29 สิงหาคม “วันชี้ชะตา” ฉากทัศน์การเมืองไทยเขย่าบัลลังก์
วันนี้ทุกสายตาจับจ้องไปที่ ศาลรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีกำหนดนัดประชุมเพื่อพิจารณาลงมติและจัดทำคำวินิจฉัยคดีสำคัญที่ 36 ส.ว. ยื่นขอให้วินิจฉัยสถานะความเป็นรัฐมนตรีของ นางสาวแพทองธาร ชินวัตร ว่าสิ้นสุดลงหรือไม่ จากประเด็นคลิปเสียงสนทนาล่าสุดกับสมเด็จฮุน เซน โดยคำวินิจฉัยจะถูกอ่านในช่วงบ่ายสามโมง และไม่ว่าผลจะออกมาเป็นเช่นไร ย่อมส่งผลสะเทือนต่อการเมืองไทยอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้
ท่ามกลางสถานการณ์ที่ร้อนระอุ นางสาวแพทองธาร ปักหลักอยู่ที่ทำเนียบรัฐบาล และเตรียมแถลงข่าวทันทีที่มีคำวินิจฉัย ไม่ว่าผลจะ "รอด" หรือ "ไม่รอด" ก่อนที่จะเข้าพบ ส.ส. พรรคเพื่อไทย และกลุ่มมวลชนที่มารอให้กำลังใจและลุ้นผลชี้ชะตาว่าหัวหน้าพรรคเพื่อไทยจะยังคงอยู่บนเก้าอี้นายกรัฐมนตรีได้ต่อไปหรือไม่
หากรอด..รอดแบบสะบักสะบอม
หากผลคำวินิจฉัยออกมาเป็นคุณกับนางสาวแพทองธาร ขุมอำนาจของ "ทักษิณ" ก็จะได้เดินหน้าต่อไป แต่ ต้องเผชิญหน้ากับขวากหนามมากมาย ไม่ว่าจะเป็นแรงกดดันจากถนนของกลุ่มมวลชนต่างๆ ความเปราะบางตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา หรือการกอบกู้เศรษฐกิจที่ซบเซาอย่างหนัก ภายใต้ ครม.ที่ดูเหมือนจะขาดแรงขับเคลื่อน แต่กระนั้นก็ไม่สามารถตัดความเป็นไปได้ที่เธออาจจะตัดสินใจลาออกหลังคำวินิจฉัยได้เช่นกัน แม้ว่าหนทางนี้จะดูริบหรี่ก็ตาม
หากไม่รอด ล้มทั้งกระดาน…ถึงทางตัน
ในทางกลับกัน หากผลคำวินิจฉัยเป็นไปในทางลบ นั่นหมายถึงจุดจบทางการเมืองของนางสาวแพทองธารอย่างถาวร และอาจรวมถึงตระกูลชินวัตรด้วยทันที สุญญากาศทางการเมืองจะเกิดขึ้นในพริบตา เพราะนอกจากนางสาวแพทองธารจะต้องพ้นจากตำแหน่งแล้ว คณะรัฐมนตรีทั้งคณะก็ต้องพ้นตามไปด้วย เท่ากับเป็นการ "ล้างไพ่" กันใหม่
ต้องมีการโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีจากบัญชีรายชื่อแคนดิเดตของแต่ละพรรค โดยพรรคร่วมรัฐบาลยังคงมีชื่อ นายชัยเกษม นิติสิริ จากพรรคเพื่อไทย พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา และ นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค จากรวมไทยสร้างชาติ นายจุรินทร์ ลักษณะวิศิษฏ์ จากพรรคประชาธิปัตย์ และฝ่ายค้านอย่างพรรคภูมิใจไทย ก็มีชื่อของ นายอนุทิน ชาญวีรกูล
ในสถานการณ์ที่เสียงในสภาปริ่มน้ำ และสัญญาณจากพรรคร่วมรัฐบาลที่ดูเหมือนจะสงวนท่าทีและอึดอัดใจ หากต้องหนุน นายชัยเกษม ขึ้นเป็นนายกรัฐมนตรี โดยเฉพาะจากประเด็นมาตรา 112 ทำให้การรวมเสียงเพื่อเลือกนายกรัฐมนตรีคนใหม่ดูจะเป็นเรื่องที่ยากยิ่งกว่าตอนที่นายเศรษฐา ทวีสิน ลงจากตำแหน่งเสียอีก
ในขณะเดียวกัน การที่พรรคเพื่อไทยจะยอมยกมือให้แคนดิเดตจากพรรคอื่นก็เป็นเรื่องที่แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย เพราะจะทำให้พรรคเพื่อไทยไม่เหลือแต้มต่อใดๆ ในการเลือกตั้งครั้งหน้า ไร้อำนาจในการคุมเกมการเมือง นโยบายที่เคยประกาศไว้ก็จะพังครืนลงมาไม่เป็นท่า กระแสของพรรคก็ตกต่ำลงอย่างน่าใจหาย พวกเขาจึงไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้อง "ลุยถั่ว" และเลือกคนที่พรรคสามารถควบคุมได้เท่านั้น
รอตัดสินใจขั้นสุดท้าย
ฉะนั้นเย็นวันนี้ต้องจับตาไปที่ "บ้านจันทร์ส่องหล้า" ว่าประมุขบ้านจะตัดสินใจอย่างไร ยอม "เฉือนเนื้อ" เพื่อเอาใจพรรคร่วมรัฐบาลและหนุนนายชัยเกษมให้ไปต่อ หรือยอมให้ดีลล่ม พรรคร่วมฉีกสัตยาบันไปจับมือกับพรรคประชาชนเพื่อดัน นายอนุทิน เป็นนายกฯ ขัดตาทัพเพื่อนำไปสู่การยุบสภา ซึ่งสูตรนี้เชื่อว่าพรรคเพื่อไทยต้องเตะสกัดอย่างสุดกำลัง และเลือกหนทางสุดท้ายคือ "ยุบสภา"
ไม่ว่าผลคำวินิจฉัยวันนี้จะออกมาเป็นอย่างไร และไม่ว่าใครจะได้เป็นนายกรัฐมนตรีต่อจากนี้ รัฐบาลคงไปได้ไม่ไกล เป็นได้แค่ "รัฐบาลเฉพาะกิจ" เพื่อนำไปสู่การยุบสภาและเลือกตั้งใหม่เท่านั้น
#ThePublisherTH #สำนักข่าวออนไลน์เพื่อสังคม #29สิงหาชี้ชะตาแพทองธาร #ทักษิณชินวัตร #แพทองธารชินวัตร #พรรคเพื่อไทย #หยุดปฏิบัติหน้าที่ #ลาออก #ยุบสภา #รัฐบาลแพทองธาร #ศาลรัฐธรรมนูญ #กระดานการเมือง #พรรคร่วมรัฐบาล