บ้านหนองจานใช้อัยการศึก
"ในหลวง" ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้องคมนตรีเชิญสิ่งของพระราชทานมอบ 6 ทหารชายแดนไทย-กัมพูชา ซึ่งพักรักษาตัวที่ รพ.ค่ายสุรนารี "บิ๊กเล็ก" ยันการเมืองเปลี่ยนไม่กระทบประชุม GBC "ศูนย์ทุ่นระเบิดไทยฯ" เชิญ UNMAS ร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิด ชงตั้งคณะที่ปรึกษาสังเกตการณ์พร้อมดึงกัมพูชาร่วม แย้มแผนสร้างรั้วชายแดน 14 กม.แรกหลักเขต 50-51 แนวคลองพรหมโหด-แม่น้ำศรีโสภณ อ.อรัญประเทศ "กองกำลังบูรพา" ใช้กฎอัยการศึกประกาศบ้านหนองจานเป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย "เขมร" ไม่เลิกป่วน บุกก่อกวนทหารไทยขณะขึงลวดหนามหีบเพลงปราสาทตาเมือนธม
ที่โรงพยาบาลค่ายสุรนารี จ.นครราชสีมา วันที่ 29 ส.ค. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานไปมอบแก่ทหาร 6 นาย ประกอบด้วย สิบเอกอดิศักดิ์ ตาขัน, สิบเอกภูมิพัฒน์ กรุกัณฑ์, พลทหารสราวุฒิ ยอดเพ็ชร, พลทหารพงษ์ชัย จิตเจริญ, ร้อยโทพัฒนพงษ์ ปาระมี และจ่าสิบเอกสุรชาติ ชยานนท์ ซึ่งได้รับบาดเจ็บในการปกป้องอธิปไตยของชาติ จากสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา เพื่อบำรุงขวัญกำลังใจ ยังความปลาบปลื้มและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้
พล.อ.ณัฐพล นาคพาณิชย์ รมช.กลาโหม และรักษาการ รมว.กลาโหม กล่าวถึงกรณีศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรีสิ้นสุดลงว่า ยืนยันจะไม่ส่งผลกระทบต่อการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) ไทย-กัมพูชา เนื่องจากคณะทำงานก็ยังคงเป็นคณะเดิม และยังคงเดินหน้าทำงานต่อไป เชื่อมั่นว่าไม่ได้มีผลกระทบใดๆ
ขณะที่ พล.ต.วิทัย ลายถมยา โฆษกกองบัญชาการกองทัพไทย กล่าวว่า จากการตรวจสอบพื้นที่พบทุ่นระเบิดสังหารเป็นทุ่นระเบิดชนิด PMN-2 ซึ่งถูกลักลอบวางโดยทหารกัมพูชา โดยเหตุการณ์ดังกล่าวนับเป็นครั้งที่ 6 และเป็นครั้งที่ 3 ที่เกิดขึ้นหลังจากที่ไทย-กัมพูชาได้มีข้อตกลงหยุดยิงร่วมกันในกรอบการประชุมคณะกรรมการชายแดนทั่วไป (GBC) จึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าฝ่ายกัมพูชายังคงเจตนาละเมิดข้อตกลงอย่างต่อเนื่อง
พล.ต.วิทัยกล่าวว่า แม้กระทรวงกลาโหมกัมพูชาจะออกมาปฏิเสธโดยอ้างว่าทุ่นระเบิดดังกล่าวเป็นเพียงวัตถุระเบิดตกค้างจากสงครามในอดีต และยืนยันว่ายังปฏิบัติตามอนุสัญญาออตตาวา แต่ข้ออ้างนี้ไม่สอดคล้องกับข้อเท็จจริง เนื่องจากกองทัพภาคที่ 2 ยืนยันพื้นที่ดังกล่าวได้ผ่านการเก็บกู้และเคลียร์ทุ่นระเบิดแล้วตั้งแต่ปี 2019 รวมกว่า 1,300 ลูก ซึ่งไม่มีทุ่นชนิด PMN-2 อยู่เลย อีกทั้งทุ่นที่ตรวจพบมีลักษณะเป็นพลาสติกแข็ง ผลิตใหม่ ผิวมันเงา และมีรหัสอักษรและตัวเลขคมชัด แตกต่างจากทุ่นเก่าที่เคยใช้ในกัมพูชาอย่างชัดเจน
โฆษกกองทัพไทยกล่าวว่า ยิ่งไปกว่านั้นยังมีหลักฐานเชิงประจักษ์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ ทั้งภาพถ่ายและคลิปจากโทรศัพท์มือถือทหารกัมพูชาที่ถูกทิ้งไว้ในพื้นที่ภูมะเขือ แสดงการถือและสาธิตการใช้ทุ่น PMN-2 พร้อมเสียงสนทนาเป็นภาษาเขมร ภาพถ่ายจากสื่อสังคมออนไลน์กัมพูชา เมื่อ 30 ก.ค.2568 ที่ปรากฏพวงทุ่น PMN-2 อยู่บริเวณปราสาทตาควาย รวมทั้งเหตุการณ์เมื่อ 22 ส.ค.2568 ที่ตรวจพบทหารกัมพูชาดักซุ่มและมีการพบ PMN-2 หลายลูกในพื้นที่ใกล้เคียง หลักฐานเหล่านี้ตอกย้ำว่ากัมพูชายังคงลักลอบวางทุ่นระเบิดใหม่ ละเมิดทั้งข้อตกลงหยุดยิงและอนุสัญญาออตตาวา ซึ่งกัมพูชาเป็นรัฐภาคีและเคยให้คำมั่นต่อประชาคมโลกว่าจะเลิกใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล
เชิญ UNMASร่วมกู้ทุ่นระเบิด
"ศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดแห่งชาติ (TMAC) ขอเรียกร้องไปยังองค์การสหประชาชาติ (UN) โดย UN Mine Action Service (UNMAS) ศูนย์ระหว่างประเทศว่าด้วยการปลดทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรมแห่งนครเจนีวา (GICHD) รวมถึงองค์กรสากลที่เกี่ยวข้อง เข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบข้อเท็จจริงและพิสูจน์พยานหลักฐานอย่างเป็นกลาง และเข้าร่วมเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม โดยเสนอตั้งเป็นคณะที่ปรึกษาและสังเกตการณ์ร่วมด้านการเก็บกู้ทุ่นระเบิดเพื่อมนุษยธรรม อีกทั้งขอเชิญศูนย์ปฏิบัติการทุ่นระเบิดกัมพูชา (CMAC) เข้าร่วมเก็บกู้และพิสูจน์ทราบร่วมกับองค์กรนานาชาติ" โฆษกกองทัพไทยกล่าว
พล.ต.วิทัยกล่าวว่า ฝ่ายไทยพร้อมให้การสนับสนุนทั้งงบประมาณ เบี้ยเลี้ยง และการอำนวยความสะดวกทุกประการ หากฝ่ายกัมพูชาไม่มีงบประมาณเพียงพอให้กำลังพล ไทยยินดีที่จะสนับสนุนค่าใช้จ่ายทั้งหมด เพื่อแสดงความจริงใจในการธำรงสันติภาพ และยืนยันว่าหน้าที่ด้านมนุษยธรรมต้องอยู่เหนือแรงกดดันทางการเมืองหรือความสุดโต่งทางชาตินิยม
ถามถึงการก่อสร้างแนวรั้วชายแดนไทย-กัมพูชา โฆษกกองทัพไทยกล่าวว่า ได้ข้อสรุปเบื้องต้นให้เริ่มก่อสร้างแนวรั้วถาวรบริเวณหลักเขตที่ 50 ถึง 51 ซึ่งเป็นช่วงที่ไม่มีปัญหาเรื่องแนวเขตแดน เพราะมีคลองพรหมโหด/แม่น้ำศรีโสภณเป็นแนวเขตแดนทางธรรมชาติ โดยมีแผนในการจัดสร้างรั้วถาวรระยะทางประมาณ 14 กิโลเมตร เป็นอันดับแรก สำหรับพื้นที่อื่นๆ ที่ยังคงมีการอ้างสิทธิและยังไม่มีข้อยุติเรื่องเขตแดน จะดำเนินการสร้างเป็นแนวรั้วชั่วคราว โดยการตัดถนนเลียบตลอดแนวชายแดน วางรั้วลวดหนามหีบเพลงสามชั้น พร้อมติดตั้งกล้องวงจรปิด (CCTV) ในจุดที่เหมาะสม เพื่อให้การเคลื่อนย้ายกำลัง การลาดตระเวนตรวจตรา และการควบคุมพื้นที่มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
ด้าน พล.ต.เบญจพล เดชาติวงศ์ ณ อยุธยา ผู้บัญชาการกองกำลังบูรพา ลงนามประกาศกองกำลังบูรพา เรื่อง กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย เนื้อหาตอนหนึ่งระบุว่า ให้กำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย แนวรักษาความสงบเรียบร้อย และมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย ดังต่อไปนี้ 1.ให้พื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เป็นพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย 2.ให้ถนนศรีเพ็ญ ในพื้นที่บ้านหนองจาน ต.โนนหมากมุ่น อ.โคกสูง จ.สระแก้ว เป็นแนวรักษาความสงบเรียบร้อย 3.มาตรการในการเข้าไปในพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย ดังนี้ 3.1 ห้ามพกพาอาวุธทุกชนิด หรือสิ่งเทียมอาวุธเข้ามาในพื้นที่, 3.2 ห้ามปิดเส้นทางที่ส่งผลกระทบต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ และการดำรงชีวิต, 3.3 ห้ามถ่ายภาพฐานปฏิบัติการทางทหาร, 3.4 ห้ามทะเลาะวิวาท และดื่มของมึนเมา, 3.5 ห้ามนำเครื่องขยายเสียงเข้าในพื้นที่โดยไม่ได้รับอนุญาต
พ.อ.ริชฌา สุขสุวานนท์ รองโฆษกกองทัพบก กล่าวว่า การออกประกาศกำหนดพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อยดังกล่าว หลังปรากฏเหตุประชาชนจากฝั่งกัมพูชาลักลอบเข้ามาก่อความไม่สงบในเขตแดนไทย อันเป็นภัยต่อความมั่นคงและความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ โดยเพื่อคุ้มครองชีวิตและทรัพย์สินของพี่น้องประชาชนไทย และรักษาอธิปไตยของชาติ กองกำลังบูรพาจึงอาศัยอำนาจตามพระราชบัญญัติกฎอัยการศึก พุทธศักราช 2457 กำหนดมาตรการรักษาความสงบเรียบร้อย โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ประชาชนในพื้นที่ได้รับความปลอดภัยสูงสุด และยืนยันชัดเจนต่อฝ่ายกัมพูชาว่าเขตแดนไทยเป็นพื้นที่อธิปไตยที่ไม่อาจถูกล่วงละเมิดได้
พ.อ.ริชฌากล่าวว่า เพื่อให้การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและสอดคล้องกับสถานการณ์ กองกำลังบูรพาได้กำหนดแนวทางดำเนินคดี ในกรณีที่มีชาวกัมพูชาละเมิดต่อมาตรการดังกล่าว 1.กรณีบุกรุกข้ามเขตแดนเข้ามาฝั่งไทยจะถูกดำเนินคดีตาม พ.ร.บ.คนเข้าเมือง 2.กรณีบุกรื้อลวดหนาม-มีความผิดฐานทำลายทรัพย์สินราชการ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกิน 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
เขมรป่วนปราสาทตาเมือนธม
ทั้งนี้ หากมีการเอาทรัพย์ไปด้วย เช่น ขโมยลวดหนาม จะมีความผิดฐานลักทรัพย์ของทางราชการ หากเข้าข่ายเป็นการกระทบต่อเอกราชของไทย อาจมีความผิดตามมาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบมาตรา 129 ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต เป็นความผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 119 หรือเป็นผู้สนับสนุนตามมาตรา 119 ประกอบ มาตรา 129 ฐานกระทำการใดๆ ที่ทำให้เอกราชของไทยเสียไป ต้องระวางโทษประหารชีวิต หรือจำคุกตลอดชีวิต 3.กรณีก่อเหตุทะเลาะวิวาทในพื้นที่ฝั่งไทย หากมีการทำร้ายร่างกาย, ฆ่าหรือพยายามฆ่า จะถูกดำเนินคดีตามประมวลกฎหมายอาญา และจะต้องรับโทษตามบทบัญญัติของกฎหมายอาญาอย่างเคร่งครัด
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศที่บ้านหนองจาน หลังกองกำลังบูรพาใช้กฎอัยการศึกประกาศพื้นที่รักษาความสงบเรียบร้อย กลุ่มมวลชนที่เคยมาชุมนุมบางตา ไม่มีเวทีปราศรัย ไม่มีรถเครื่องเสียง แต่ยังคงมีประชาชนจากนอกพื้นที่เดินทางเข้าไปที่บ้านหนองจานในลักษณะตั้งใจไปทำคอนเทนต์เพื่อลงโซเชียล หรือถ่ายคลิปวิดีโอ โดยมีกำลังสารวัตรทหารควบคุมบริเวณถนนศรีเพ็ญ และมีการตั้งจุดตรวจ เพื่อสอบถามคัดกรองบุคคลที่ต้องการเดินทางเข้าไปในพื้นที่บริเวณบ้านหนองจาน
วันเดียวกัน พล.ต.วินธัย สุวารี โฆษกกองทัพบก แถลงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาว่า การข่าวยังพบฝ่ายกัมพูชายังลอบเข้าพื้นที่เพื่อมาทำร้ายฝ่ายไทยด้วยการลอบวางทุ่นระเบิด โดยเฉพาะข้อมูลในหลักฐานโทรศัพท์ของทหารกัมพูชาประมาณกว่า 20 เครื่อง แบ่งเป็น 2 ส่วนของผู้ที่ยังมีชีวิตอยู่และผู้ที่เสียชีวิต ซึ่งมีทั้งภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหวเป็นการสอนการใช้ทุ่นระเบิด ซึ่งไม่สามารถไปปลอมแปลงได้อยู่แล้ว และผู้ที่สืบค้นข้อมูลเชิงลึกให้กับกองทัพคือสำนักงานนิติวิทยาศาสตร์ของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเราสามารถนำสิ่งเหล่านี้ไปยืนยันกับองค์กรต่างประเทศได้
"กองทัพบกจะเน้นย้ำในเรื่องของทุ่นระเบิด เนื่องจากมีความสำคัญและมีผลกระทบต่อประเทศไทยมาก ไม่ใช่เพียงเฉพาะหน่วยงานของกองทัพ ยังรวมถึงประชาชนที่ยังกังวลต่อเรื่องนี้" พล.ต.วินธัยกล่าว
ถามว่า คำสั่งอนุมัติให้ยิงตอบโต้ทันทีหากพบทหารกัมพูชารุกล้ำเข้ามาวางระเบิดจะสามารถป้องปรามได้หรือไม่ และเป็นไปได้หรือไม่จะเกิดการยิงสวนกลับมาทำให้สถานการณ์บานปลาย โฆษกกองทัพบกกล่าวว่า ถือว่าอยู่ในเรื่องของกฎการใช้กำลังหรือกฎการปะทะ เนื่องจากมีความชัดเจนว่าทหารกัมพูชาเข้ามาเพื่อคุกคามชีวิต ฉะนั้นแนวทางในการป้องกันตัวสามารถทำได้อยู่แล้ว
"หากฝ่ายไทยยิงตอบโต้ก็มีโอกาสที่ฝ่ายกัมพูชาจะยิงสวนกลับมา ขึ้นอยู่กับสถานการณ์เฉพาะ แต่หากมีการรุกล้ำสิ่งบ่งชี้ทุกอย่างค่อนข้างชัดเจนเข้ามาเพื่อทำอันตรายกับทหารไทย เพราะฉะนั้นหลักของการป้องกันตัว เมื่อภัยคุกคามนั้นมาถึงที่กระทบต่อชีวิต หลักทั่วไปของสากลก็สามารถทำได้" โฆษกกองทัพบกระบุ
จ.สุรินทร์ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ได้เกิดสถานการณ์ตึงเครียดขึ้นที่บริเวณปราสาทตาเมือนธม อ.พนมดงรัก ขณะทหารไทยกำลังล้อมแนวลวดหนามหีบเพลงเพื่อยืนยันอธิปไตยในพื้นที่ชายแดน ปรากฏว่าได้มีทหารกัมพูชาเข้ามาก่อกวน ส่งเสียงดังโหวกเหวกโวยวายใส่ทหารไทย พยายามขัดขวางไม่ให้ฝ่ายไทยดำเนินการต่อ เหตุการณ์ถูกบันทึกเป็นคลิปเผยแพร่ในโลกออนไลน์จนเกิดการวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง
ล่าสุด สถานการณ์ยังคงร้อนแรง ทหารกัมพูชายังไม่หยุดเคลื่อนไหว ยังคงพยายามเข้ามาขวางกั้นการวางแนวลวดหนามของทหารไทยอย่างต่อเนื่อง ทำให้ต้องจับตาความเคลื่อนไหวใกล้ชิด เพราะปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชายังคงไม่มีทีท่าจะคลี่คลายลงง่ายๆ.