โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

เปิดแนวโน้ม GDP ประเทศเศรษฐกิจหลักของโลก ปี 2568 ยังซมวิกฤต

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 14 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา

สำรวจแนวโน้มตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ของประเทศเศรษฐกิจหลักใหญ่ ๆ ทั่วโลก ในปี 2568 รวบรวมโดย สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ หรือ สศช. ล่าสุด ในเดือนสิงหาคม 2568 พบการรายงานข้อมูลว่า เศรษฐกิจโลก ในปี 2568 มีแนวโน้มที่จะชะลอตัวลงจากปี 2567

ทั้งนี้เนื่องจากผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ รวมถึงมาตรการตอบโต้จากประเทศคู่ค้าที่สำคัญ ที่คาดว่าจะส่งผลต่อเศรษฐกิจและปริมาณการค้าโลกอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้การผลิตและการส่งออกสินค้ามีแนวโน้มปรับตัวลดลงนับตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 ภายหลังที่ได้มีการเร่งตัวขึ้นของการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปีก่อนสิ้นสุดระยะเวลาผ่อนผันของการบังคับใช้มาตรการ ภาษีศุลกากรตอบโต้ (Reciprocal tariffs) ระยะ 90 วัน

ขณะเดียวกัน เศรษฐกิจโลกยังมีแนวโน้มที่จะเผชิญกับความไม่แน่นอนของมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการปรับขึ้น อัตราภาษีรายสินค้าแบบเฉพาะเจาะจง (Product specific tariffs) เพิ่มเติมของสหรัฐฯ อาทิ เซมิคอนดักเตอร์ เครื่องใช้ไฟฟ้า อากาศยาน

รวมถึงยาและเวชภัณฑ์ ซึ่งจะส่งผลต่อการส่งออกสินค้าดังกล่าวไปยังสหรัฐฯ ประกอบกับความไม่แน่นอนดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้บริโภคและนักลงทุน

นอกจากนี้ เศรษฐกิจโลกยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภูมิภาคตะวันออกกลางที่อาจส่งผลต่ออุปทานพลังงาน รวมถึงต้นทุนระบบโลจิสติกส์และการขนส่งทางทะเล รวมทั้งความขัดแย้งระหว่างรัสเซียและยูเครนที่ยังคงมีแนวโน้มยืดเยื้อ ภายใต้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจในภาพรวมและการลดลงของแรงกดดันด้านเงินเฟ้อ เนื่องจากแนวโน้มราคาสินค้าโภคภัณฑ์และราคาพลังงานที่ปรับตัวลดลง

ส่งผลให้คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี ธนาคารกลางของประเทศหลักสำคัญ ๆ ส่วนใหญ่มีแนวโน้มที่จะผ่อนคลายนโยบายการเงินต่อเนื่อง โดยระดับการผ่อนคลายจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับผลกระทบของมาตรการทางการค้าที่จะส่งผลต่อแรงกดดันด้านราคาและการขยายตัวของเศรษฐกิจในระดับที่แตกต่างกันออกไป

สำหรับการประมาณการในกรณีฐานครั้งนี้ อยู่ภายใต้สมมติฐานมาตรการกีดกันทางการค้าที่มีการบังคับใช้แล้วในปัจจุบัน (ณ วันที่ 8 สิงหาคม 2568) และประเมินว่าจะมีการบังคับใช้ในระดับปัจจุบันไปตลอดช่วงของการประมาณการ และคาดว่าความขัดแย้งเชิงภูมิรัฐศาสตร์จะไม่ทวีความรุนแรงจนส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจจริงอย่างมีนัยสำคัญ

ส่งผลให้เศรษฐกิจ มีแนวโน้มขยายตัว 3% และปริมาณการค้าโลกมีแนวโน้มขยายตัว 2.7% ชะลอลงจาก 3.3% และ 3.5% ในปี 2567 ตามลำกับ โดยมีรายละเอียดแนวโน้มเศรษฐกิจรายประเทศ ดังนี้

เศรษฐกิจสหรัฐฯ

ในปี 2568 มีแนวโน้มขยายตัว 1.8% ชะลอลงจาก 2.8% ในปีก่อนหน้า แต่เป็นการปรับเพิ่มจาก 1.7% ในสมมติฐานประมาณการครั้งก่อน โดยเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปีขยายตัวดีกว่าที่คาดการณ์ ตามการขยายตัวของการอุปโภคบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนก่อนที่จะมีการปรับขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้าสำคัญ ประกอบกับระดับสินค้าคงคลังที่อยู่ในระดับสูง

ขณะที่คาดว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีมีแนวโน้มจะชะลอตัวลงตามการลดลงของภาคการผลิตและการค้าระหว่างประเทศเนื่องจากผลกระทบจากมาตรการขึ้นภาษีนำเข้า สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคการผลิตในเดือนกรกฎาคมลดลงมาอยู่ที่ 49.8 จากระดับ 52.9 ในเดือนก่อนหน้า

เช่นเดียวกับการใช้จ่ายภาครัฐมีแนวโน้มชะลอตัวจากความพยายามในการปรับลดการขาดดุลการคลัง นอกจากนี้ ตลาดแรงงานเริ่มส่งสัญญาณชะลอตัว สะท้อนจากการจ้างงานนอกภาคการเกษตรเฉลี่ย 3 เดือนที่ปรับลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 4 ภายใต้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและตลาดแรงงาน

ส่งผลให้คาดว่าในช่วงที่เหลือของปี ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้ง ภายหลังเริ่มเห็นสัญญาณว่าแรงกดดันด้านเงินเฟ้อเริ่มผ่อนคลายลง เพื่อบรรเทาผลกระทบของมาตรการขึ้นภาษีนำเข้าต่อเศรษฐกิจ

เศรษฐกิจยูโรโซน

คาดว่าจะขยายตัว 1% เทียบกับ 0.9% ในปี 2567 และเป็นการปรับเพิ่มจาก 0.8% ในสมมติฐานการประมาณการครั้งก่อน ตามการขยายตัวที่ดีกว่าคาดของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งแรกของปี รวมถึงอุปสงค์ภายในประเทศที่ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่องจากตลาดแรงงานที่ยังแข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยสนับสนุนจากการเพิ่มขึ้นของอัตราค่าจ้าง

ประกอบกับมาตรการสนับสนุนทางการคลัง และการดำเนินนโยบายการเงินแบบผ่อนคลายอย่างต่อเนื่องของธนาคารกลางยุโรปท่ามกลางแนวโน้มอัตราเงินเฟ้อที่ชะลอตัวลง อย่างไรก็ตามคาดว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปีจะได้รับผลกระทบจากข้อตกลงทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปและสหรัฐฯ ในวันที่ 27 กรกฎาคม 2568 ที่จะส่งผลต่อภาคการผลิตและการส่งออกให้ชะลอตัวลง

นอกจากนี้ เศรษฐกิจเยอรมนีซึ่งมีขนาดเศรษฐกิจที่สุดในภูมิภาคมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบรุนแรงจากมาตรการภาษีนำเข้าในหมวดยานยนต์ที่อัตรา 25% ที่จะส่งผลกระทบต่อภาคการผลิตสำคัญของประเทศ

ทั้งนี้ ภายใต้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจจากผลกระทบของมาตรการทางการค้าของสหรัฐฯ และอัตราเงินเฟ้อที่ลดลงกลับเข้าสู่เป้าหมาย ส่งผลให้คาดว่าธนาคารกลางยุโรปจะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอีก 1 ครั้งในช่วงที่เหลือของปี

เศรษฐกิจญี่ปุ่น

คาดว่าจะขยายตัว 0.8% ฟื้นตัวจาก 0.2% ในปี 2567 และเป็นการปรับเพิ่มจาก 0.6% ในการประมาณการครั้งก่อนหน้า โดยได้รับแรงสนับสนุนหลักจากการขยายตัวของอุปสงค์ในประเทศ ตามการเพิ่มค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยและการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของภาคการท่องเที่ยว สะท้อนจากดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคบริการในเดือนกรกฎาคมที่เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 53.6 จากระดับ 51.7 ในเดือนก่อนหน้า

ขณะที่ภาคการผลิตในช่วงที่เหลือของปีมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าของสหรัฐฯ ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบต่ออุตสาหกรรมยานยนต์และอิเล็กทรอนิกส์ที่มีตลาดสหรัฐฯ เป็นตลาดส่งออกหลัก โดยพบว่าดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรมในเดือนกรกฎาคมปรับลดลงสู่ระดับ 48.9 จากระดับ 50.1 ในเดือนก่อนหน้า

สำหรับอัตราเงินเฟ้อของญี่ปุ่นแม้จะยังอยู่ในระดับสูงกว่าเป้าหมาย แต่คาดว่ามีแนวโน้มที่จะลดลงอย่างต่อเนื่องตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจ ระดับราคาพลังงานที่ลดลงและการกลับมาดำเนินมาตรการอุดหนุนค่าไฟฟ้าให้กับครัวเรือนในช่วงเดือนกรกฎาคมถึงกันยายน 2568

ประกอบกับผลกระทบจากมาตรการ ทางการค้าของสหรัฐฯ ที่อาจส่งผลต่อการปรับขึ้นค่าจ้างและชะลอการส่งผ่านต่ออัตราเงินเฟ้อ ทำให้คาดว่าธนาคารกลางญี่ปุ่นมีแนวโน้มคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายต่อเนื่องในช่วงที่เหลือของปี

เศรษฐกิจจีน

คาดว่าจะขยายตัว 4.6% ในปี 2568 ชะลอลงจาก 5% ในปี 2567 แต่เป็นการปรับเพิ่มขึ้นจาก 4% ในการประมาณการครั้งก่อน โดยเป็นผลมาจากการขยายตัวของการส่งออกสินค้าในเกณฑ์สูงในช่วงครึ่งแรกของปี ก่อนการสิ้นสุดการขยายระยะเวลาการระงับการจัดเก็บภาษีของสหรัฐฯ 90 วัน ณ วันที่ 12 สิงหาคม 256836 และล่าสุดเมื่อวันที่ 12 สิงหาคม 2568 ได้ตกลงที่จะขยายระยะเวลาการเจรจาออกไปเพิ่มเติมอีก 90 วัน จนถึงวันที่ 10 พฤศจิกายน 2568

โดยมูลค่าการส่งออกสินค้าในเดือนกรกฎาคม 2568 ขยายตัว 7.2% และสูงสุดในรอบ 3 เดือน อย่างไรก็ตาม ภาคการผลิตของจีนมีแนวโน้มที่จะได้รับผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ สะท้อนจากสัญญาณของการชะลอตัวของภาคการผลิต โดยดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อภาคอุตสาหกรรม (Manufacturing : PMI) ในเดือนกรกฎาคมอยู่ที่ระดับ 49.3 ลดลงจากระดับ 49.7 ในเดือนก่อนหน้า และต่ำสุดในรอบ 3 เดือน

ทั้งนี้การชะลอตัวลงของภาคการผลิตมีแนวโน้มที่จะซ้ำเติมสถานการณ์กำลังการผลิตส่วนเกินภายในประเทศจนเพิ่มความเสี่ยงที่เศรษฐกิจจีนจะเข้าสู่ภาวะเงินฝืดมากขึ้น ทั้งนี้ธนาคารกลางจีนยังคงมีแนวโน้มที่จะดำเนินนโยบายการเงินผ่อนคลายต่อเนื่องเพื่อสนับสนุนการฟื้นตัวของอุปสงค์ภายในประเทศ รวมถึงบรรเทาผลกระทบจากมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ

เศรษฐกิจอินเดีย

คาดว่าจะขยายตัว 6.2% ชะลอลงจาก 6.7% ในปีก่อนหน้า และเท่ากับประมาณการในครั้งก่อน โดยคาดว่าเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังมีแนวโน้มชะลอลงตามภาคการผลิตและการส่งออกที่มีแนวโน้มได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงจากการบังคับใช้มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้าจากสหรัฐฯ ซึ่งประกาศว่าจะเรียกเก็บภาษีศุลกากรในการนำเข้าสินค้าจากอินเดียสูงถึง 50% โดยจะเริ่มบังคับใช้ ณ วันที่ 27 สิงหาคม 256839

อย่างไรก็ตาม อุปสงค์ภายในประเทศยังมีแนวโน้มขยายตัวได้ต่อเนื่อง โดยได้รับแรงสนับสนุนจากมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน ท่ามกลางแรงกดดันเงินเฟ้อที่ปรับลดลงอย่างต่อเนื่อง โดยอัตราเงินเฟ้อทั่วไปอินเดียล่าสุดในเดือนกรกฎาคม อยู่ที่ 1.8% ลดลงจาก 2.1% ในเดือนก่อนหน้า และเป็นระดับต่ำสุดในรอบ 8 ปี ตามการลดลงของราคาอาหารและพลังงาน

นอกจากนี้ คาดว่าผลจากการดำเนินมาตรการการปฏิรูปภาษีระหว่างปีงบประมาณ 2568 - 2569 จะช่วยลดภาระภาษีให้กับประชาชนและภาคเอกชน และคาดว่าจะกระตุ้นการใช้จ่ายภายในประเทศในระยะต่อไป

เศรษฐกิจกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่ (NIEs)

ขยายตัวสูงกว่าที่คาดการณ์ ภายหลังจากที่เศรษฐกิจขยายตัวในเกณฑ์สูง จากการเร่งการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี อย่างไรก็ดี เศรษฐกิจกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่มีแนวโน้มชะลอตัวลงในช่วงครึ่งหลังของปีภายหลังจากที่มาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ มีผลบังคับใช้ซึ่งคาดว่าจะส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญต่อภาคการส่งออกและการผลิต

ทั้งนี้ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับแต่ละประเทศจะแตกต่างกันออกไปตามแต่อัตราภาษีนำเข้าที่ถูกสหรัฐฯ กำหนด และสัดส่วนการพึ่งพาตลาดสหรัฐฯ นอกจากนี้อัตราภาษีเฉพาะสินค้ามีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจกลุ่มประเทศอุตสาหกรรมใหม่

โดยคาดว่าในปี 2568 เศรษฐกิจไต้หวัน มีแนวโน้มขยายตัว 4.8% ชะลอลงจาก 4.8% ในปีก่อนหน้า ส่วนเศรษฐกิจฮ่องกง มีแนวโน้มขยายตัว 2% ชะลอลงจาก 2.5% ขณะที่เศรษฐกิจสิงคโปร์ มีแนวโน้มขยายตัว 3.4% ชะลอลงจาก 4.4% และเศรษฐกิจเกาหลีใต้ มีแนวโน้มขยายตัว 1% ชะลอลงจาก 2% ในปีก่อนหน้า ตามการเร่งการส่งออกในช่วงครึ่งแรกของปี

เศรษฐกิจอาเซียน

มีแนวโน้มชะลอลงจากปีก่อนหน้า เนื่องจากผลกระทบของมาตรการกีดกันทางการค้าของสหรัฐฯ แต่มีแนวโน้มขยายตัว สูงกว่าที่คาดในประมาณการครั้งก่อน เนื่องจากการขยายตัวในเกณฑ์ดีในช่วงครึ่งแรกของปีรวมถึงการบรรลุข้อตกลงทางการค้ากับสหรัฐฯ ที่ส่งผลอัตราภาษีตอบโต้ทางการค้าที่สหรัฐฯ เรียกเก็บอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ประกาศ ณ เดือนเมษายน

อย่างไรก็ตาม มาตรการภาษีตอบโต้ทางการค้า รวมถึงการเรียกภาษีการส่งออกแบบถ่ายลำ (Transshipment) มีแนวโน้มที่จะส่งผลต่อภาคการส่งออกและการผลิตของภูมิภาคอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งหลังของปี โดยคาดว่าเศรษฐกิจแต่ละประเทศจะขยายตัวดังนี้

  • อินโดนีเซีย 4.8% ชะลอลงจาก 5%
  • มาเลเซีย 4.2% ชะลอลงจาก 5.1%
  • ฟิลิปปินส์ 5.3% ชะลอลงจาก 5.7%
  • เวียดนาม 6.7% ชะลอลงจาก 7.1%

โดยประมาณการครั้งนี้อยู่ภายใต้แนวโน้มการชะลอตัวของเศรษฐกิจและแรงกดดันด้านเงินเฟ้อของทุกประเทศส่วนใหญ่ที่อยู่ในระดับต่ำส่งผลให้ธนาคารกลางของประเทศอาเซียนมีแนวโน้มที่จะปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายอย่างต่อเนื่อง เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในช่วงครึ่งหลังของปี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก ฐานเศรษฐกิจ

สภาพอากาศวันนี้ -5 ก.ย.ไทยฝนตกหนัก ทะเลคลื่นสูง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง

56 นาทีที่แล้ว

ถ่ายทอดสด ลิเวอร์พูล พบ อาร์เซนอล ดูบอลสดพรีเมียร์ลีกวันนี้ 22.30 น.

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ขยายถนนรามคำแหง 24 คืบ กทม.คาดปลาย ต.ค.นี้ ผิวจราจรเสร็จ

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

หมอเด็ก เตือนเฝ้าระวัง 'โรคชิคุนกุนยา' ที่มาพร้อมกับยุงลาย

5 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าวและบทความสังคมอื่นๆ

โปรดเกล้าฯ "อุดมพร เอกเอี่ยม" เป็น "ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ"

สวพ.FM91

ชายพลัดตกท่อฯ บาดเจ็บ ซอยสวนผัก 10 เขตตลิ่งชัน จนท.เร่งให้การช่วยเหลือ

สวพ.FM91

ร้อยเอ็ด…บุญใหญ่…วัดวิมลนิวาส จัดพิธียกช่อฟ้าอุโบสถ พุทธชยันตีอนุสรณ์ สืบสานพระพุทธศาสนา

77kaoded

ชาวบ้านรวบผู้ต้องสงสัยขโมยตะแกรงเหล็กบนสะพาน หลังเฝ้าระวังมาหลายวัน

77kaoded

“บุกค้นกลางวันแสก ๆ! บ้านแพงเจอปืนเถื่อนพร้อมกระสุน เจ้าของบ้านรับสารภาพทันควัน”

77kaoded

"ชูวิทย์" ฟาดแรง! เตือนพรรคประชาชนระวังตกเป็นเครื่องมือการเมืองของ 'อนุทิน'

THE ROOM 44 CHANNEL
วิดีโอ

แพทองธาร หลุดเก้าอี้นายกฯ ซ้ำเติมเศรษฐกิจไทย | ข่าวภาคค่ำ

Ch7HD News - ข่าวช่อง7

กองทัพภาคที่ 2 โต้ เขมรกล่าวหาไทยใช้สารเคมี ย้ำไทยไม่เคยมีนโยบาย และไม่มีความจำเป็นต้องใช้อาวุธเคมีหรือแก๊สพิษ

THE ROOM 44 CHANNEL

ข่าวและบทความยอดนิยม

Loading...
Loading...
Loading...
รีโพสต์ (0)
Loading...