ป๊อป ปองกูล อึ้ง! เคยหนักสุดถึง 180 กก. หมอเตือนฮอร์โมนเท่าคน 85 ปี
ป๊อป ปองกูล อึ้ง! เคยหนักสุดถึง 180 กก. หมอเตือนฮอร์โมนเท่าคน 85 ปี ตอนนี้หันกลับมาดูแลสุขภาพแล้ว ลดน้ำหนักได้ถึง 30 กก.
หากใครได้ติดตามนักร้องหนุ่มคนนี้ป๊อป ปองกูล หรือ ปองกูล สืบซึ้ง ซึ่งช่วงหลังจะได้เห็นว่าเจ้าตัวหันมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ดูเหมือนผอมลงด้วย น้ำหนักหายไปหลายสิบกิโลกรัม เผยหมอเตือนฮอร์โมนเท่าคน 85 ปี
- เด๋อ ดอกสะเดา ตลกดังป่วย! รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาล แห่ส่งกำลังใจ
- ข่าวเศร้าวงการตลก จืด ขนมจีบ ตลกคณะเด๋อ ดอกสะเดา จากไปกะทันหัน!
- บอย ภิษณุ เดินหน้าต่อ เปิดร้านขายแซลมอนอีกครั้ง ไรเดอร์รอรับเพียบ
ป๊อป ปองกูล อึ้ง! เคยหนักสุดถึง 180 กก. หมอเตือนฮอร์โมนเท่าคน 85 ปี
ล่าสุด ป๊อป ปองกูล ได้ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน พร้อมกับเปิดใจถึงเรื่องราวที่เจ้าตัวหันมาดูแลสุขภาพ ก่อนเผยว่าตัวเลขน้ำหนักเคยพุ่งสูงถึง180 กิโลกรัมเลยทีเดียว “ลดลงประมาณ 30 กิโล คือเวลามาตอบเรื่องลดน้ำหนักมันลำบากใจมาก รูปร่างยังไม่ไปไหนเลย ถือว่าเป็นแรงบันดาลใจให้กับคนใกล้เคียง เพราะว่าเพื่อน ๆ ที่อยู่รอบข้างพอเห็นเราเริ่มลงมาได้ ก็จะเริ่มทำด้วยกันเพราะเห็นว่าไม่ได้ยาก
แล้วก็น้อง ๆ ในบริษัทเองคราวนี้ก็ต้องลดทั้งบริษัทเลย เพราะว่าเวลามันลดแล้วมันจะชวนกันกิน พอชวนกันกินเราก็รู้สึกว่างั้นก็ทำโปรเจกต์ลดทั้งบริษัทเลย (อันนี้เป็นนโยบายของบริษัทเลย?) ใช่ มีให้รางวัลอะไรแบบนี้ครับ รางวัลคือสุขภาพ”
ตอนนั้นมันเป็นยังไง?
ตอนนั้นมันหนักมาก เราหนัก 180 กิโล ในชีวิตตอนที่อยู่ในวงการเคยหนักสูงสุด 180 แล้วตอนนี้ก็มา 180 อีก ตอนที่ไปตรวจโรคมากันครบองค์ประชุมครับ แล้วมันจะมีเรื่องฮอร์โมนที่บอกว่าเราเหมือนคนอายุแบบ 85 ก็เลยทำให้หันมาดูแลตัวเองสักหน่อย ดูแลเรื่องการกินการพักผ่อน จริง ๆ หมอไม่ได้แนะนำให้แบบผ่าตัดกระเพาะ เขาแนะนำว่าจริงๆ แล้วร่างกายเรามันจะคอนโทรลตัวเราเองได้อยู่แล้ว ความอยากเราสามารถกำหนดด้วยตัวเราเองได้ ส่วนใหญ่ที่เราทำอยู่มันเป็นการควบคุมฮอร์โมนควบคุมอะไรที่ทำในสิ่งที่เราไม่เห็นและก็ไม่รู้ที่อยู่ภายใน องค์กรภายในของตัวเรา ต้องมีการทำตารางพักผ่อนให้ตัวเอง
ที่อยากลุกขึ้นมาลดเพราะ ตอนนั้นมันหนักมาก แล้วก็เริ่มเหนื่อยเริ่มร้องเพลงแบบสมมติว่า 60 เปอร์เซ็นต์ของโชว์ก็จะต้องมีแบบทำจุดพักไว้ หลังๆ เริ่มรู้สึกว่าถ้ามันกระทบกับอาชีพต้องปรับปรุง ตอนนี้เป้าแรกคือสำเร็จตามที่เราต้องการแล้ว แต่เป้าที่สองตอนนี้อยากให้ลงไปต่ำกว่า 120 - 130 กิโลกรัม
ย้อนกลับไปตอน 180 กิโลเราใช้ชีวิตยังไง?
ใช้ชีวิตปกติเลย ไม่ได้มีปัญหาอะไรแต่แค่เริ่มรู้สึกเหนื่อย เดินลำบากไปไหนมาไหนเริ่มลำบาก คือพอไปตรวจขึ้นมาจริง ๆ มันก็จะเห็นแล้วว่าอันนี้มันเข้าเส้นแดงแล้วนะ มีผลต่อการนอนไหม จริงๆ เราเป็นคนนอนไม่ค่อยมีปัญหา เรื่องกรนเรื่องอะไรเราโชคดีที่ว่าเราไม่ค่อยกรนด้วย คือการหยุดหายใจขณะนอนหลับ เราเป็นคนชอบนอนตะแคงมันก็เลยไม่มีปัญหาตรงนี้เท่าไหร่ ตอนนี้สุขภาพแข็งแรง 100 เปอร์เซ็นต์?)คือถ้าตอนนี้ถามกันเราตอบว่า เราแข็งแรงแต่ไม่รู้ข้างในเรามันแข็งแรงแค่ไหน หน้าตาสดชื่นขึ้นครับ
ไม่คาดคิดว่าน้ำหนักจะสูงขนาดนั้น?
เราก็ไม่คิดเหมือนกัน ช่วงโควิดนี่แหละ มันกิน ๆ นอน ๆ ช่วงที่เราไม่ได้ออกไปทำงานก็กินเต็มที่ เริ่มกินเริ่มหลุดโซ่ แล้วพอหลุดโซ่เสร็จ พอมันเริ่มอ้วนเราก็เริ่มไม่มีเข็มขัดให้ตัวเอง เราก็เริ่มเติมเต็มที่ พอมันขึ้นไปเรื่อยๆ เราเห็นตัวเลขก็ตกใจ เพราะว่าวันที่ไปชั่งน้ำหนักคือวันที่ไปหาหมอเหมือนกัน รู้ตัวเลขวันนั้นเลยเหมือนกัน อึ้งเลย 180 เลยเหรอวะ ก่อนที่จะไป 180 เคยชั่งประมาณ 160 ครั้งหนึ่ง ก็ไม่ได้ทำอะไรก็ไปต่อ ตอนนี้ลดลงมาอยู่ในเกณฑ์ที่พอใจเลย
เลิกเล่นเกม
เลิกเล่นเกมเพราะว่าเราไม่ได้ดื่มเหล้า ไม่ได้สูบบุหรี่อะไรแบบนี้อยู่แล้ว มันก็เลยทำให้เรื่องการพักผ่อนกลายเป็นเรื่องใหญ่ที่เราคุยกับคุณหมอ หลาย ๆ คนไม่ค่อยให้เรื่องความสำคัญกับการพักผ่อน แต่ว่าหมอที่เราไปหาก็ขอให้พักผ่อนเต็มที่เลย คือถึงเวลานี้ต้องนอนเท่านั้น ต้องปิดไฟให้สนิทต้องปิดม่านให้สนิทแล้วมันก็ช่วยได้จริง ในช่วงที่หาหมอไม่ได้ออกกำลังกาย แต่พอหลังจากที่ 3 เดือนมาแล้ว ก็จะเริ่มเดินลู่
เราแบกสิ่งที่อยู่ข้างหลังเราเป็นร้อยกิโล เพราะฉะนั้นใครที่เริ่มลดน้ำหนักเราเชื่อว่าทำได้แน่ๆ แค่ว่าหาจุดยึดเหนี่ยวอะไรบางอย่าง อาจจะเป็นความรัก เป็นน้องหมา เป็นครอบครัว-ลูก ลองนึกถึงเรื่องนั้นแล้วอาจจะรู้สึกมีแก่นให้เกาะมันไป
ถ้าวันนั้นไม่ลดมันจะมีผลต่อเรายังไง?
ก็ไม่รู้เหมือนกันครับ ไม่รู้ว่าวันนี้ยังได้ยืนอยู่ตรงนี้หรือเปล่า น้ำหนักตัวมันก็มีผลค่อนข้างเยอะ พอลดแล้วมีเป้าหมายในชีวิตเปลี่ยนไป อยากจะทำอะไรที่มันเป็นความสุขของตัวเองมากขึ้น ตั้งแต่เราลดน้ำหนักเราเริ่มรู้สึกว่าอะไรที่มันเป็นความสุขของเรา เราเริ่มหาวันพักผ่อนเพื่อจะไปหาความสุขของเรา ก่อนหน้านี้ความสุขของเราคือกิน เราก็จอยเลยอย่างเดียวบุฟเฟ่ต์
แพลนมีลูก?
ไม่มีแล้วครับ เลยป้ายกันหมดแล้วครับไม่อยากมีแล้วครับ เล่นลูกเพื่อนสนุกกว่า เล่นลูกเพื่อนน่ารักเราจำกัดเวลาเล่นได้เหมือนเราหยอดเครื่องเล่นเกม ถ้ามีลูกจริง ๆ24 ชม. มันไม่มีหยอดเหรียญนะครับมันคนละสเต็ปเราก็เลยรู้สึกว่าความสุขเรามันไม่ได้อยู่กับการมีลูก รู้สึกว่าเด็กน่ารัก รู้สึกว่าเขาน่ารักกันจัง และเรารู้สึกว่าเราเหมาะกับการเป็นลุงเป็นอาเป็นพี่อะไรแบบนี้มากกว่าครับ
- ‘หนุ่ม กรรชัย’ มอบถุงยังชีพ 2,000 ถุง ส่งต่อกำลังใจ ให้กองทัพที่ชายแดน
- PSY แร็ปเปอร์ชื่อดัง ถูก ตร.สอบสวน ข้อหาละเมิดกฎหมายการแพทย์
- ตั้ม วราวุธ เบรกคดี สงสารชีวิตคู่กรณี เมียท้อง-พ่อป่วยติดเตียง
อ่านข่าวเพิ่มเติม
- ณเดชน์ บริจาค 5 หมื่น ร่วมสร้างห้องสมุด-ซื้อคอมฯ ให้ รร.ในศรีสะเกษ
- เปิดโพสต์ ‘สมปอง’ หลังให้สัมภาษณ์ในโหนกระแส แจงยืมเงิน ‘ทิดจอร์จ’
- ชมพู่ อารยา เล่าถึงลูกสาว น้องแอบิเกล ไปโรงเรียนแล้วคิดถึงคนนี้?
ติดตามเราได้ที่