มาเลเซียคาดแนวโน้ม ‘น้ำมันปาล์ม’ ปรับตัวดีขึ้น รับแรงหนุนไบโอดีเซล-ต้นทุนเพิ่มสูง
× กรุณาติดต่อทีมงานเพื่อดาวน์โหลดคลิป
กัวลาลัมเปอร์, 13 พ.ค. (ซินหัว) — เมื่อวันอังคาร (12 พ.ค.) นักวิเคราะห์หลายรายมีมุมมองเชิงบวกมากขึ้นต่อราคาน้ำมันปาล์ม โดยมองว่าอุปสงค์ไบโอดีเซลที่เพิ่มขึ้น ต้นทุนการผลิตที่สูงขึ้น และการเปลี่ยนแปลงเชิงโครงสร้างของตลาดน้ำมันดิบล้วนเป็นปัจจัยบวกต่อแนวโน้มราคาน้ำมันปาล์ม แม้จะยังคงมีแรงกดดันในระยะสั้นทั้งจากปริมาณน้ำมันปาล์มที่สะสมอยู่ในคลังเพิ่มขึ้นและความไม่แน่นอนด้านการส่งออกในมาเลเซีย ซึ่งเป็นผู้ผลิตน้ำมันปาล์มรายใหญ่อันดับสองของโลก
ธนาคารเพื่อการลงทุนเมย์แบงก์ (Maybank Investment Bank) ระบุว่าราคาน้ำมันดิบมีแนวโน้มที่จะไม่กลับไปอยู่ในระดับก่อนเกิดความขัดแย้งในตะวันออกกลาง ส่งผลให้ทั้งอินโดนีเซียและมาเลเซียเดินหน้าปรับเพิ่มสัดส่วนการผสมไบโอดีเซล
ด้านสถาบันวิจัยเอ็มบีเอสบี รีเสิร์ช (MBSB Research) คาดว่าราคาน้ำมันปาล์มดิบ (CPO) ในเดือนพฤษภาคมจะยังทรงตัว โดยได้แรงหนุนจากผลผลิตที่ลดลงตามฤดูกาลในช่วงผสมเกสร รวมถึงความคาดหวังต่อการเริ่มใช้นโยบายไบโอดีเซลบี15 (B15) ของมาเลเซีย และบี50 (B50) ของอินโดนีเซีย ซึ่งตั้งเป้าดำเนินการในช่วงเดือนมิถุนายน-กรกฎาคม 2026
ข้อมูลทางการที่เผยแพร่เมื่อวันจันทร์ (11 พ.ค.) ระบุว่าน้ำมันปาล์มคงคลังของมาเลเซียในเดือนเมษายนเพิ่มขึ้นร้อยละ 23.8 เมื่อเทียบปีต่อปี แตะราว 2.31 ล้านตัน เนื่องจากการส่งออกหลังช่วงเทศกาลชะลอตัว ขณะที่ผลผลิตลดลงร้อยละ 3.4 เหลือ 1.63 ล้านตัน ส่วนการส่งออกเพิ่มขึ้นร้อยละ 18 แตะ 1.3 ล้านตัน จากการเร่งนำเข้าสินค้าก่อนการปรับขึ้นภาษีส่งออก
ทั้งนี้ ยูโอบี เคย์เฮียน (UOB Kay Hian) คาดว่าผลผลิตมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นหากเข้าสู่ฤดูเก็บเกี่ยวสูงสุด แต่การส่งออกอาจยังซบเซา เนื่องจากราคาที่สูงทำให้ความต้องการชะลอตัว และน้ำมันปาล์มยังเสียเปรียบด้านราคาเมื่อเทียบกับน้ำมันถั่วเหลืองจากอเมริกาใต้