ฉาวผ้าเหลือง! ลือเจ้าอาวาสคบหญิงซ้อน 3 คน บุกกุฏิเปิดศึกด่ากันเดือด
วันที่ 17 ตุลาคม 2569 โลกออนไลน์มีการโพสต์ข้อความกล่าวถึงเจ้าอาวาสวัดแห่งหนึ่งใน อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ โดยระบุถึงพฤติกรรมที่ถูกกล่าวอ้างว่า อาจเกี่ยวข้องกับสีกาหลายคน และมีข่าวลือว่าคบหาซ้อนกันถึง 3 คน ทำให้เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์อย่างกว้างขวาง ทั้งยังมีเสียงเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบว่าเรื่องดังกล่าวมีข้อเท็จจริง เพราะกระทบต่อศาสนา
จากนั้นทีมข่าวได้ลงพื้นที่ไปยังวัดแห่งหนึ่ง ใน อ.บ้านกรวด ตามที่ถูกแชร์ในโซเชียล เพื่อจะสอบถามข้อเท็จจริงกับเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหา แต่พอไปถึงวัดก็ไม่พบเจ้าอาวาสอยู่ที่วัดแล้ว พบเพียงพระลูกวัด จึงได้สอบถามข้อมูลกับพระลูกวัด ขณะที่พระลูกวัดรูปหนึ่งให้ข้อมูลว่า ปกติเจ้าอาวาสพักอยู่ในกุฏิส่วนตัวสองชั้น ส่วนพระลูกวัดไม่ค่อยเข้าไปใกล้ เว้นแต่จะถูกเรียกให้ไปช่วยงาน
อย่างไรก็ตาม เมื่อวันที่ 11 ตุลาคม ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 17.00 น. พระลูกวัดสังเกตเห็นมีหญิงสาว เดินเข้าออกบริเวณกุฏิเจ้าอาวาส ก่อนจะได้ยินเสียงทะเลาะกันดังขึ้น โดยฝ่ายหญิงมีการใช้ถ้อยคำหยาบคายลักษณะ “กู-มึง” โต้เถียงกันอย่างชัดเจน แต่ไม่ทราบสาเหตุของการทะเลาะวิวาทว่าเกิดจากเรื่องอะไร และไม่สามารถยืนยันได้ว่าผู้ที่เกี่ยวข้องมีความสัมพันธ์กันอย่างไร
จากนั้นทีมข่าวจึงได้ไปสอบถาม นางอุไร ผู้ใหญ่บ้านในพื้นที่ ก็ให้ข้อมูลว่า หลังโลกโซเชียลได้เผยแพร่เรื่องดังกล่าว และมีชาวบ้านต่างพูดถึงและตั้งข้อสงสัยกันเป็นจำนวนมาก โดยบางส่วนมองว่าเรื่องนี้ควรได้รับการตรวจสอบให้ชัดเจน แม้ขณะนี้ยังไม่มีหลักฐานยืนยันว่าเจ้าอาวาสมีพฤติกรรมตามที่ถูกกล่าวอ้างจริงหรือไม่ เพื่อให้ความเป็นธรรมกับเจ้าอาวาส และเพื่อไม่ให้วัดเสื่อมเสีย ต้องมีการตรวจสอบให้ได้ข้อเท็จจริง
สำหรับเจ้าอาวาสที่ถูกกล่าวหา มีอายุประมาณ 48 ปี ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสมานานกว่า 15 ปี ที่ผ่านมาไม่เคยได้ยินข่าวในลักษณะนี้มาก่อน จึงอยากให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบ เพื่อคลายข้อสงสัยและสร้างความสบายใจให้กับชาวบ้าน พร้อมย้ำว่าต้องให้ความเป็นธรรมกับทุกฝ่าย และควรรอข้อเท็จจริงก่อนตัดสินว่าใครผิดหรือถูก
อย่างไรก็ตามทราบว่าภายหลังเรื่องราวถูกเผยแพร่จนเป็นกระแสบนโลกออนไลน์ ได้มีเจ้าหน้าที่จากอำเภอบ้านกรวด เดินทางเข้าไปตรวจสอบวัดที่ระบุ แต่ไม่พบตัวเจ้าอาวาส โดยจนถึงขณะนี้ยังไม่มีข้อมูลยืนยันว่าเดินทางไปอยู่ที่ใด ก็ต้องรอตรวจสอบข้อเท็จจริงอีกครั้ง