวกสีเนื้อจะกลายเป็นสีชมพูสวยเหมือนกับสีของดอกซากุระเลยล่ะค่ะ ซึ่งคาดว่าเป็นองค์ประกอบทางเคมีของฮีโมโกลบินในเนื้อม้าที่มีธาตุเหล็กสูงด้วย (เนื้อม้ามีธาตุเหล็กมากกว่าเนื้อวัว 1.5 เท่า และมากกว่าเนื้อหมูถึง 3.5 เท่าเลยล่ะค่ะ)

4. ความเกี่ยวข้องกับเมืองซากุระ จังหวัดชิบะ

ในสมัยเอโดะมีฟาร์มเลี้ยงม้าสำหรับการจัดเตรียมม้าไว้ใช้งานอยู่ที่เมืองซากุระ จังหวัดชิบะ เนื่องจากเป็นเมืองที่อยู่ใกล้กับเมืองหลวง ดังนั้นสมัยก่อนหากพูดถึง “ม้า” ผู้คนก็มักจะนึกถึงคำว่า “ซากุระ”

เนื้อม้าขึ้นชื่อไม่ได้มีเฉพาะที่คุมาโมโตะเท่านั้นนะ

เนื้อซากุระ เนื้อม้า

นอกจากจังหวัดคุมาโมโตะที่ขึ้นชื่อเรื่องเนื้อม้าเป็นอันดับ 1 แล้ว ในแถบจังหวัดฟุกุชิม่า ก็ยังมีเนื้อม้าของ “เมืองไอสึ” ที่ขึ้นชื่อไม่แพ้กัน ซึ่งที่นี่ไม่ได้นิยมทานเฉพาะเนื้อม้าแล่บางเท่านั้น แต่ยังมีส่วนอื่นด้วย ไม่ว่าจะเป็น ซี่โครง เนื้อส่วนซี่โครง หรือแม้แต่แผงคอก็นิยมทานกันอีกด้วย นอกจากนี้ยังมีเมนูยอดนิยมอย่าง “ซูชิเนื้อม้า” ด้วยนะคะ และแน่นอนว่าเมนูสุกี้ยากี้เนื้อม้าก็เป็นที่นิยมเช่นเดียวกัน เรียกได้ว่าเนื้อม้าเป็นอาหารดังประจำท้องถิ่นที่นอกจากอร่อยแล้วยังมีคุณประโยชน์ทางโภชนาการอีกด้วยค่ะ

เนื้อซากุระ เนื้อม้า

ทีนี้ก็ได้รู้จักกับ “เนื้อซากุระ” รวมถึงที่มาของชื่อนี้เป็นที่เรียบร้อยแล้วใช่ไหมคะ อย่างที่บอกไปข้างต้นว่า เนื้อม้าเป็นเนื้อชั้นดีที่มีคุณค่าทางอาหารที่หาไม่ได้ในเนื้อวัวและเนื้อหมู และปัจจุบันก็เริ่มเป็นที่นิยมมากขึ้นด้วย แต่ถึงอย่างนั้นก็ใช่ว่าจะหาซื้อเนื้อม้าได้ตามซุปเปอร์มาเก็ตนะคะ หากต้องการจริงๆ ต้องสั่งทางออนไลน์ค่ะ และถ้าเพื่อนๆ มีโอกาสแล้วอยากลองทานเนื้อม้าระดับพรีเมียมที่มีลายสวยงามล่ะก็ ขอแนะนำให้ลองเนื้อซากุระของจังหวัดคุมาโมโตะเลย

สรุปเนื้อหาจาก: basashi-kiwami, kumamoto-basasi

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...