จากดราม่าสู่ครอบครัวในฝัน! "บี้ ธรรศภาคย์" เปิดใจเส้นทางรักกับกุ๊บกิ๊บ
ฮอตทั้งงานและชีวิตครอบครัว! นักแสดงหนุ่ม บี้–ธรรศภาคย์ ชี ออกมาเปิดใจครั้งสำคัญถึงเรื่องราวชีวิตรักที่หลายคนจับตามอง ร่วมถึงการเลี้ยงดูลูกๆกับภรรยาสุดที่รัก กุ๊บกิ๊บ–สุมณทิพย์ ชี ที่วันนี้กลายเป็นแรงบันดาลใจเรื่องการใช้ชีวิตคู่ของใครหลายคน เล่าย้อนถึงวันที่ความรักที่เคยถูกสังคมเข้าใจผิด ต้องฝ่าฟันคำครหามากมาย ที่กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการตัดสินใจสร้างครอบครัวอย่างจริงจัง พร้อมปรับจูนความสัมพันธ์ให้แข็งแรงและมั่นคงขึ้นจนถึงทุกวันนี้ครบ 10 ปีแล้ว โดยล่าสุดปล่อยซิงเกิลใหม่ “กลิ่นฝน” เพลงรักที่สะท้อนความทรงจำส่วนตัว ยิ่งพิเศษขึ้นไปอีกเมื่อคุณภรรยาสาวเป็นคนแต่งเนื้อเพลงนี้ให้ด้วย
สวัสดีครับ
บี้ ธรรศภาคย์ : สบายดีไหมครับ เมื่อกี้บอกทีมงานว่าที่นี่มีจุดเทียนด้วย เหมือนเข้าสปาเลย อีกนิดหนึ่งมีเพลง บ้านเราจะมีแต่จุดเทียนตอนไฟดับจะไม่มีอโรม่าหอมอะไรอย่างงี้
แล้วถ้าไม่มีลูกล่ะมีไหมอยากรู้ เพราะตอนที่คบกันมีเทียนโรแมนติกไหม ?
บี้ ธรรศภาคย์ : น้อยครับ จุดเทียนนี้ไม่มีเลย
แต่อาหารเต็มโต๊ะตามสไตล์กิ๊บ ?
บี้ ธรรศภาคย์ : ใช่ ชอบทำกับข้าว ชีทำข้าวเก่งมาก เดี๋ยวนี้คือเขาเป็นคนที่ทำอาหารให้เรา ให้ลูกกินตลอดครับ เวลาอยากกินอาหารคลีน ก็ต้องบอกเขาว่าวันนี้อยากกินอะไร เขาทำกับข้าวตั้งแต่เราเจอกันแรกๆ เลยนะครับ ตั้งแต่ 9 ปีที่แล้วก็รู้ว่าเค้าเป็นแบบว่า แม่บ้าน แม่เรือน ทำกับข้าวได้นี่แหละมัดใจผมได้ เพราะว่าแม่ผมทำกับข้าวเก่ง ผมชอบกินข้าวบ้านพี่วู้ดดี้ ต้องกินข้าวบ้านครับ
ทำไมถึงต้องกินข้าวบ้าน ?
บี้ ธรรศภาคย์ : เป็นอะไรที่แบบว่า อย่างเมื่อกี้แต่งหน้าไป แล้วก็นั่งดูอาหารคลีนไปเรื่อยๆ แล้วสักพัก ก็เหมือนแว๊บไปทำอย่างอื่นแล้วก็ลืมสั่งอาหารเลย ช่วงนี้ก็มีทาน IF อยู่บ้าง ก็เลยยังไม่ได้กินอะไร แต่ว่าจะเดี๋ยวเสร็จแล้วบอกกิ๊ฟว่าเดี๋ยวจะกลับไปกินข้าวที่บ้านนะ แวะกลับไปที่บ้านครึ่งชั่วโมง กินข้าวสักครึ่งชั่วโมงก็ยังดี แล้วก็ค่อยไปถ่ายรายการอื่น ติดเป็นคนที่ติดข้าวบ้านมาก
เป็นตั้งแต่เด็กเลยไหมที่ติดกินข้าวบ้าน ?
บี้ ธรรศภาคย์ : แต่จริงๆ ตั้งแต่เด็ก Culture ของที่บ้าน มันต้องทานข้าวบ้านอยู่แล้ว มื้อเย็นเลิกเรียนกลับมาก็จะทานข้าวที่บ้านกันแบบคนจีน นั่งกินกันป๊า อากง อาม่า ครอบครัว นั่งกินข้าวด้วยกันอยู่แล้ว อาจจะเริ่มตั้งแต่ตอนนั้น ยิ่งทำให้ผมรู้สึกว่าโตแล้ว ทำงานแล้วก็รู้สึกว่าการที่กลับไปคืออยู่บ้านผมจะไม่ใส่เสื้อผ้าอะไรเลย อาจจะใส่บ็อกเซอร์ ใส่กางเกงขาสั้นตัวเดียว แล้วก็ยกขา แล้วก็กินข้าวอะไรอย่างนี้ ก็เลยเป็นอะไรที่ผมรู้สึกว่าแบบกลับไปทานข้าวที่บ้านเป็นอะไรที่แบบผ่อนคลายจริงๆ ทานข้าวนอกบ้านแบบจะอิ่มยากนิดหนึ่ง ต้องทานข้าวที่บ้านครับ
เวลากลับไปที่บ้านเมนูที่ผูกพันที่สุดที่กิ๊บทำให้ทานคืออะไร ?
บี้ ธรรศภาคย์ : ทานบ่อยที่สุดคือ ข้าวแกงกะหรี่ เพราะว่ามันเป็นสูตรของแม่บี้ แม่บี้บอกว่า….เวลาหม่าม้าอยู่ใต้ บี้เขาชอบกินข้าวแกงกะหรี่สูตรนี้มากแล้วกิ๊บทำให้เขากินด้วยนะเวลาเขาอยากกิน เป็นอะไรที่แบบว่าแม่เขาจะมอบเมนูสูตรอาหารของเขาให้กับกิ๊บ (หัวเราะ) ก็เป็นอะไรที่พี่บี้แบบว่า หม่าม้ารักเนอะ เพราะว่าตอนเด็กทานข้าวที่บ้านตลอด
ในชีวิตนี้นะ 2 ม. สำคัญที่สุด ม.1 แม่ ม.2 เมีย แล้วถ้า 2 ม. อยู่ด้วยกันได้คุณเบาใจได้เลย
บี้ ธรรศภาคย์ : อือ จริงนะ ดีมากเลย คือตอนนี้ที่บ้านเราก็ค่อนข้างที่จะเป็นครอบครัวใหญ่ บี้ก็เอาปะป๊าหม่าม้ามาอยู่ด้วยเพราะว่า ป๊าม้าพูดจีนตลอดไง แล้วหลานก็อยู่ เป่าเปา เป่าเป้ย์ ก็อยากให้เค้าซึมซับภาษาจีน เพราะบางทีเราเองก็ลืมพูดภาษาจีนกับลูก แต่ก็มีป๊าม้ามาช่วย แล้วเราก็ได้อยู่กับป๊าม้าด้วย เขาก็อายุเยอะแล้วจะ 70 กันแล้ว ก็อยาก Spend time กับเขาเยอะๆ ด้วย
มีแต้มบุญที่ดี มีทั้งลูกที่อยู่ได้ดูแลเห็นการเติบโตของเขา เป่าเปาวันนี้ก็สวยวันสวยคืนชัดเจนขึ้นในนิสัยเป็นมีความเป็นแม่มาก ตัวเล็กก็มีความอ่อนโยนของทั้งคู่ทั้งพ่อแม่ที่ผสมกัน แล้วส่วนพ่อแม่ยูก็เข้ามาในจังหวะที่อยากดูแลเทคแคร์เขา เลยเห็นว่าองค์กร Family ของยูมันแน่นมาก
บี้ ธรรศภาคย์ : จริงๆ ด้วยจังหวะชีวิต แล้วก็ตัวกิ๊บเองเขาก็มีเพื่อนที่ดีด้วย ทุกอย่างมันลงตัวไปหมดเลย บางที บี้ กิ๊บ อาจจะต้องไปเมืองนอก ก็มีพ่อแม่ผม แล้วก็มีเพื่อนเขา แล้วก็มีบ้านฝั่งกิ๊บที่ช่วยกันดูแลลูกของเรา รู้สึกว่าเด็กๆ เค้าอบอุ่น อิ่มกับความสุขอยู่ตลอดเป็นอะไรที่เติมเต็มช่วงที่ป๊าม้าไม่อยู่ ให้เยอะเลย
มีเรื่องหนึ่งที่วันนี้พิเศษมากจะ 10 ปีแล้วนะที่มันไม่เคยเกิดขึ้นคือคุณได้นั่งตรงนี้คนเดียว จะได้มีโอกาสเป็นคนเดียวที่ตอบ แล้วมีเรื่องอะไรที่รู้สึกว่าวันนี้เราคงจะได้คุยกัน ?
บี้ ธรรศภาคย์ : ครับ มัน 10 ปีแล้วที่กับครั้งแรกที่ได้เจอพี่วู้ดดี้ กับรายการตื่นมาคุย เป็นรายการที่ทำให้บี้กับกิ๊บ First Impression กัน แล้วก็มันผ่านไป 10 ปีแล้ว รู้สึกว่ามันเร็วมาก มันก็มีหลายอย่างที่พี่วู้ดดี้เอ็นดูบี้ตั้งแต่ตอนนั้น แล้วก็ความรักระหว่างบี้กับกิ๊บมันก็ 10 ปีแล้วครับ เพราะว่าเป่าเปาก็ 9 ขวบละ เป่าเป้ก็ 5 ขวบแล้ว เมื่อกี้ระหว่างทางที่ขับรถมาก็รู้สึกว่ามัน 10 ปีแล้วนี่นา เวลามันผ่านไปเร็วมากเลย แล้วพี่วู้ดดี้ก็เป็นเหมือนผู้ใหญ่ของเรา 2 คนเลย ไม่ว่าคุณพ่อคุณแม่พี่วู้ดดี้ก็น่ารักกับบ้านเรา แล้วก็เป็นผู้ใหญ่ในวันที่เราแต่งงานด้วย ก็รู้สึกว่าเป็นบุคคลที่เรียกว่ายืนยันกับคุณ 2 คน ผมจะให้คุณ 2 คนแต่งงานกัน ให้คุณ 2 คนรักกันอะไรอย่างนี้ เป็นอะไรที่แบบว่าเร็วมาก เวลาผ่านไปเร็วนะพี่วู้ดดี้
ขอบคุณที่เล่านะเพราะมันเป็นการย้อนกลับไปให้หลายคนที่ฟังอยู่อาจจะไม่ทราบว่า Connection มันมีตั้งแต่ครั้งแรกที่พวกคุณเจอกันในรายการ
บี้ ธรรศภาคย์ : ใช่ๆ
ถือว่ามาเจอเพื่อเฉลิมฉลองสิ่งที่ผ่านมาในชีวิตว่าทั้งคู่มาถึงจุดนี้แล้ว ยังจำวันนั้นที่ยังไม่แน่ใจว่าคุณ 2 คนจะไปต่อกันยังไงได้ไหม ? ที่ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าหรือไม่เดินหน้า
บี้ ธรรศภาคย์ : พี่วู้ดดี้รู้ใช่ไหม จำได้
แล้วกิ๊บก็บอกว่า….”หนูเลือกคนนี้ด้วยเซนส์ว่าเขาคือคนที่ใช่ในชีวิต He Is My Man”
บี้ ธรรศภาคย์ : เขาบอกพี่วู้ดดี้เหรอ (ยิ้ม) ตั้งแต่รายการของพี่ที่ทำให้เรา 2 คนเจอกันด้วย แล้วก็ระหว่างนั้นเราก็คบกัน มันก็มีทั้งเรื่องที่ไม่เข้ากัน แล้วก็ปรับจูนเข้าหากันอยู่ตลอด จนน่าจะเป็นที่พี่เล่าเมื่อกี้ แต่มันเป็นช่วงที่เรา 2 คนน่าจะห่างกัน หรือว่าเกือบจะเลิกกันแล้ว แล้วก็เหมือนมันมีปัญหาหลายๆ อย่างที่ทำให้เรา 2 คนเหมือนจะไม่เข้ากันเลย แบบต่างคนต่างมีความคิดที่มันแตกต่างมาก จน 2 คนก็คือแบบห่างกันสักพักหนึ่งไหม แต่ว่าเราก็ยังคุยกันอยู่ตลอดนะ เราก็ยังคุยอยู่ แชทกันตลอด แต่มีจังหวะหนึ่งที่แบบว่าเค้าก็ปวดท้องอยู่ตลอด แล้วก็เหมือนตอนนั้นเค้าก็เหมือนมีช็อกโกแลตซีสต์อะไรสักอย่าง แล้วก็เราก็เป็นห่วงเค้านะ เราก็แบบไปโรงพยาบาลเถอะ ไปตรวจเถอะ แล้วก็เดี๋ยวๆ พี่ไปเป็นเพื่อนก็ได้ ไม่เป็นไรนี่เราก็เป็นเพื่อนกันอยู่ดี แล้ววันนั้นผมไม่ได้ไปกับเขาเพราะว่าผมเหมือนมีงาน Event พอเสร็จงานแล้วผมก็โทรหาเค้าว่าคุณหมออัปเดตเป็นไงบ้างแล้ว แล้วเค้าพูดมาคำหนึ่งว่า You guess แล้วถามมาอย่างงี้ท้องเหรอ เค้าบอกใช่ แล้วกิ๊บบอกว่าแต่บี้ไม่ต้องรับผิดชอบก็ได้นะ พอเค้าพูดอย่างงี้แล้ว เดี๋ยวก่อนนะตอนนี้มันไม่ใช่ว่ามันอาจจะไม่ได้เกี่ยวกับที่เรา 2 คน ที่มันเลิกกันห่างกัน มันอาจจะต้องคุยดีเทลถึงว่าเรากำลังจะมีลูกด้วยกัน เรื่องที่ผ่านมามันอาจจะต้องเดี๋ยวค่อยว่ากัน เรื่องปรับเข้าหากันตอนนี้อาจจะไม่ใช่เป็นเรื่องใหญ่สำหรับเรา 2 คนแล้ว เรื่องที่ดีมากๆ ที่เกิดกำลังจะเกิดขึ้นคือกำลังจะมีเป่าเปาที่อยู่ในท้อง แล้วบี้ก็บอกเขาว่า ไม่ได้นะกิ๊บ เอาใหม่ๆ เรา 2 คนน่าจะต้องเอาใหม่ล่ะ บี้อยากแต่งงานกิ๊บ บี้อยากดูแลกิ๊บ บี้อยากดูแลเด็กคนนี้ที่อยู่ในท้อง บี้ขอดูแลได้ไหม เดี๋ยวบี้มีข้อเสียอะไรบี้จะพยายาม เรา 2 คนก็คงต้องพยายามปรับเข้าหากันให้ได้ที่สุด เพื่อให้เด็กคนนี้ด้วย แล้ววันนั้นเราก็มาเจอกันแล้วก็นั่งคุยกันเรื่องนี้ จำได้ว่าเราก็คุยจนร้องไห้กันแล้วก็กอดกัน พี่วู้ดดี้รู้ไหมว่าหลังจากวันนั้นที่เราเหมือนเคลียร์แล้ว แล้วก็เราเห็นเด็กคนนี้อยู่ในท้องของกิ๊บ ทุกอย่างมันดีขึ้นหมดเลย เหมือนด้วยความที่เราเกิดมาต่างถิ่นกัน มันทำให้เรารู้สึกว่า โอเคปัญหาต่างๆ ของความรักเรา 2 คน เราวางไว้ก่อน เดี๋ยวเราจะเดินไปข้างหน้าด้วยกัน จะก้าวไปข้างหน้าด้วยกัน ก็จนทำให้เรารักกันถึงทุกวันนี้ 10 ปีตั้งแต่วันนั้น พอตอนนั้นเปิดตัว คนก็ไม่ได้รับในตัวเรา 2 คน เพราะด้วย Culture ของเมืองไทย มีลูกก่อนแต่งงานมันก็อาจจะไม่งดงามในวันนั้น แต่สำหรับเรา ณ ตอนนั้นทุกอย่างมันดีหมดเลย มันเป็นเรื่องดีระหว่างเรา 2 คน แล้วผมก็ภูมิใจว่ามีลูกตอนอายุ 24 ลูกตอนอายุ 20 ไอ้จะตอนอายุ 44 แล้วก็ได้ภรรยาที่ดีมาก กิ๊บเค้าดีมาก ผมไม่รู้จะเอาอะไรไปมาบรรยายตัวเขา แต่ว่าคือ นอกเหนือจากพ่อแม่ ถ้าไม่มีกิ๊บก็น่าจะไม่มีบี้ในวันนี้จริงๆ
อยากฟังจากมุมมองของคุณที่เห็นใน 10 ปีที่ผ่านมา
บี้ ธรรศภาคย์ : กิ๊บเขาเหมือนแม่ เหมือนแม่บี้อีกคนหนึ่ง แบบว่าเราเองก็เป็นคนที่ซน มีความคิดของตัวเองสูง เพราะฉะนั้นมีเค้าคอยคอมเมนต์เรา เพราะคอมเมนต์จากเขามันทำให้ผมเติบโตจริงๆ ความซัพพอร์ตของเขาทุกอย่าง ผู้ชายคนนี้อยากทำอะไรที่เป็นฝันของตัวเอง เขาไม่เคย Say No เลย แล้วก็ขอบคุณเขาที่เป็นคุณแม่ที่เลี้ยงลูกได้ดีมาก ดีมากจริงๆ จนทุกวันนี้คือลูกก็เชื่อฟังกิ๊บมากกว่า แต่มันมีเหตุผลของมันเพราะว่าเราเองก็มีช่วงที่อยู่ที่เมืองจีนนานเป็นปี เราเข้าใจว่าความที่เรามีเวลาอยู่น้อยกับลูก แต่ว่าทุกวันที่ผมอยู่ก็พยายามเติมเต็มให้กับลูกอยู่เสมอ ไม่ให้น้อยกว่าแม่ ผมไม่รู้จะเอาอะไรมาบรรยายกิ๊บเป็นผู้หญิงที่ดีมากสำหรับผม
คิดว่าแต้มบุญคุณ 2 คนจากกี่ภพชาติที่ผ่านมา ?
บี้ ธรรศภาคย์ : กิ๊บบอกว่าชาติหน้าไม่ต้องเจอกันแล้วนะ พอแล้ว บอกเฮ้ย! ขอสลับเป็นผู้หญิงบ้างสิ ขอเหนื่อยแทนเธอบ้าง บี้จะบอกเขา อยากให้บี้เป็นกิ๊บบ้าง
เล่าให้ฟังหน่อยสิว่า เกิดอะไรขึ้นถึงได้ตัดสินใจเดินหน้ากับโปรเจกต์อัลบั้มนี้ ?
บี้ ธรรศภาคย์ : เพราะว่าจริงๆ พอหลังประกวด มันอาจจะเป็นช่วงจังหวะชีวิตเรายังเด็กอยู่เพิ่งจบการประกวดมา 19-20 เราก็ไม่ได้มีไอเดียว่าเรื่องแต่งเพลง หลังจากที่ผมจบการประกวดมา เพลงแรกที่แต่งออกมาน่าจะเป็นงานแต่งของบี้กับกิ๊บ ตอนนั้นก็เป็นภาษาไทยง่ายๆ เพราะว่าเป็นคนที่ภาษาไทยไม่แข็งแรง แต่พอจบการประกวดมาเราไม่ได้มีส่วนร่วมกับเพลงซักเท่าไหร่ครับ เพราะฉะนั้นมันก็เป็นสิ่งหนึ่งที่ยังไม่ได้ทำ บี้ถ่ายละครที่จีนมา 8 ปีแล้ว ช่วงนี้บี้ก็ไปๆ มาๆ อยู่ไทยบ้าง อยู่จีนบ้าง ไม่ได้อยู่ยาวที่โน้น ปีนี้ก็เลยอยากทำอะไรบ้างสักอัลบั้มหนึ่ง เป็นอะไรที่บี้แต่งเนื้อเพลงหมด ทำเมโลดี้เองหมด แล้วก็เล่าชีวิตตลอดระยะเวลาที่อยู่ในวงการนี้ 16 ปี เล่าผ่านเพลงอะไรอย่างงี้ด้วยครับ
เลยตัดสินใจแต่งเพลง แล้วก็มีภรรยาแต่งให้ด้วย ?
บี้ ธรรศภาคย์ : กิ๊บเค้าแต่งเพลง "กลิ่นฝน" ให้เพราะว่าเล่าให้เค้าฟังตลอดชอบกลิ่นฝนมาก เวลาฝนตกบี้จะโทรหากิ๊บอยู่ตลอด ฝนตกหรือเปล่า บี้จะรู้ว่าคิดถึงเหรอ อันนี้เป็นคีย์เวิร์ดของเราประจำ 2 คนอยู่แล้ว กิ๊บก็บอกว่างั้นเอาเพลงนี้มาแต่งเถอะ เดี๋ยวกิ๊บจะเขียนเนื้อให้ เขาก็เป็นคนเขียนเนื้อเพลงทั้งเพลงนี้ขึ้นมาให้ครับ กิ๊บแต่ง 1 เพลงครับ อัลบั้มนี้ผมวางเอาไว้ 5-6 เพลง
สามารถติดตาม Woody FM ได้ที่ช่องทาง Podcast : WOODY FM , Facebook: Woody, Youtube: Woody ทุกวันพุธ เวลา 18.00 น.
คลิกชมย้อนหลัง : https://www.youtube.com/watch?v=SiR_6EPkXuI&t=8s