ผักบ้านๆ ของไทย ญี่ปุ่นยกเป็น "อาหารล้ำค่า" บำรุงหัวใจ ล้างพิษ ขายแพงจนอึ้ง!
ผักบ้านๆ ของไทย กำละไม่กี่บาท ญี่ปุ่นมองเป็น "ของล้ำค่า" บำรุงหัวใจ ล้างสารพิษ ขายแพงจนอึ้ง
ด้วยคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย ผักชนิดนี้ถูกยกให้เป็นเหมือน“ยาวิเศษ” ตามธรรมชาติ ที่ช่วยทั้งบำรุงและป้องกันหลายโรคได้
ในประเทศไทย ผักบุ้งไทย(Water spinach) เป็นผักพื้นบ้านที่คนไทยคุ้นเคย แต่ที่ญี่ปุ่น ผักบ้านๆ นี้กลับกลายเป็นอาหารพิเศษที่ได้รับความนิยมสูงและถูกตามหามาก ทั้งที่มีราคาค่อนข้างแพง ไม่เพียงแต่รสชาติกรอบหวานและเอกลักษณ์เฉพาะตัว ผักบุ้งยังชนะใจชาวญี่ปุ่นด้วยคุณประโยชน์มากมายต่อสุขภาพ
ในขณะที่ที่เมืองไทย ผักบุ้ง 1 กำใหญ่ขายกันแค่สิบกว่าบาท แต่ที่ญี่ปุ่นราคากลับสูงจนหลายคนต้องแปลกใจ โดยเฉพาะผักบุ้งออร์แกนิกหรือปลูกในญี่ปุ่นเอง อาจมีราคาสูงถึง 500 เยนต่อ 100 กรัม พูดง่ายๆ คือ "ขีดละเป็นร้อย กิโลละเป็นพัน" ซึ่งแพงกว่าที่ไทยหลายเท่า ทำให้ผักบุ้งจากผักพื้นบ้าน กลายเป็น“ของหรู” บนชั้นซูเปอร์มาร์เก็ต
ทำไมแม้จะแพง ผักบุ้งยังเป็นที่นิยมในญี่ปุ่น?
ชาวญี่ปุ่นยอมจ่ายเพราะนอกจากรสชาติกรอบอร่อยแล้ว ยังเต็มไปด้วยสรรพคุณดีต่อสุขภาพ
1. อุดมด้วยสารอาหารและรสชาติอร่อย
ผักบุ้งเต็มไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุที่ร่างกายต้องการ เปรียบเสมือนวิตามินรวมในรูปแบบผักใบเขียว! อุดมด้วยวิตามิน A และ C ช่วยบำรุงสายตา เสริมภูมิคุ้มกัน และทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่ง นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งของเหล็ก แคลเซียม และโพแทสเซียม ซึ่งจำเป็นต่อการสร้างกระดูกที่แข็งแรง เลือดที่ดี และระบบอิเล็กโทรไลต์ที่สมดุล
2. แหล่งสารต้านอนุมูลอิสระตามธรรมชาติ
รู้สึกเหมือนร่างกายต้องการความช่วยเหลือในการต่อสู้กับความเครียดและสารพิษในสิ่งแวดล้อมหรือไม่ ผักบุ้งอุดมด้วยสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น เบต้าแคโรทีนและลูทีน ช่วยลดอนุมูลอิสระที่เป็นอันตรายในร่างกาย ลดความเสี่ยงของโรคเรื้อรัง เช่น โรคหัวใจและมะเร็งบางชนิด เปรียบเสมือนให้เซลล์ของคุณมีเกราะป้องกัน
3. ดูแลระบบย่อยอาหารง่าย ๆ
ใยอาหารเป็นสิ่งสำคัญต่อสุขภาพลำไส้ และผักบุ้งให้ใยอาหารสูง ช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานราบรื่น ป้องกันอาการท้องผูก และยังช่วยลดความเสี่ยงของโรคเกี่ยวกับระบบย่อยอาหาร
4. บำรุงหัวใจทุกคำที่กิน
ผักบุ้งช่วยดูแลหัวใจของคุณ โพแทสเซียมในผักบุ้งช่วยควบคุมความดันโลหิตโดยปรับสมดุลโซเดียมในอาหาร ใยอาหารยังช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล สนับสนุนสุขภาพหัวใจอย่างเต็มที่
5. เพื่อนช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด
สำหรับผู้ที่ใส่ใจระดับน้ำตาลในเลือด มีงานวิจัยเบื้องต้นระบุว่าผักบุ้งอาจมีฤทธิ์ช่วยควบคุมเบาหวาน ลดน้ำตาลในเลือด และเพิ่มความไวต่ออินซูลิน แม้ว่าต้องการการวิจัยเพิ่มเติม แต่ก็เป็นสัญญาณที่ดีว่าผักบุ้งอาจช่วยบริหารโรคเบาหวานได้
6. ลดการอักเสบ
การอักเสบเป็นสาเหตุของหลายโรคเรื้อรัง ตั้งแต่ข้ออักเสบไปจนถึงโรคหัวใจ ผักบุ้งอุดมด้วยสารต้านการอักเสบ ช่วยลดการอักเสบในร่างกาย การเพิ่มผักบุ้งในอาหารคือก้าวเล็ก ๆ แต่ได้ผลต่อการจัดการและป้องกันโรคที่เกี่ยวข้องกับการอักเสบ
7. สนับสนุนการทำงานของตับ
ผักบุ้งมีสารฟลาโวนอยด์ วิตามิน C และเบต้าแคโรทีน ซึ่งช่วยลดความเสียหายของเซลล์จากอนุมูลอิสระ ทำให้ตับทำงานขับสารพิษได้ดีขึ้น เช่นเดียวกับผักใบเขียวชนิดอื่นๆ ที่มีคุณสมบัติป้องกันการเกิดโลหะหนักในตับและชะล้างสารเคมีที่สะสมในตับ
งานวิจัยหลายชิ้น เช่น การศึกษาจาก Molecules Journal (2012) พบว่าสารสกัดจากผักบุ้งช่วยลดความเสียหายของตับในหนูทดลองที่ได้รับสารพิษพาราเซตามอล โดยช่วยให้เอนไซม์ตับกลับสู่ระดับปกติ
ข้อควรระวังในการกินผักบุ้ง
ความดันโลหิต: ผักบุ้งมีฤทธิ์ในการลดความดันโลหิต ดังนั้นผู้ที่มีความดันโลหิตต่ำควรระมัดระวังในการบริโภค หรือปรึกษาแพทย์ก่อน
สารตกค้าง: แม้ว่ายังไม่มีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ที่แน่ชัด แต่งานวิจัยหลายชิ้นชี้ให้เห็นว่าผักบุ้งอาจปนเปื้อนด้วยสารอันตราย เช่น ตะกั่ว แคดเมียม และโดยเฉพาะอย่างยิ่งปรอท ซึ่งเป็นสารพิษที่ส่งผลกระทบร้ายแรงต่อสุขภาพ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสตรีมีครรภ์และทารกในครรภ์การได้รับสารปรอทในปริมาณมากอาจส่งผลต่อพัฒนาการของสมองทารกในครรภ์ ทำให้เด็กมีปัญหาในการพัฒนาความคิด สติปัญญา ความจำ ภาษา การเคลื่อนไหว และการมองเห็น
นอกจากนี้ ผู้ใหญ่ที่ได้รับสารปรอทในปริมาณมากก็อาจประสบปัญหาสุขภาพร้ายแรง เช่น ระบบประสาทเสียหาย ระบบย่อยอาหารทำงานผิดปกติ ภูมิคุ้มกันอ่อนแอ ปัญหาเกี่ยวกับปอดและไต หรือในกรณีรุนแรงอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ดังนั้นการล้างผักบุ้งให้สะอาดก่อนนำไปประกอบอาหารจึงเป็นสิ่งสำคัญ
สตรีมีครรภ์และให้นมบุตร: กลุ่มบุคคลเหล่านี้สามารถบริโภคผักบุ้งได้ แต่ควรบริโภคในปริมาณที่พอเหมาะ และหลากหลายกับผักชนิดอื่น ๆ เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบถ้วน