รมช.วัชระพล ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ จ.กาฬสินธุ์ เดินหน้าแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ พร้อมดูแลเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่
รมช.วัชระพล ลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำ จ.กาฬสินธุ์ เดินหน้าแก้ไขปัญหาการบริหารจัดการน้ำทั้งระบบ พร้อมดูแลเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ส่งเสริมระบบเกษตรแปลงใหญ่ เพื่อลดต้นทุนการผลิต
(10 พ.ค.69) นายวัชระพล ขาวขำ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังลงพื้นที่ติดตามการพัฒนาแหล่งน้ำสำคัญในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ได้แก่ ลำน้ำดอกไม้ อ่างเก็บน้ำหนองหมาจอก และหนองเลิงไก่โอก โดยมีคณะผู้บริหาร หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชนในพื้นที่เข้าร่วม ณ บ้านลาดสระบัว ตำบลหัวงัว อำเภอยางตลาด จังหวัดกาฬสินธุ์ ว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยการนำของนายสุริยะ จึงรุ่งเรืองกิจ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้ให้ความสำคัญกับการแก้ไขปัญหาน้ำทั้งระบบ ทั้งน้ำกิน น้ำใช้ และน้ำเพื่อการเกษตร โดยเน้นบูรณาการการทำงานร่วมกันของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ทั้งภาครัฐและท้องถิ่น ในการเร่งขับเคลื่อนการแก้ไขปัญหาด้านการบริหารทรัพยากรน้ำอย่างเร่งด่วน เพื่อบรรเทาความเดือดร้อนและยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนอย่างยั่งยืน
สำหรับ ลำห้วยดอกไม้ เป็นลำน้ำสำคัญในพื้นที่อำเภอยางตลาดและอำเภอฆ้องชัย มีความยาว 17 กิโลเมตร สภาพปัจจุบันมีวัชพืชขึ้นปกคลุมและกีดขวางทางน้ำ ส่งผลให้น้ำท่วมในช่วงฤดูฝน และไม่สามารถเก็บกักน้ำไว้ใช้เพื่อการเกษตรและอุปโภคบริโภคในช่วงฤดูแล้งได้อย่างเพียงพอ จึงมีแนวทางให้เร่งกำจัดวัชพืชและขุดลอกทางน้ำ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการน้ำและลดผลกระทบต่อเกษตรกรในพื้นที่ ในส่วนของ อ่างเก็บน้ำหนองหมาจอก อยู่ในเขตเทศบาลตำบลยางตลาด มีเนื้อที่ประมาณ 597 ไร่ ปัจจุบันประสบปัญหาขาดการบำรุงรักษาและขุดลอก ทำให้ประสิทธิภาพในการเก็บกักน้ำลดลง รวมถึงยังไม่ได้รับการพัฒนาให้เป็นสวนสาธารณะและสถานที่ออกกำลังกายที่มีความพร้อมเพื่อให้ประชาชนได้ใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมชลประทาน ได้ดำเนินการสำรวจออกแบบ และจัดทำกรอบวงเงินโครงการไว้แล้ว โดยคาดว่าจะเสนอของบประมาณฯ ประจำปี พ.ศ. 2570 เพื่อดำเนินการพัฒนาพื้นที่ต่อไป สำหรับ หนองเลิงไก่โอก เป็นเป็นหนองน้ำสาธารณะประโยชน์ มีพื้นที่กว่า 1,600 ไร่ ประสบปัญหาคือ หนองน้ำ ตื้นเขิน มีวัชพืชกีดขวางทางน้ำ ส่งผลต่อการระบายน้ำในฤดูน้ำหลากและไม่สามารถเก็บกักน้ำได้ในฤดูแล้ง ทำให้ประชาชน ขาดแคลนน้ำสำหรับอุปโภคบริโภค รวมถึงพื้นที่เกษตรกรรมโดยรอบได้รับความเสียหาย ขณะนี้ได้สำรวจออกแบบและบรรจุเข้าสู่แผนพัฒนาจังหวัดกาฬสินธุ์แล้ว โดยจะเร่งประสานงานเพื่อผลักดันการแก้ไขปัญหาให้เกษตรกรและประชาชนโดยเร็ว
จากนั้น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังสถานีสูบน้ำบ้านแสนสำราญ ตำบล นาเชือก อำเภอยางตลาด เพื่อพบปะเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้งก้ามกราม ซึ่งปัจจุบันมีเกษตรกรเลี้ยงกุ้งก้ามกรามกว่า 1,200 ราย มีผลผลิตประมาณ 3,160 ตันต่อปี สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจกว่า 790 ล้านบาทต่อปี ทั้งยังเป็นสินค้า GI ที่สำคัญของจังหวัดกาฬสินธุ์ อย่างไรก็ตาม ขณะนี้เกษตรกรประสบกับปัญหาต้นทุนการผลิต เนื่องจากราคาหัวอาหารและราคาน้ำมันที่สูงขึ้น ซึ่งส่งผลโดยตรงกับค่าขนส่งและค่าน้ำมันที่ต้องเอามาใช้กับเครื่องสูบน้ำในฟาร์ม ทั้งนี้ กระทรวงเกษตรฯ ได้สนับสนุนและดูแลพี่น้องเกษตรกรอย่างต่อเนื่อง โดยการส่งเสริมเกษตรกรให้เข้าสู่ระบบแปลงใหญ่กุ้งก้ามกราม จัดอบรมถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการแปรรูปและการตลาด สนับสนุนปัจจัยการผลิต รวมถึงจะจัดเทศกาลกินกุ้งก้ามกราม เพื่อกระตุ้นการบริโภคและช่วยเหลือเกษตรกรผู้เลี้ยงกุ้ง และสถานีสูบน้ำแห่งนี้ก็ยังเป็นแหล่งน้ำต้นทุนสำหรับใช้เพื่อการเกษตรและการเลี้ยงกุ้งก้ามกราม ซึ่งสามารถช่วยเหลือประชาชนได้ 146 ครัวเรือน ครอบคลุมพื้นที่การเกษตร 1,000 ไร่ ทำให้ช่วยบรรเทาความเดือดร้อน รวมถึงช่วยลดต้นทุนการผลิตด้านพลังงานและการบริหารจัดการน้ำให้แก่เกษตรกรและประชาชนในพื้นที่
นอกจากนี้ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรฯ พร้อมคณะ ได้เดินทางไปยังโครงการส่งน้ำและบำรุงรักษาลำปาว ตำบลลำคลอง อำเภอเมืองกาฬสินธุ์ เพื่อรับฟังการบบรรยายสรุปโครงการฯ และติดตามสถานการณ์น้ำในจังหวัดร่วมกับหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ โอกาสนี้ ได้ร่วมปล่อยพันธุ์สัตว์น้ำ มอบโฉนดเพื่อการเกษตร มอบปัจจัยการผลิตให้แก่เกษตรกร และเยี่ยมชมนิทรรศการของหน่วยงานในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ อีกด้วย