โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

‘ไชยชนก’ ชี้ AI จะเป็นกฎกติกาใหม่ของเศรษฐกิจโลก ย้ำรัฐบาลมีแผนพาประเทศไทยหลุดพ้นกับดักรายได้ปานกลาง

เดลินิวส์

อัพเดต 11 พฤษภาคม 2569 เวลา 23.56 น. • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“รมว.ดีอี” ชี้ AI ไม่ใช่แค่เทคโนโลยี แต่จะเป็น “กฎกติกาใหม่ของเศรษฐกิจโลก” ย้ำ รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจที่จะเป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทาง AI เป็นเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ นำพาประเทศไทยหลุดพ้นกับดักประเทศรายได้ปานกลาง พร้อมแข่งขันกับทุกประเทศด้วยประสิทธิภาพการผลิตจาก AI มั่นใจคนไทยเก่งประยุกต์ใช้เทคโนโลยีได้ รัฐบาลมีแผนสำหรับตลาดแรงงานยุค AI ไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง

ในงานเสวนาแรกแห่งปี “เดลินิวส์ ทอล์ก 2026” ในหัวข้อ “AI Disruption: เมื่อ AI กำหนดเศรษฐกิจ” ต้องปรับตัวอย่างไร ซึ่งจัดโดยเดลินิวส์ เมื่อวันที่ 11 พ.ค. 69 ที่ห้องบอลรูม 2 โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล กรุงเทพฯ โดยได้รับเกียรติจาก นายไชยชนก ชิดชอบ รมว.ดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม เป็นประธานเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ ในหัวข้อ “เมื่อ AI กำหนดอนาคตเศรษฐกิจ…แล้วไทยจะยืนตรงไหน?”

นายไชยชนก กล่าวว่า ในอดีต ประเทศต่างๆ แข่งขันกันด้วยทรัพยากรธรรมชาติ เช่น น้ำมัน ใครมีมากกว่าจะมีผลิตภาพที่สูงกว่า ต่อมาในยุคอุตสาหกรรม (Industrialization) การแข่งขันเปลี่ยนมาอยู่ที่แรงงานและต้นทุนค่าแรง เพื่อดึงดูดการตั้งโรงงาน แต่ในยุคปัจจุบัน ผลิตภาพ หรือ Productivity คือตัวชี้วัดสำคัญที่สุด ประเทศใดที่สามารถทำให้ประชาชน แรงงาน ธุรกิจ และภาครัฐ ทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้นด้วยต้นทุนที่เท่าเดิมหรือลดลง จะเป็นผู้ชนะในระยะยาว ทำให้ปัจจุบัน AI ไม่ใช่เพียงแค่เทคโนโลยีแขนงหนึ่ง แต่เป็น "กฎกติกาใหม่ของเศรษฐกิจโลก" ครอบคลุมทั้งกติกาเศรษฐกิจใหม่ กติกาการทำงานใหม่ กติกาการศึกษาและการเรียนรู้ใหม่ กติกาความเท่าเทียม และกติกาทางจริยธรรมและสังคม ดังนั้นเราต้องสามารถกำหนดทิศทางของ AI ได้ เพื่อเป็นเครื่องมือที่จะนำไปสู่ผลิตภาพขั้นสูงสุด

“รัฐบาลชุดนี้มีความตั้งใจที่จะเป็นผู้ร่วมกำหนดทิศทาง เอไอ ไม่ใช่เพียงผู้รับคลื่นการเปลี่ยนแปลง โดยมีการรวมบุคลากรที่มีศักยภาพทั้งรุ่นใหม่และรุ่นเก่าที่ให้ความสำคัญกับการทำดิจิทัล ทรานส์ฟอร์เมชัน (Digital Transformation) อย่างจริงจัง โดยมีการปรับโครงสร้างงบประมาณ บูรณาการจาก 9 กลุ่ม เหลือเพียง 3 กลุ่มใหญ่ โดยหนึ่งในนั้นคือด้านดิจิทัลไลเซชัน (Digitalization) หรือการปรับเปลี่ยนสู่ระบบดิจิทัล เพื่อให้เกิดการทำงานข้ามกระทรวงอย่างมีประสิทธิภาพ”

นายไชยชนก กล่าวต่อว่า รัฐบาลชุดนี้ให้ความสำคัญกับเอไอ และถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่นโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาล นายอนุทิน ชาญวีรกูล ได้มีการระบุชัดเจนว่าดิจิทัลและเอไอ คือเครื่องยนต์เศรษฐกิจใหม่ และทุกกระทรวงจะเดินไปด้วยแผนเดียวกันเพื่อที่จะนำพาประเทศไทยพ้นจากกับดักประเทศรายได้ปานกลาง ซึ่งเรื่องนี้สำคัญมาก โดยไม่ได้มองเพียงแค่การวิ่งตามประเทศเพื่อนบ้าน แต่เน้นการสร้างศักยภาพภายใน และรัฐบาลกำลังจัดทำแผนดิจิทัลฉบับใหม่ จะแล้วเสร็จในเดือน ส.ค. นี้ พร้อมจัดทำ Government Cloud มุ่งเน้นการบูรณาการข้อมูลเพื่อให้เกิดการตัดสินใจเชิงนโยบายที่อ้างอิงจากสถิติและหลักฐานจริง แทนการใช้ดุลพินิจส่วนบุคคล รวมถึงจัดทำกฎหมายเพื่อสร้างถังข้อมูลรวมเพื่อให้ภาคเอกชนและประชาชนเข้าถึงข้อมูลสำคัญและข้อมูลสาธารณะได้ เพื่อนำไปต่อยอดธุรกิจอย่างรอบคอบ

ขณะเดียวกัน ก็จัดตั้งศูนย์ AIGC (AI Governance Center) เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติที่ดีตามมาตรฐานสากลในการใช้เอไอ เช่น ด้านการแพทย์ที่ต้องระวังแหล่งที่มาของข้อมูลเพื่อป้องกันความผิดพลาดในการรักษา นอกจากนี้ยังให้ความสำคัญกับเรื่องคน โดยเฉพาะการนำเอไอไปใช้ โดยเชื่อว่าคนไทยมีความสามารถในการปรับตัวและประยุกต์ใช้ เช่น ที่ผ่านมาคนไทยใช้ พร้อมเพย์ (PromptPay) ใช้ 5จี (5G) และโซเชียลมีเดียอันดับต้นๆ ของโลก ซึ่งปัจจุบันไทยมีอัตราคนเกิดน้อยกว่าตาย ต่อไปคนเจนวาย (Gen Y) เจนซี (Gen Z) จะต้องทำงานยาวนานกว่ารุ่นพ่อแม่ของพวกเขามาก พ่อแม่ของพวกเขาเกษียณตอนอายุ 60 ปี แต่คนรุ่นใหม่อาจจะต้องทำงานต่อไปจนถึงอายุ 70 ปี เอไอ จึงต้องเข้ามาเป็น "เพื่อนร่วมทาง" หรือผู้ช่วยที่ช่วยรักษาผลิตภาพให้สูงอยู่เสมอโดยไม่ต้องแบกรับภาระทางกายภาพที่หนักเกินไป

“หากภาครัฐเพิกเฉยต่อความเปลี่ยนแปลงนี้ จะเกิดโศกนาฏกรรมที่คนรุ่นใหม่หมดศรัทธาในอนาคต ซึ่งจีดีพี (GDP) ก็ไม่สามารถเยียวยาได้ รัฐบาลตระหนักถึงความสำคัญของเรื่องนี้ และขอยืนยันว่าจะไม่ทอดทิ้งใครไว้ข้างหลังในตลาดแรงงาน โดยมีแผนงานรองรับเพื่อให้ประชาชนเติบโตไปพร้อมกับเทคโนโลยีอย่างปลอดภัยและยั่งยืน” นายไชยชนก กล่าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...