ม.มหิดลเผยผลวิจัยการสื่อสารไฟป่าผ่านสื่อมวลชน พบจุดแข็ง–ข้อจำกัด แนะใช้ดัชนี ENSO คาดการณ์ล่วงหน้าช่วยบริหารจัดการ
กาญจนบุรี - สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ ม.มหิดล เปิดผลวิเคราะห์การรายงานข่าวไฟป่า–หมอกควัน พบความเชื่อมโยงปรากฏการณ์เอลนีโญ-ลานีญา (ENSO) กับสถานการณ์จริง ย้ำสื่อมวลชนมีบทบาทสำคัญต่อการจัดการข้อมูลสาธารณะ เสนอจุดแข็งและข้อจำกัดเพื่อปรับปรุงระบบสื่อสารและบริหารจัดการไฟป่าในพื้นที่อนุรักษ์ไทย
วันนี้( 29 ส.ค.) รองศาสตราจารย์ ดร.เอริกา พฤฒิกิตติ อาจารย์หลักสูตรวิศวกรรมศาสตรบัณฑิต สาขาวิศวกรรมสิ่งแวดล้อมและการจัดการภัยพิบัติ มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตกาญจนบุรี เปิดเผยผลวิเคราะห์การสื่อสารด้านไฟป่าผ่านสื่อมวลชน ว่าพื้นที่ป่าอนุรักษ์จังหวัดกาญจนบุรีเป็นหนึ่งในแหล่งกำเนิดมลพิษทางอากาศสำคัญของประเทศ และได้รับความสนใจจากสื่อหนังสือพิมพ์ระดับชาติ
งานวิจัยครั้งนี้ได้วิเคราะห์บทความข่าวจากฐานข้อมูล NewsCenter X โดยใช้คำค้น “ไฟป่า” และ “กาญจนบุรี” ในช่วงปี 2564 – พฤษภาคม 2568 เพื่อศึกษารูปแบบการสื่อสาร จุดแข็งและข้อจำกัดที่สำคัญ ซึ่งอาจนำไปสู่การปรับปรุงระบบการบริหารจัดการไฟป่าและหมอกควันในอนาคต
ความสัมพันธ์ ENSO กับสถานการณ์ไฟป่า
ผลการวิเคราะห์ชี้ให้เห็นความสอดคล้องระหว่างปรากฏการณ์ ENSO กับความรุนแรงของไฟป่าและหมอกควัน โดยอ้างอิงจากดัชนี Oceanic Ni241;o Index (ONI) ของ NOAA ได้แก่ ฤดูแล้งปี 2563-2564 และ 2564-2565 เกิดสภาพ Moderate La Ni241;a และปี 2567-2568 เกิด Weak La Ni241;a ส่งผลให้ฝนมากกว่าปกติ จำนวนจุดความร้อนไม่สูงทั่วประเทศ ฤดูแล้งปี 2566-2567 อยู่ในสภาพ Strong El Ni241;o ทำให้ร้อนและแห้งผิดปกติ เกิดไฟป่าและหมอกควันรุนแรง โดยเฉพาะเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสลักพระ
ข้อมูลนี้บ่งชี้ว่า การเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิพื้นผิวน้ำทะเลเขตร้อนในมหาสมุทรแปซิฟิก เป็นปัจจัยสำคัญที่สามารถใช้คาดการณ์ความรุนแรงของไฟป่าได้ล่วงหน้า 3-4 เดือน ซึ่งจะช่วยหน่วยงานวางแผนจัดการในช่วงต้นฤดูแล้ง (ต.ค.-ธ.ค.) ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
กรมอุตุนิยมวิทยายังมีบทบาทสำคัญในการพยากรณ์ปริมาณน้ำและฝุ่นละอองจากดัชนี ENSO รวมทั้งรายงานเสถียรภาพชั้นบรรยากาศรายสัปดาห์ แต่ยังมีข้อจำกัดเนื่องจากจังหวัดกาญจนบุรีมีสถานีอุตุนิยมวิทยาเพียง 2 แห่งคืออำเภอเมือง และทองผาภูมิ ทำให้การประเมินสถานการณ์เฉพาะพื้นที่เสี่ยงยังไม่ครอบคลุม
การสื่อสารและระบบข้อมูลหน่วยงานรัฐ ปี 2567 หลายหน่วยงานให้ความสำคัญกับการสื่อสารข้อมูลไฟป่าและมลพิษอากาศ เช่น กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการไฟป่า หมอกควัน และฝุ่นละออง เพื่อเป็นศูนย์กลางข้อมูล กระทรวงสาธารณสุข พัฒนาระบบแจ้งเตือนผ่านไลน์อสม. พร้อมคลินิกมลพิษให้คำปรึกษาสุขภาพGISTDA รายงานจุดความร้อนรายวันในเชิงปริมาณและพื้นที่ และ กรมควบคุมมลพิษ รายงานคุณภาพอากาศรายวัน แต่ยังอ้างอิงจุดตรวจในเขตเมืองซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่ได้รับผลกระทบโดยตรงจากไฟป่า
จุดแข็งจากการวิเคราะห์สื่อ คือ การใช้ดัชนี ENSO และข้อมูลจากหลายหน่วยงานช่วยให้เตรียมมาตรการล่วงหน้า โครงสร้าง Single Command ระดับจังหวัด และ War Room ประสานงานรวดเร็ว มาตรการกฎหมายเข้มข้น เช่น “90 วัน คนดีไม่เผา คนเผาโดนจับ” และแรงจูงใจทางเศรษฐศาสตร์ การสื่อสารเข้าถึงชุมชนทั้งผ่านสื่อมวลชน LINE อสม. ผู้นำท้องถิ่น รวมถึงเตรียมมาตรการด้านสุขภาพ เช่น Clean Room
จุดอ่อนและข้อจำกัด คือ สถานีตรวจวัดอากาศไม่ครอบคลุม ทำให้ข้อมูลไม่สะท้อนสถานการณ์จริงในพื้นที่เสี่ยง การลาดตระเวนในพื้นที่ห่างไกลยังจำกัดหลายหน่วยงานรับผิดชอบซ้ำซ้อน เสี่ยงต่อความสับสน การสื่อสารด้านสุขภาพยังไม่ปรากฏชัดในสื่อหลัก มาตรการด้านเกษตร เช่น เลิกเผาและใช้เทคโนโลยีทางเลือก ยังไม่จูงใจเพียงพอ การสื่อสารผ่านสื่อมวลชนมุ่งเน้นเพียงช่วงเตรียมการและเผชิญเหตุ ขาดการนำเสนอในมิติการฟื้นฟูและแผนระยะยาว โดยเฉพาะการบูรณาการบทบาทของหน่วยงานด้านการศึกษา
รศ.ดร.เอริกา ย้ำว่า ผลการศึกษาได้สะท้อนให้เห็นทั้งจุดแข็งและข้อจำกัด ซึ่งควรนำไปใช้ปรับปรุงการสื่อสารและระบบบริหารจัดการไฟป่า–หมอกควัน เพื่อให้ประเทศไทยรับมือปัญหาได้อย่างมีประสิทธิภาพและยั่งยืนมากขึ้น
website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO