กล้วยน้ำว้า กินตอนไหนดีที่สุด? เคล็ดลับควบคุมน้ำตาลในเลือด
“กล้วยน้ำว้า” ผลไม้คู่ครัวไทยที่หลายคนชื่นชอบ ไม่ได้มีดีแค่ความอร่อยและราคาประหยัด แต่ยังเป็นผลไม้ที่มีประโยชน์ต่อสุขภาพ โดยเฉพาะหากเลือกกินในเวลาที่เหมาะสม จะช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เชี่ยวชาญด้านโภชนาการแนะนำว่า การกินกล้วยน้ำว้าในช่วงเช้า เช่น รับประทานคู่กับมื้อเช้าหรือเป็นของว่างระหว่างวัน ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมที่สุด เนื่องจากร่างกายตอบสนองต่ออินซูลินได้ดีในตอนเช้า ทำให้สามารถนำน้ำตาลไปใช้เป็นพลังงานได้ดีกว่า
ในทางตรงกันข้าม ควรหลีกเลี่ยงการกินกล้วยตอนท้องว่าง เพราะจะทำให้น้ำตาลถูกดูดซึมเร็วเกินไป ส่งผลต่อระดับน้ำตาลในเลือด อีกทั้งหากต้องการควบคุมน้ำตาลอย่างจริงจัง ควรกินกล้วยควบคู่กับอาหารที่มีโปรตีนหรือไขมันดี เช่น โยเกิร์ตกรีกหรือถั่วต่าง ๆ เพื่อลดความเร็วในการดูดซึมน้ำตาลเข้าสู่กระแสเลือด และช่วยให้อิ่มท้องนานขึ้น
แม้กล้วยจะมีรสหวานตามธรรมชาติ แต่ก็อุดมไปด้วยใยอาหารที่ช่วยชะลอการดูดซึมน้ำตาล อีกทั้งยังมีแป้งต้านการย่อย (resistant starch) ในกล้วยที่ยังไม่สุกจัด ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มความไวต่ออินซูลิน และดีต่อระบบลำไส้ นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งโพแทสเซียมและแมกนีเซียม ที่ช่วยบำรุงหัวใจและหลอดเลือด ซึ่งมีความสำคัญต่อผู้ป่วยเบาหวานไม่น้อยไปกว่าการควบคุมระดับน้ำตาล
สำหรับผู้ที่กำลังควบคุมน้ำตาล คำแนะนำคือควรกินกล้วยน้ำว้า วันละครึ่งลูก และควรเลือกผลที่ไม่สุกจนเกินไป เพื่อป้องกันระดับน้ำตาลในเลือดพุ่งขึ้นรวดเร็ว
ดังนั้น หากกินกล้วยน้ำว้าในเวลาที่เหมาะสม และจับคู่กับอาหารอื่นอย่างลงตัว กล้วยก็สามารถกลายเป็นผลไม้ที่ทั้งอร่อย อิ่มท้อง และดีต่อสุขภาพได้อย่างแท้จริง
แหล่งที่มาอ้างอิง
1.กรมอนามัย กระทรวงสาธารณสุข. “แนวทางการบริโภคอาหารสำหรับผู้ป่วยเบาหวาน”
2.มหาวิทยาลัยมหิดล คณะสาธารณสุขศาสตร์. งานวิจัยเรื่องผลไม้และระดับน้ำตาลในเลือด
3.American Diabetes Association (ADA). “Fruit and Diabetes: What to Know”